Entry นี้ขอเขียนเยอะกว่าภาพหน่อยนะครับ (พูดเหมือนปกติจะเขียนน้อย ?)

 

 ประมาณ 7 โมงเช้า ผมตื่นขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านข่าวจาก Twitter ตามปกติ แล้วก็ไปสะดุดข่าวจาก Twitter ของไทยรัฐออนไลน์

"ไฟไหม้ห้องสมุดวอด รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ อาคาร 3 ชั้นพังยับ"

ในฐานะศิษย์เก่า ก็ต้องตกใจ แล้วคลิกเข้าไปดู ตามธรรมเนียม (คลิกไปอ่านได้เลยครับ)

 

 

ข่าวไทยรัฐ ลงได้ค่อนข้างละเอียดครับ (แต่ผิดไปหน่อย โรงเรียนผมมีตึกสามชั้นที่ไหนกัน)

 ข่าวกล่าวว่า ไฟไหม้ลามไปถึงชั้นสาม ซึ่งเป็นชั้นของห้องเรียนคณิตศาสตร์

ผมจึงโทรไปหา อ.ประจำชั้นเก่าของผม ซึ่งเป็นอ.วิชาคณิตศาสตร์ในทันที ก็ได้ความมาว่า อ.กำลังอยู่กับนักศึกษาบางส่วน ซึ่งกำลังออกมาเข้าค่ายปฏิบัติธรรมที่พุทธมณฑล

อาจารย์ผมไม่ตกใจกับข่าวมากเท่าไหร่ (ก็คงรู้จากอาจารย์ท่านอื่นแล้ว) แต่อาจารย์ตกใจมากกว่าตรงที่ผมได้ข่าวมาจากไทยรัฐออนไลน์

ตอนนั้นผมยังเฉยๆอยู่ เพราะคิดว่ายังไงข่าวก็ต้องไปถึงมือสื่อมวลชนอยู่ดี และข่าวไฟไหม้ไม่น่าจะมีอะไรให้บิดเบือนกันโดยง่าย

ผมโทรสอบถามอาจารย์เก่าและรุ่นน้องหลายคนที่ยังอยู่ในโรงเรียน น้องส่วนใหญ่ก็งัวเงียกันอยู่ (เช้าวันอาทิตย์ ส่วนใหญ่จะนอนกันอยู่บนหอครับ = ='') แต่ก็ถูกเรียกรวมกับอาจารย์ที่สนาม ทุกคนยังบอกอะไรได้ไม่มากเท่าไหร่

เพื่อนและรุ่นน้องผมบางคนตัดสินใจเดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุและพูดคุยด้วยตัวเอง

ราวๆ 10 โมง อาจารย์ปกครองนำน้อง ม.5 คนนึงมอบตัวกับตำรวจ สารภาพว่าเป็นคนวางเพลิง (ตรงนี้แหล่งข่าวให้ข้อมูลไม่ตรงกัน บ้างก็บอกว่าน้องมอบตัวเอง)

และนี่คือข่าวจากมติชน (คลิกตามไปอ่านได้ครับ)

 

 

มหิดลวิทย์เป็นโรงเรียนประจำ ที่ถือว่าเรียนกันเข้มข้นมากทีเดียว เป็นโรงเรียนทุน จุดประสงค์ที่ตั้งเป้าหมายไว้คือเพื่อผลิตนักวิทยาศาสตร์หรือบุคลากรนักวิทยาศาสตร์เพิ่ม โดยมีทุนสนับสนุนให้เรียน แต่ก็ไม่ได้มีข้อสัญญาบังคับผูกมัดให้เรียนคณะวิทยาศาสตร์ แค่มีการสนับสนุนหรือให้ทุนถ้าจะเรียนต่อคณะวิทยาศาสตร์เท่านั้นเอง

 

ต่อจากนี้ขอบรรยายจากความรู้สึกสั้นๆ เป็นความรู้สึกของผมจากสมัยเรียนนะครับ (ย้ำว่าตรงนี้เป็นแค่ข้อคิดเห็นนะ)

  "เด็กที่นี่เรียนกันเยอะมาก แต่ก็เน้นตามสายที่สนใจ คือคุณจะเก่งหรือไม่เก่งวิชาพื้นฐานก็ได้ แต่คุณควรจะเก่งวิชาใดวิชาหนึ่งเฉพาะทางเพิ่มขึ้นไป ตามกฏทุกคนต้องอยู่หอ ดังนั้นระเบียบหอจึงเคร่งครัดมาก แถมด้วยว่าอาจารย์ก็อยู่หอ ดังนั้นการเรียนการสอนจึงสามารถนัดหรืออัดเวลาเพิ่มเติมได้อีกแทบจะเรียกได้ว่าไม่จำกัด เรื่องทุนหรือแจกโน้ตบุคคนละเครื่องน่ะมันเป็นปัจจัยเสริม ปัจจัยหลักคือคุณภาพของเด็กที่จบออกมา... ซึ่งถ้านับว่าโรงเรียนนี้มีอายุไม่ถึง 20 ปี แต่มีผลงานเท่านี้ ผมก็โอเคกะมันนะ แต่บอกตามตรง เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ไป สำหรับประเทศไทยผมว่าอนาคตก็ไม่เปิดกว้างหรอก และคงอีกนานด้วยกว่าจะเปลี่ยน

 บรรยากาศการเรียน ผมว่ามันไม่เครียดเท่าไหร่ สิ่งที่ทำให้เราเครียดก็คือตัวเราเอง ถ้าเรามัวไปคิดเทียบแข่งกับคนโน้นคนนี้ มีคู่แข่งมีการแข่งขัน มันก็จะมีความทุกข์ครับ แต่ที่มันน่าเครียดมากกว่าคือ จะเรียนเยอะไปไหน = = คือเรียนเหมือนหลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์ ละเอียดมาก เวลาเรียนก็เยอะ แถมมีกิจกรรมเรื่อยๆอีก ตรงนี้ถ้าใครรับไม่ได้ อาจเกิดอาการเฟลจิตตกอย่างแรงได้ครับ แถมด้วยว่าต้องอยู่หอพัก ห้องละ 4 คน ถ้าเอาแต่เรียนอย่างเดียวเข้ากับสังคมไม่ได้ล่ะก็ ชีวิตที่โรงเรียนมีปัญหาแน่ๆ"

 

ตัดกลับมาที่ข่าว หลังจากอ่านข่าวเพิ่มเติมหลายแห่ง ผมรู้สึกแปลกๆ

ยิ่งโทรคุยกับรุ่นน้อง หรือคุยกับพวกเพื่อนของน้องแล้วยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่

ประเด็นแรก หอพักปิดสี่ทุ่มและเปิดตีห้า ไฟไหม้เวลาตีสาม แปลว่าน้องที่วางเพลิงต้องซ่อนอยู่ในอาคารเรียนตั้งแต่เย็นวันเสาร์ แล้วเพื่อนในห้องนอนล่ะ ? แล้วการเช็คชื่อจากครูหอพักล่ะ ? (ลองคิดดีๆ ถ้าตีความไม่ออก ถามหลังไมค์ครับ)

ประเด็นที่สอง เครียดเพราะอยากให้โรงเรียนปิด จึงเผาโรงเรียนตัวเอง... ทั้งๆที่เพิ่งผ่านช่วงปิดเทอมมาหยกๆ

ประเด็นอื่นๆขอไว้หลังไมค์ดีกว่า เพื่อป้องกันดราม่า ไม่งั้นลองถามเด็กหอดูเองก็ได้ครับ

นอกจากนี้ สิ่งที่ผมพบคือ สื่อหลายสำนัก พยายามเชื่อมโยงประเด็นเหล่านี้เข้ากับเหตุการณ์

1.การแก่งแย่งแข่งขันสูง

ระบบการศึกษาไทยเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรครับ เราเน้นการสร้างคะแนน คะแนนที่ดี การสอบที่ดี นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งคุณอยากมีอนาคตดีๆ งานดีๆ ก็ต้องถีบคะแนนตัวคุณเองแข่งกับคนอื่น ทำเกรดดีๆ จะจบก็ต้องมีกระดาษเป็นหลักฐาน พิมพ์ดีๆ เอาไว้เชิดหน้าชูตา เป็นแบบนี้ทุกที่ กวดวิชาไทยรายได้ดีกว่าโรงเรียน ไม่ต่างจากญี่ปุ่น เวียตนาม เกาหลี ฯลฯ

การเสนอข่าวเรื่องนี้ เสนอไปก็เศร้าเปล่าๆ เพราะมันคือความจริงครับ เป็นมานานแล้ว และเราต้องอยู่กับมันต่อไป และถ้ามองสูงนัก เด็กไทยก็ต้องเครียดต่อไปครับ

เราแข่งขัน เรามุ่งสู่งจุดสูงสุด หลายครั้งหลายคน ผมเห็นแล้วก็สงสาร น้องบางคนพยายามมุ่งสู่จุดสูงสุด จนลืมไปว่าจุดหมายของตัวเองคืออะไร ความสุขที่ตามหาจริงๆคืออะไร

ทุกคนมีความเครียดกันหมด ไม่แปลกครับ

แต่เรามีวิธีจัดการกับความเครียดที่ต่างกันเท่านั้นเอง

2.ค่านิยมการเรียน

"จงเรียนหมอสิ จงเรียนวิศวะสิ เงินจะดี จงเรียนคณะนั้นคณะนี้ งานสบาย ฯลฯ"

ตอนเด็กๆเวลามีคนถามว่า อยากเป็นอะไร... ผมอยากรู้จริงๆจะมีเด็กซักกี่คนให้เหตุผลว่าอยากเป็นเพราะรวย ค่าตอบแทนดี ?

 ข้อเท็จจริงสำหรับประเด็นนี้ คือนโยบายโรงเรียนที่ ผอ.พูดกรอกหูผมทุกครั้งที่บรรยาย (จนท่องจำได้แล้ว) ก็คือ "เรียนอะไรก็ได้ แต่อย่าทิ้ง ขอให้เรียนจนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆไป"

ซึ่งผมเองเพิ่งมาเข้าใจตอนโตนี่เอง

3.การเมือง

เผาโรงเรียน เนื่องจาก "เลียนแบบพฤติกรรม"

เด็กมาจาก "จังหวัดหนองคาย"

สาเหตุเพราะ "อยากให้โรงเรียนปิดบ้าง"

ส่วนการที่ข่าวบางแหล่งเอาไปเชื่อมโยงการเมืองจนน่าเกลียดยังไงนั้น ผมขอไม่นำมาลงนะครับ

4.เป็นเด็กติดเกม

เน็ตในโรงเรียนค่อนข้างจำกัด และมีกฏนักเรียนหอพักอีก

ชัดเจนนะครับ

 

บทสรุป โรงเรียนปิดไป 7 วัน เสียชื่อเสียงโดยถาวร และได้รับการตราหน้าจากสังคมเรียบร้อยแล้วว่า "เรียนแล้วเครียดเกินคน"... พอเครียดอยากย้ายโรงเรียน จึงเผาเลยสินะ - -"

น้อง ม.5 คนนั้นเข้าโรงเรียนใหม่สมใจ ทิ้งความทรงจำให้ทุกคนระลึกถึง พร้อมทั้งข้อกล่าวหาอีกมากมายจากสังคม... อันที่จริงอ่านความเห็นเยอะๆผมเริ่มสงสารน้องมากกว่าแล้วละ

ไม่ใช่ว่าไม่ควรตำหนิ เพราะเป็นแค่เด็ก

แต่เพราะเป็นเด็ก จึงควรทำให้คิดเป็น รู้ผิดชอบชั่วดี

เข้าสังคมให้ได้ จัดการความเครียดให้เป็น

เรื่องมันก็มีแค่นั้น

 

---------------------
---------------------

 

ผู้สื่อข่าวครับ คุณจินตนาการได้ คุณวิเคราะห์ได้

แต่อย่าจับประเด็นที่ไม่จำเป็นมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับข้อเท็จจริงได้ไหมครับ

เข้าใจครับ ว่ามันเป็นการเชื่อมโยงปัญหาสังคม ทำให้ข่าวเป็นที่น่าสนใจ

เข้าใจครับ ว่ามันทำให้เกิดประเด็นใหม่ (อันที่จริงก็เป็นประเด็นเดิมๆ) ขึ้นมาให้ถกเถียงกันในสังคม

เข้าใจครับ มันทำให้ข่าวขายได้

...ยังไงซะ ผู้ถูกกล่าวถึงก็เป็นจำเลยสังคมอยู่แล้ว จะเขียนถึงยังไงก็ได้

จะว่าไป... มันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร และเราก็ต้องอยู่กับมันต่อไปครับ

 

 

 

.

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วยิ่งอยากรุ้ว่ามันมีสา้หตุ เบื้องหน้า เบื้องหลัง ตื้นลึกหนาบางอะไรยังไงกันแน่sad smile

#24 By Ethanal (103.7.57.18|115.67.100.110) on 2013-05-10 01:27

This is some sort of a toy? how is called?

#23 By english editing (79.171.126.15) on 2010-11-29 22:39

วันนี้เปิดเทอมมาผอ.ก็บ่นยาวมากเลย
ทั้งๆ ที่ไม่ใช่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ ยังบ่นขนาดนี้
ถ้าผอ.ไปคุมร.ร.มหิดลฯ คงได้หยุดเรียนครึ่งวันแน่

แต่ไม่ว่าสาเหตุมันจะคืออะไร สื่อก็คือตัวการสำคัญ
ที่การกระจายข่าว ใครมีข้อมูลแบบไหนก็ออกข่าวไป
ยิ่งได้ข้อมูลที่ลึกลงไปก็ยิ่งกระจายข่าวโดยไม่คิด

นี่แหละ "สังคมไทย"
ปล.ธีมเหมือนเว็บพันทิปมากจนตอนแรกงงwink

#22 By หมัดพเนจร on 2010-06-07 19:06

ไม่ได้เข้ามาบล็อกนี้นานไปหน่อย เห็นธีมเข้าถึงกับงง นี่มันพันทิปนี่หว่าconfused smile

#21 By ขุนกระบี่ on 2010-06-07 17:20

ขอบคุณค่ะ รับฟังหลายๆด้าน
ไม่งั้นก็รับข้อมูลจากสื่อด้านเดียว
เข้าใจว่าเรียนแบบนี้อาจมีเครียดแต่คงไม่ถึงขนาดนี้ คงมีอะไรมากกว่าที่สื่อบอกจริงๆ

#20 By ยายแม่บ้าน on 2010-06-07 13:40

เรื่องเช็คชื่อในหอ...
ก็รู้ๆว่าทำสักกี่ครั้งกัน
-_-'
เรื่องเวลาหอปิด
ก็รู้ๆกันอีก
-_-'

เรื่องโยงการเมือง...บอกตามตรงว่าคิดแบบนั้นเหมือนกัน

#19 By besuto (202.28.179.4) on 2010-06-07 11:08

ดูข่าวแต่เช้าก็ทั้งงงทั้งเครียด
ยังกังวลในเนื้อข่าวจริงๆว่า เกิดจากความเครียดเรื่องเรียนขนาดนั้นเลยเหรอ..

(กำลังคิดจะให้ลูกชายไป มหิดลฯที่บ้านบึงด้วย)

คิดหนักไปเลยค่ะ

#18 By PunPrai on 2010-06-07 10:43

สุดท้าย ปัญหาก็ตกมาอีหรอบเดิมครับ สื่อไทย ผู้ใหญ่ไทย Hot!

#17 By manop on 2010-06-07 09:30

จิตสำนึกของคน กับวัตถุ ไม่ได้พัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

#16 By จอมบงการ on 2010-06-07 07:38

Hot! Hot! Hot!

#15 By givgiw on 2010-06-07 05:47

ผมกำลังคิดว่า คนที่เผาอาจจะไม่ใช่นักเรียนที่นั่นหรือเปล่า

หรือไม่ก็ออกไปแล้ว หรือไม่ก็ยังไม่กลับเข้ามาในโรงเรียน แล้วลอบเข้ามาเผา

สุดจะคาดเดาจริงๆ แต่ผมคิดว่า ลึกๆแล้วคนเราน่าจะมีความระลึกถึงความผูกพันธ์กับสถาบัน และสถานศึกษานะ โรงเรียนผมถึงแม้ผมจะไม่ค่อยชอบ โดดเรียนก็บ่อย แต่จะให้ไปเผา หรือไปทำลายข้าวของของโรงเรียน ผมยังไม่กล้าเลย มันมีความรู้สึกรักและหวงแหนอยู่ลึกๆ

งานนี้คงต้องดูยาวๆ ประเด็นใหม่คืออาการทางจิต ไม่แน่ใจว่าเป็นการอ้างเพื่อให้รับโทษเบาลงหรือไม่

แต่ส่วนตัวแล้วชื่นชมโรงเรียนนี้ ในการสร้างคน สร้างบุคคลากรคุณภาพให้กับประเทศ และผมคิดว่าปัญหานี้ต้องเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนหรือหลักสูตรของโรงเรียนแน่นอน

#14 By tamanxzg on 2010-06-07 04:32

"เด็ก"เปรตมากกว่ามั้ง ไม่เกี่ยวไรกับโรงเรียนเรียนเครียดหรอก ไร้สาระ

เรียนมาหลายรุ่นก็ไม่เห้นมีปัญหาอะไร?

#13 By Shuu Exteen on 2010-06-07 03:17

ขอแชร์ลง facebook นะครับ ปู่รหัสผม

#12 By Sutheerak (111.84.235.16) on 2010-06-07 02:28

น่าเศร้า ค่านิยมการศึกษา และ การออกข่าว ของไทยจริงๆ
ยิ่งอ่านเรื่องระเบียบหอพักแล้วยิ่งรู้สึกแปลกๆกับข่าวครับ sad smile

เห็นด้วยตาม#3ครับ

#10 By Faith on 2010-06-07 00:49

รู้แต่ว่า..น่าสลด...

#9 By wesong on 2010-06-06 23:36

นึกว่าเผลอเปิด 1000 ทิพย์ทุกทีเลย ทั้งเนื้อหาและดีไซน์ open-mounthed smile
ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง ยอมรับว่าตกใจกับข่าวนี้มาก แต่ก็ได้แต่ตามข่าวจากสื่อต่างๆ แต่พออ่านข่าวจากหลายๆแหล่งแล้วก็......นั่นแล่ะ

เข้าใจประเด็นที่จขบ ต้องการจะสื่อค่ะ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสื่อ ....

ตอนนี้คงไม่สามารถสรุปอะไร เพราะเราเองก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร แต่ยังไงก็ขอให้โรงเรียนผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้ด้วยดีค่ะ

#7 By mercutery on 2010-06-06 22:48

ข่าวสารต่างๆล้วนมีตื้นลึกหนาบาง
แต่สื่อนี่แหละค่ะตัวดี
ที่คอยชี้นำไปเรื่อย
บางทีก็.....เดี๋ยวยาว
อันนี้พูดรวมๆน่ะค่ะ ไม่ได้ระบุเรื่องsad smile

#6 By ❤NoRWAN❤ on 2010-06-06 21:51

พูดได้ไม่กลัวโดนยึดอมยิ้มเลย open-mounthed smile

หวังว่าจะได้สว่างกันถ้วนทั่วทุกคนๆ

#5 By ปลาวาฬ on 2010-06-06 21:44

จากคนที่เป็นเด็กหอมาปีที่ห้า
บางทีอาจเกิดอาการติดคอม
อาทิตย์แรกๆอาจยังไม่อยากมารร.
เพราะรร.อาจเลื่อนปิดไป...

แต่ที่กล่าวมาทุกข้อก็ตรงประเด็นค่ะ ^^
Hot!

#4 By !@Leaderdevil-demon@! on 2010-06-06 21:41

สาเหตุย่อมมีมากกว่าที่เห็นในข่าวล่ะครับ เพียงแต่มันอาจจะเป็นสาเหตุที่ขายข่าวได้ไม่มันส์ นักข่าวก็เลย...

#3 By chubby on 2010-06-06 21:40

ตรัสสสสสสสสสสสสสสสสส

#2 By Marv (203.144.153.208) on 2010-06-06 21:39

หมายเหตุโดยผู้เขียน - ค่อยๆอ่านนะครับ ผมเองไม่อยากกล่าวหาใคร แถมมีเรื่องนี้มีเบื้องหลังเยอะทีเดียว ขอเปิดเผยเท่าที่สามารถทำได้ครับ

#1 By on 2010-06-06 21:37

Recommend