บ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 (วันสลายการชุมนุม)

 

ผมกำลังนั่งดูหนัง RobinHood กับเพื่อนที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า โดยเพื่อนผมซึ่งเป็นโรคตาไม่สู้แสงก็ไม่ได้สนใจหนังแต่อย่างใด แต่จดจ่ออยู่กับทวีตในมือถือเพียงอย่างเดียว หนังประวัติศาสตร์ บทพูดเอื่อยเฉื่อย แอร์เย็นฉ่ำ และเพื่อนที่นั่งหงุดหงิดข้างๆไม่มีสัมพันธ์สนทนาใดๆกับเรา อา... บรรยากาศค่อนข้างน่าหลับทีเดียว...

 

สักพัก ภาพบนหน้าจอก็ดับ ไฟเปิดขึ้น

"ขอโทษนะครับ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และรัฐบาลเคอร์ฟิวสองทุ่ม... ฯลฯ"

โน่นครับ... เพื่อนผมเดินไปรอที่ทางออกแล้ว ไม่ต้องรอให้เด็กโรงหนังพูดจบหรอก ปล่อยผมนั่งง่วงอยู่ที่เก้าอี้นั่นแหละ

 

 

อันที่จริง ผมเองก็คาดคิดมาก่อนแล้วว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจเอารถถังเข้าบี้ม็อบให้แตกกระจาย ก็เหมือนเราเอาเท้ากระทืบไปกลางรังมดแดง ต่อให้จัดการตัวพญามดไปได้ แต่มดแดงแตกรังก็จะลามไต่ไปทั่วบริเวณนั้นอยู่ดี

ญาติและเพื่อนโทรมาเตือนเรื่องเคอร์ฟิว แต่ผมก็มั่นใจว่า มันจะมาไม่ถึงบริเวณที่ผมอยู่ ซึ่งถือเป็นกรุงเทพรอบนอก

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ พิสูจน์ว่าผมประเมินเหตุการณ์ไปผิดมากทีเดียว

-----------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------

เราออกจากห้างประมาณห้าโมงเย็น เนื่องจากรอคืนเงินตั๋วหนังให้เพื่อน เมื่อเดินออกมาก็พบกับคนมหาศาล รถโล่ง และเซ็นทรัลฝั่งตรงข้ามปิดไปตั้งแต่บ่ายสาม รถเมล์ไม่มี แท็กซี่หายสอย มอไซค์ไม่คอย ปล่อยคนยืนนอยกันเต็มถนน

เพื่อนผมไม่รอช้า คว้ามือผมเดินย้อนขึ้นไปทางฝั่งถนนสิรินธร

เนื่องจากบ้านเพื่อนอยู่ไกลกว่า ก็โอเค เดินไปกับมัน

...

หลังส่งมันขึ้นมอไซค์ (80 บาท ไปศิริราช) ผมถอนหายใจ และเดินย้อนกลับไปทางเก่า...

(คือ มันไปคนละทางก็จริง แต่ก็อดห่วงเพื่อนไม่ได้น่ะครับ เลยเดินมาส่ง )

(อ้อ ผมเคยเดินจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้าไปยันฮี ถ้าวันไหนว่างจัดจริงๆ คิดเหมือนกันว่าจะเดินเล่นไปให้ถึงท่าน้ำนนท์ )

เดินไปได้ซักพัก ผมนึกแผนที่ในใจ 

 

 

ถ้าผมเดินกลับทางเส้นสีน้ำเงินของ Google Maps ผมจะผ่านบ้านบรรหาร ซึ่งมันดูเสี่ยงกว่าเก่า ไม่ควรเดินผ่านบ้านนักการเมืองคนไหนเลยช่วงนี้

ผมเลยเลือกทางอ้อม เส้นสีแดง

ซักพักหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ตาม ภาพใน Twitter << คำเตือน เลือดผมเอง

(ลองไล่อ่านดูนะครับ @mingninja ทวีตช่วงนั้นไม่ยาวมาก แต่ตัดเอาไว้เพราะ Entry นี้ยาวมากแล้ว)

ซึ่งป่านนี้ผมยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่า มันเกิดจากใคร หรือกองกำลังฝ่ายไหน !!

 

เวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที เลือดหยุดไหล ผมประเมินตัวเองว่า สติยังอยู่ครบถ้วย เดินได้ ยังไม่ถึงตาย แค่เสียเลือดจนมึนหัว และโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็นยันฮี ซึ่งเวลานี้ถนนจรัญสนิทวงศ์รถติดไร้ระเบียบอยู่แน่ๆ

หลังจากรวบรวมกำลังได้บ้าง ผมเดินไปบ้านลูกค้าละแวกนั้น (ถือว่าโชคดีมาก ที่เป็นมีบ้านคนรู้จักเป็นลูกค้าอยู่เกือบทั่วทุกเขตใน กทม.) ตั้งใจฝากมือถือแบตหมดและทรัพย์สินมีค่าไว้ ดีกว่าพกติดตัวต่อไปล่อโจร

สุดท้ายเลยได้ลูกค้าขับไปส่งห้องพักเพื่อนละแวกนั้นแทน

 

ผมมีไข้และสลบไปวันกว่าๆ มีเพื่อนดูแล เพิ่งตื่นมากลับเข้าบ้านวันนี้ (เพราะเพื่อนก็จะย้ายออกจาก กทม.วันนี้เหมือนกัน - -" ถือว่าบังเอิญมากๆ)

 

และนี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้เพิ่มเติม หลังเหตุจลาจล (ไม่ได้สะกดว่า จราจล นะครับ)

 

1.บัตรประชาชน สำคัญมากกว่าที่คุณคิด

ถ้าผมหมดสติไป นี่เป็นสิ่งเดียวที่พอบอกได้ว่าผมเป็นใคร

 

2.ระวังของมีค่า

นาฬิกา กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ ในเวลาแบบนี้ สถานที่ไหนในกรุงเทพก็เปลี่ยวและอาจมีพวกนอกกฏหมายแฝงกายอยู่ทั้งนั้น บางคนอาจบอกว่ากางเกงที่ใส่อยู่ยังแพงกว่ามือถือซะอีก ของฉันรุ่นโบราณ ฯลฯ แต่อย่าลืมครับ... 50 บาทก็เงิน

 

3.สติ เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากสถานการณ์ลำบาก

 

4.หลังฟื้นขึ้นมา ผมได้รับคำยืนยันจากเพื่อนต่างจังหวัด ว่าไม่ผิดจากที่คิดเท่าไหร่

"มีคนตายอีกแล้วเหรอ"

"แบบปีที่แล้วเลยนะ"

"ยังดูตายไม่มาก ไม่เท่าปี 35"

"ตาย 85 ซื้อหวยๆ"

"เผาไปเด๋วก็สร้าง"

"เดี๋ยวก็ลืม"

"เดี๋ยวก็ชิน"

"ชินแล้ว"

ฯลฯ

.

.

.

สิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง มันคือความเคยชินครับ

เราเห็นการใช้ความรุนแรง เห็นการเผาทำลาย การฆ่า การทำร้าย การใช้กำลังทหาร การปาระเบิด เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องไกลตัว คนที่เดือดร้อนคือคนที่เกี่ยวข้อง เราไม่เกี่ยวข้อง มองผ่านๆให้ชินซะ

มองผ่านๆน่ะได้ครับ ดีด้วย ไม่เครียดครับ

แต่โปรดเห็นใจผู้เดือดร้อน หรือไม่ก็คิดสักหน่อยว่านี่เป็นเรื่องสำคัญ เป็นบ้านเกิดของเรา เป็นเมืองของเรา ประเทศของเรา

ให้ความสำคัญยังไง เช่น ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไข ทำอย่างไรจะกอบกู้มันขึ้นมาใหม่ ฯลฯ

ไม่ใช่เพียงเห็นปุ๊บ ปล่อยผ่าน ไม่ใช่เรื่อง ชาชินแล้ว

การวางอุเบกขาเป็นเรื่องที่ดี แต่โปรดมีความคิดกรุณากันก่อนครับ

 

5.ผมเห็นภาพเดียวกับที่ทุกคนเห็น

ผมเห็น CTW ถูกเผาราบไป แม้เพียง 1 ใน 4 แต่ก็เป็นส่วนที่มาเดินดูเดินผ่าน มางานหนังสือทำมือ มาดูหนังกับเพื่อน กลิ่นไอควันไฟและภาพคนตายจะยังคงอยู่ที่นี่ไปอีกนานพอสมควรทีเดียว

ผมเห็นการล่มสลายของโรงหนังสยาม อันเป็นที่ทำงานเก่าผม ที่ซึ่งสอนให้ผมรู้ว่าผมไม่เหมาะกับงานประจำ ที่ซึ่งผมมาเดินตามหาหนังนอกกระแสดู ที่ซึ่งผมเคยนัดเพื่อนสมัยมัธยมมาหาอะไรกิน

ผมเห็นทรัพย์สินถูกขโมย เห็นสถานที่ราชการถูกเผา ระบบขนส่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายหายไป

ผมเห็นเศรษฐกิจไทยพัง เห็นความเชื่อมั่นไทยในสายตาต่างชาติสูญสิ้น

 

สิ่งเหล่านี้ แม้สูญสิ้นไปแล้ว อาจสร้างกลับคืนมาใหม่ได้ แม้ต้องใช้เวลาสามเดือน หกเดือน หนึ่งปี หรือมากกว่านั้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจกลับคืนมาได้เลย ก็คือความรักความสามัคคีของคนในชาติ ที่ถูกกลบด้วยกระแสความเกลียดชังและการแบ่งข้างแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน

ภาพแกนนำอยู่สุขสบาย ภาพบ้านเมืองถูกเผา คลิปการทำร้ายร่างกาย ทุกอย่างแม้จะสวยงามแค่ไหน แต่ก็สามารถสร้างกระแสความเกลียดชังจากทั้งสองฝ่ายได้ทั้งนั้น

ทุกคนพากันรุมด่า รุมประนามสาปส่งผู้ผิด ส่วนในฐานะผู้พ่ายแพ้ จำเลยสังคมอย่างเสื้อแดงประกาศได้เพียงว่าไม่จบแค่นี้แน่

แม้กระทู้รักชาติ "การอยู่ร่วมกันหลังสงครามกลางเมือง" จะเป็นกระทู้ที่ดูสงบและเป็นกลาง ทุกฝ่ายออกความเห็นอย่างสร้างสรรค์ แต่ไม่นาน (ราวๆคอมเมนท์ที่ 200-300 กว่าๆเป็นต้นไป) ก็เริ่มมีดราม่าอีกแล้ว

หลายคนยังแบ่งข้างด่ากัน เหลืองแดงอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้ เพียงยกความเลวของอีกฝ่ายขึ้นมา ก็จะมีเสียงสนับสนุนอีกมากมาย

เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังถูกบ่มเพาะมาเกือบ 10 ปี และมันคงฝังรากลึกอยู่ต่อไปอีกนาน

ในความเห็นผม การด่า แสดงความเกลียด เกิดขึ้นโดยห้ามไม่อยู่ นั่นไม่ผิด แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร

แม้แต่การฆ่าให้ ตาย ยิงให้ยับ ประหารมันเลย ก็ดูเป็นการจบที่เร็วและแก้ไขความเสียหายได้น้อยเกินไป

ผู้ที่กระทำผิด ควรได้ชดใช้กรรมในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้

เวลา และกฏหมาย จะช่วยนำกรรมมาตอบแทนให้อย่างยุติธรรม โดยไม่เร่งรัด

หรืออย่างน้อยที่สุด ผมก็ยังทำใจให้เชื่อแบบนั้นได้อยู่

สิ่งที่หลงเหลือ ยังคงมี "ความหวัง" ครับ

 

http://i565.photobucket.com/albums/ss99/unchisa1993/104844390.jpg

 

 

6.ผมเป็นคนที่อยู่ตัวคนเดียวเรื่อยมา อยู่อย่างชิวๆ ลุยเดี่ยวไปเรื่อยๆ

ผมเกลียดงานบริษัท และรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานเงินเดือนใดๆ

ผมเคยมีปัญหากับเพื่อนทุกคนในระดับชั้น ด้วยความที่ไม่เครียดเลย (จนน่าหมั่นไส้)

และด้วยความชิวมากเกินไป ผมว่ามันทำให้ผมเข้าใจคนอื่นน้อยลง

เคยสิ้นหวัง เคยหันหน้าเข้าหา 2D เพียงอย่างเดียว

(แต่ยังคงยืนยันว่าไม่ใช่โอตาคุหรือฮิกกี้แต่อย่างใด)

 

แต่เชื่อเถอะ ต่อให้คุณเป็นมากกว่าผม

เมื่อคุณเดือดร้อนจริงๆ คุณก็จะพบว่ามีอีกหลายคน ที่รู้จักคุณ ทั้งที่คุณคุ้นเคย คุ้นๆแต่นึกไม่ออก หรือไม่สนิทกันเลย คอยเป็นห่วงคุณเสมอ

 

 

 

(ขออภัยที่ต้องปิดชื่อเก่าหรือชื่อจริงครับ)

 

ถ้าคุณเคยสิ้นหวัง ถ้าเข้าใจว่าไม่มีใครที่คุณรู้จักอยู่ข้างคุณแล้ว อย่างน้อย ลองนึกถึงอีกด้านหนึ่ง นึกถึงคนที่รู้จักคุณเหล่านี้ดูนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ห่วงใยติดตามการหายไปของผม (Mingninja no juujitsu !?) และขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับ

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the great postquestion

#50 By essay writing (79.171.124.4) on 2010-10-20 21:33

ชอบรูปที่อยูข้างบนข้อที่6มาก

การชุมนุมน่ากลัวมากจริงๆ
หายเร็วๆนะคะbig smile

#49 By -DeminA- on 2010-05-25 11:15

tHeme ใหม่เจ๋ง โคตร

#48 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2010-05-23 10:00

โชคดีที่รอดมาได้

#47 By จอมบงการ on 2010-05-22 21:43

^ ทำ Freelance ครับ

#46 By on 2010-05-22 20:36

หายไปตั้งนาน ฉันเป็นห่วงนะเธอ


ไม่เป็นอะไรก็ดีมากแล้ว งื้อ แต่เค้าชอบเลือดเธอนะ (มันใช่เวลาเล่นไหม???)


ช่วงนี้ทำงานอะไรเหรอตัวเอง ไ่ม่เจอกันนานมาก หวังว่าต่อจากนี้ไปคงสบายดีนะ


คิดถึงหล่ะ 555

#45 By k-yoshiki on 2010-05-22 18:02

เลือดที่มือนี่หลั่งรินจากจมูกเพราะเมะสายน้องสาวครับ
ผมว่าไม่ได้มาจากม๊อบแน่นอน

#44 By Marv (110.164.235.178) on 2010-05-22 17:26

ดีที่ จขบ. ปลอดภัยค่ะ

#43 By givgiw on 2010-05-22 16:56

ยินดีที่ผ่านมาได้...

#42 By wesong on 2010-05-22 16:22

เพิ่งเข้ามาเจอบล็อกพี่ อ่านแล้วอึ้งเลย
พี่มิ่งปลอดภัยแล้วใช่มั้ย

#41 By AE on 2010-05-22 12:55

ปลอดภัยก็ดีแล้วณ ตอนนี้ยังมีอาการอะไรอีกไหมเนี่ย
ดีใจ surprised smile

#39 By ire_u (124.122.208.28) on 2010-05-22 12:13

บ้านเราอยู่แถวบ้านคุณบรรหารค่ะ เราได้ยินเสียงปังตอนที่เรากำลังอาบน้ำ อ่าน Twitter ที่คุณลิงค์มาแล้วแอบอึ้ง หรือจะเป็นเสียงที่เราได้ยิน (ยังไม่กล้าคิดเท่าไร)

ยังไงก็ดีใจจริงๆ ที่ปลอดภัยค่ะ

#38 By Nw.kana Quatre on 2010-05-22 12:05

ยินดีด้วยที่ปลอดภัยค่ะ