หลังจากการสอบ "ข้อสอบพื้นฐานความรู้ทั่วไป" ผ่านพ้น ผมก็พบว่าใน MSN และใน Twitter เองมีการเปลี่ยนหัวข้อมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบอันเร้าใจชุดนี้อย่างเมามันส์ อาทิ

- โรงเรียนผมไม่เคยสอนเทนนิสครับ
- ชีวิตนี้ไม่เคยจัดละครเวที อย่าได้มีหวังกับสอบเข้ามหาัลัย
- ถ้าท้องตอนเรียน ทำไงดีอ่ะ
- กถักกฬีนี่มันตัวอะไรวะ
- อิผัดไทกุ้งสด อิเครื่องซักผ้า อิน้ำปุ๋ยหมัก อินักเทนนิสตบวอลเลย์ ฯลฯ

 (แสดงให้เห็นถึงการมีเด็กในสังกัดเยอะ... ไม่ใช่ละ )

อย่างที่หลายคนรู้กันแล้ว ผมยึดอาชีพติวเตอร์เป็นอาชีพเสริมมาตั้งแต่สมัยเรียน (ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นว่ารายได้จากการสอนพิเศษอย่างเดียววันละสองสามชั่วโมงนั่นน่ะ เกินรายได้จากงานหลักไปแล้ว) ก็เลยต้องศึกษาข้อสอบพวกนี้เอาไว้หน่อย

 

แต่พอได้อ่านตัวอย่างข้อสอบ ผมรู้สึกประทับใจมากครับ

มันไม่เพียงแต่ฮาหลุดโลกมาก แต่อัดแน่นด้วยสาระ มีศาสตร์และศิลป์เกือบทุกขั้วเลยทีเดียว

 

 

และต่อไปนี้คือประเด็น ถอกออฟเดอะทาวน์ 

1.เคยอ่านที่คุณป้าอุบุนตู้มพอร์นเคยกล่าวไว้ ว่าข้อสอบอยู่ในหลักสูตร...

หลักสูตรบ้านป้า XXX เหรอ !!!!!!!!!!!!!!!!!

...

นี่มันชีวิตประจำวันผสมความรู้รอบตัวแบบโคตรๆเลยไม่ใช่เรอะ !!!

หลายส่วนของข้อสอบเป็นเรื่องข่าว หรือความรู้ทั่วไป (เทนนิส, อาหารประจำชาติ) หลายส่วนก็จงใจจะให้ความรู้แก้ผู้สอบ (คล้ายๆข้อสอบตอนเรียนแพทย์ครับ หลายๆครั้งจะให้ความรู้ใหม่มา แล้วถามคนละขั้วไปเลย) หลายส่วนเป็นการแก้ปัญหาในชีวิตจริง (ซ่อมเครื่องซักผ้า, การขายผลิตภัณฑ์)หลายครั้งก็เป็นปัญหาประหลาด หลุดโลก จงวิเคราะห์สดซะ (ฉากการแสดงละคร)

อันที่จริง ประเด็นนี้ผมว่าไม่น่าโวยวายนะครับ ชีวิตคนเราจริงๆไม่ได้มาจากการท่องจำนะ มันมาจากนอกตำรานี่แหละ

แต่บางข้อก็น่าด่าจริงๆ คุณคาดหวังอะไรนักหนาเนี่ย... อีระบำอินตะระเดีย รึว่าอีกุจจี่ ปุจจี่ กะดุ๊กกะดุ๋ยนี่มันสำคัญกับมนุษยชาติขนาดเด็กไทยส่วนใหญ่ควรรู้จักเลยเรอะ... ไปขุดตำราศิลปศาสตร์เล่มไหนมาออกก๊านนนนนน...

เอาเป็นว่า ที่น่าโวยวายกว่าคือประเด็นถัดไปตะหาก

 

2.คำถามปลายเปิด แต่คำตอบเป็นชอยส์

นี่เป็นประเด็นที่ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ และทำเอาอยากเห็นวิธีการให้คะแนนมากกกกกก....

เรียนแล้วท้องจะทำยังไง ? ต้องนึกอีกว่าในขณะนั้นคนออกข้อสอบมันใช้อะไรคิดวิเคราะห์ มาตรฐานจริยธรรมมันจะสูงแค่ไหน มันจะเอาอะไรยึดว่าคำตอบไหนดีไม่ดี (ผมชอบคิดแบบนี้แหละเวลาทำข้อสอบ คือตอบเอาใจคนออกข้อสอบไว้ก่อน ขัดใจตัวเองช่างมัน) 

ฝรั่งอยากฮันนีมูน ผ้าปูโต๊ะสีอะไรดี ? เอาหละ ตามหลักจิตวิทยาการถ้าจะจัดโรงแรมก็ต้องเป็นผ้าลินินสีขาวให้ดูหรูหราใต้เชิงเทียน... ถ้าต่างชาตินั่นเป็นชาวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวสัดส่วนอันดับ 1 ของไทยก็ต้องปูโต๊ะแดงแปร๊ดน่ะสิ ? ความน่าจะเป็นที่เป็นคนจีนก็สูงนะ... เอ๊ะ ฮันนีมูน ใส่สีชมพูก็ดีนะ ฯลฯ แต่โจทย์ไม่มีชอยส์พรรค์นั้นน่ะสิ เนื้อที่ให้เขียนก็ไม่มี

นักเรียนอยากคบเพื่อนแบบไหน ? นี่ก็เป็นจิตวิทยาอีกข้อ คนออกข้อสอบเค้ามองว่าอะไรสำคัญที่สุดล่ะ ? ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ? ความเอาใจใส่ ? ถ้าเลือกข้อนี้ แล้วอีกข้อก็ต้องผิดน่ะสิ รึว่าเค้าจะมองว่าพวกคนที่ชอบเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้นน่ารำคาญ... โอ๊ย คนออกข้อสอบแม่งซึนเดเระว่ะ

มาตรฐานคนเราไม่เหมือนกัน ผมจึงไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าข้อสอบนี้แท้จริงแล้วมันดีหรือไม่ดี มันอาจจะดีกับคนบางกลุ่มก็ได้... (จึงบอกได้ว่า ความเห็นส่วนตัวคิดว่ามันเละเทะ )

และแน่นอน ผมไม่คิดว่าจะมีคำตอบที่ถูกต้อง 100% เช่นกัน 

ข้อสอบทำได้น่าสนใจ เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้การศึกษา แต่ข้อสอบที่น่าสนใจแบบนี้ เหมาะกับการตอบแบบอัตนัย ประกอบคำอธิบาย ว่าทำไมจึงคิดแบบนั้น ตอบแบบนี้ ไม่สมควรทำลายความบรรจงในการรังสรรค์ด้วยการบังคับชอยส์ครับ

เหมือนเป็นการสรุปตัดจบว่า ถ้าคิดไม่เหมือนคนออกข้อสอบ มาตรฐานไม่เหมือนกัน ก็จงอย่าได้คะแนนจากฉันไป๊ !!!!

แต่ถ้าข้อสอบชุดนี้ มีการให้คะแนนว่า ถ้าตอบข้อที่ถูกที่สุด ได้ 4 คะแนน ถูกรองลงมาได้ 2 คะแนน และ 1 คะแนน ไล่ลงไป... แบบนี้ยังพอจะน่าสนใจหน่อย แต่ก็นั่นแหละ เอาอะไรมาตัดสินว่าถูกต้องที่สุดครับ ?

 

3.มันจะลดการเรียนกวดวิชา นี่แหละ วิชาชีวิต !!!!!!!!!

 

คุณเคยสอนเรื่องร้อยละและเปอร์เซ็นให้เด็ก ม.3 ที่ไม่เคยรู้จักคำว่ากำไรขาดทุนไหมครับ ?

คุณเคยสอนกาพย์เห่ชมเครื่อง คาวหวานให้เด็กลูกคุณหนู ที่ไม่รู้จักอาหารไทยและส่วนประกอบซักชนิดเลยไหมครับ ?

คุณเคยสอนความน่าจะเป็นให้เด็ก ม.6 ที่ไม่เคยแตะสำรับไพ่มาก่อนในชีวิตไหมครับ ?

เคยต้องสอนภูมิศาสตร์ประเทศไทยให้เด็กที่อยู่หอพักจนไม่เคยออกไปไหนไหมครับ ?

เคยสอนภาษาอังกฤษให้เกรียนที่พูดอังกฤษเป็นแค่ "Dot A" ไหมครับ ?

 

นั่นคืองานของผมครับ

เด็กพวกนี้ จะกล่าวว่าน่าสงสาร ก็คงไม่ถูกนัก แต่พวกเขาขาดโอกาสที่จะได้สัมผัสอะไรหลายอย่างที่คนทั่วไปได้สัมผัสกับมันเป็นปกติ และการเข้าไปเรียนกับที่เรียนพิเศษใหญ่ๆในเมือง ย่อมไม่ต่างกับการเรียนในห้องเรียน ซึ่งไม่มีวันเข้าใจ จนกว่าจะแก้ไขปมปัญหาให้ออกเสียก่อน

ผมต้องขอขอบคุณข้อสอบชุดนี้นะ ครับ คุณได้ทำให้เด็กปกติทั่วไป ได้พรั่นพรึ่งกับโลกใหม่ที่คนปกติไม่ค่อยได้รู้ได้เห็น เพิ่มปมปัญหาที่พวกเขาไม่มีวันไล่ทัน แล้วน้องๆจะทำยังไงกันดี... ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งการกวดวิชา !!

 

เด็กไทยไม่ได้แก้ปัญหา "ข้อสอบยาก" ด้วยการพยายาม "รู้" เพิ่มเติมนะครับ แต่เด็กไทยส่วนใหญ่จะคิดว่า เราต้อง "เรียน" เพิ่มเติมต่างหาก

ติวเตอร์ : งานเข้า

 

ต่อไปนี้ ผมอาจได้งานสอนคอมพิวเตอร์พื้นฐานเพิ่ม เพื่อนผมคณะถาปัต/ศิลปกรรมที่กำลังตกงานอาจได้งานสอนศิลปะให้เด็กเตรียมสอบ ผมอาจต้องเอาเลขฐานสองมาสอน ม.ปลายอีกครั้ง เด็กจะเห็นความสำคัญของคอร์สแพทย์มากขึ้น ฯลฯ

ขอบคุณที่ช่วยเพิ่มช่องทางให้โลกแห่งติวเตอร์ครับ

(หมายเหตุ พื้นที่โฆษณา : อันที่จริง ผมติวได้เกือบทุกวิชา ราคากันเอง หลังไมค์มาได้ รับงานเมื่อว่าง 555++ )

 

4.ได้คะแนนยาก

 

ต้องตอบถูกสามข้อรวดจึงจะได้คะแนน

ผมไม่ค่อยชอบข้อสอบแบบ ข้อ ก.ถูก ข.ผิด ผิดทั้ง ก.และ ข. อะไรเทือกนี้เท่าไหร่ เพราะเหมือนข้อหนึ่งต้องทำหลายข้อย่อย และต้องทำเป็นแพคเกจ (ที่ส่วนใหญ่จะไม่เกี่ยวกัน) มาเจอแบบนี้จึงยิ่งแล้วใหญ่

คิดง่ายๆ ข้อสอบชุดนี้มี 18 ข้อ แบ่งเป็น 6 ชุด

หากผมตอบถูก 12 ข้อ ตามหลักการณ์ คะแนนผมจะผ่าน เพราะได้ถึง 66.67 %

แต่ถ้า 12 ข้อของผม กระจายอยู่ใน 6 ชุดนั้น ชุดละ 2 ข้อ

ผมจะไม่ได้เลยแม้แต่คะแนนเดียว หรือได้มา 0%

อาจารย์อุ๊เคยกล่าวไว้ว่า 

ก็เด็กเขาได้แค่ 50 % อ่ะค่ะ แล้วจะทำไมล่ะคะ ต้อง100 เหรอ ทุกคนต้องได้ 100% เหรอคะ

 

 

อาจารย์ด๊อกเตอร์เสรี เคยกล่าวไว้ตอนปัจฉิมนิเทศที่จันทร์เกษม

"เนี่ยะ ครูคนไหนนะ ออกข้อสอบมาแล้วเด็กตอบไม่ได้นั่งหัวเราะชอบใจ
ประเภท ภูเขาที่สูงที่สุดอันดับหนึ่งคือเอฟเวอเรส อันดับสอง ... สาม ... บลาๆๆ ถามว่าอันดับ 11 คือที่ไหน..."

แกก็เว้นให้นักศึกษาขำอยู่พักนึง

"บ้า ใครมันจะไปตอบได้ ตำรามันก็ให้มาแค่อันดับต้นๆ แล้วมันมีความจำเป็นในชีวิตไหมที่จะต้องจำว่าอันดับ 11 คือที่ไหน"
"ครูแบบนี้แหล่ะนักศึกษา จำไว้ ครูปลอม"
"ครูบาอาจารย์ที่ท่านต้องการให้นัก เรียนนักศึกษาได้รับความรู้ สร้างคนให้มีคุณภาพเขาไม่ทำกัน"


เสียงปรบมือกราวใหญ่กึกก้องหอประชุม .....

 

 

5.นักเรียนไทยสามารถสอบ O-Net ได้เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต

ประเด็นนี้สำคัญและน่าเป็นห่วงที่สุดครับ

การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว คะแนนพลิกผันจะติดตัว เหมือนถูกเลขตีหัวไว้กลางหน้าผาก และเป็นตัวเลขที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเขาไปได้ตลอดกาล

คนส่วนใหญ่คาดเดากันว่า คะแนนปีนี้จะแย่กว่าปีก่อนๆ 

ถ้าปีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง รุ่นน้องของพวกเขาจะมีเวลาเตรียมตัวรับมือ และมีโอกาสสูงที่จะได้คะแนนดีกว่า

ถ้าปีหน้าเปลี่ยนแปลง พวกเขาก็มีโอกาสได้คะแนนน้อยกว่ารุ่นต่อไป (ยกเว้นรุ่นต่อไปมันจะออกให้เสื่อมกว่านี้นั่นแหละ รุ่นนี้จะได้ลืมตาอ้าปาก)

นั่นแปลว่า พวกเขามีคู่แข่งเป็นเด็กซิ่วในปีนี้ และถ้ายังรอ ก็มีคู่แข่งในอนาคตที่หนักใจกว่าคือรุ่นน้องในปีหน้า

คิดให้ดีก่อนเปลี่ยนมาตรฐานการให้คะแนนครับ

 

 

 

ชีวิตจริง หลายคนเป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ แต่ถูกกีดกัน ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน ด้วยตัวเลขที่เรียกกันว่า "คะแนนเฉลี่ย" "GPA" "คะแนนเอนท์" "คณะ / มหาลัยที่จบ" "ระดับปริญญา" "เกียรตินิยม" ฯลฯ

เถ้าแก่หลายคน ยังจบแค่ ป.4

โปรดอย่าทำให้ตัวเลข มาบั่นทอนโอกาสของเยาวชนครับ

 


 

แถมท้าย : เมื่อพิจารณาจากข้อสอบ... (มุขโอตาคุ ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเครียดไปครับ)

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 


 

Comment

Comment:

Tweet

โดน หมู ฉึกๆๆ
อ๊ากกก
น่าขำมาก โอเน็ตปี นี่ สอนให้เราเป็นตั้งหลายอย่าง

แต่

บ้าน XXXX หรอ

คนไม่ได้เรียนมาจะให้ตอบได้อย่างไร กัน!!!

ตามหลักสูตร จริงๆๆ หรอ โน่น ถามไปยัน ผ้าปูโต๊ะ มันน่ามั้ยล่ะ

อยากให้ ผู้ใหญ่ มาเรียนลอง ดูมั้ย ว่า หลักสูตร ที่สอนจริงๆ นะ เป็น อย่างไร

#158 By เด็กน้อย (182.52.186.132) on 2010-12-28 21:18

เห็นด้วยคะ surprised smile

เราก็เป็นครูสอนพิเศษเช่นกัน

ชอบตรงอาจารย์เสรี เพราะเราเจอมาเยอะ พวกครูจอมปลอม

เราอยากเป็นครู (ไม่รู้จะบอกทำไมเนอะ)

ยังไงยินดีที่ได้รู้จักคะopen-mounthed smile

#157 By furnworld on 2010-04-28 18:20

เอิ่ม... เคยได้ยินมาบ้างว่าเสื่อม...นี่มัน
ไม่มากเกินไปเรอะเพ่!!!

ฟันธงเลยถ้าไอ้เฮเป็นเด็กสมัยนี้ ไม่เครียด แต่ได้มีปวดท้องระหว่างทำข้อสอบชัวร์ป้าบ... ขำเกินบรรยาย พ่อเอ้ยยยยยยยยย~

ปล. พี่คะโอเน็ตตลอดชีพอย่าว่าไป... เพราะไอ้เฮไม่รู้(เป็นทายาทรุ่นที่สองที่ได้สอบ)ว่ามันจะติดตัวไปตลอดชีพ ไอ้เฮเล่นมาละ... ระเนระนาดอย่างสุดซึ้ง
(TTwTT)b

#156 By pierce on 2010-04-23 21:14

เจ้าภาพเรื่อง "เป็นหมอ" น่ะ
เคยดูนะเออ อย่าคิดว่าไม่รู้ คุรุคุรุ
จะสอบปีหน้าละ -*-
เข้าห้องสอบปุ๊บ
เก้าอี้พร้อม!! เชือกพร้อม??
เอาละผูกคอตายได้ !!
เมื่อก่อนคิดว่าเด็กแล้วดีน่าคิดใหม่แหะ


แก่ดีฟ่าไม่ต้องทำข้อสอบเหอะๆ


ปั๊ตตะนาลงทุกวันทกวัน



และที่สำคัน โรงเรียนตูไม่มีเรียนเทนนิสเว้ยยย

#153 By o_l3_oN€ (58.10.80.219) on 2010-03-12 16:56

เอ่อคือว่านะ....ป้าเค้ามีลูกไหมเอย???อยากจารู้จิงๆโนะ
น่าจะไห้ลูกของป้ามาทำโชเลยโนะเหอะๆคิดได้ยังไงพะจ้าวลิงทอดกล้วยคิดได้ขนาดนี้เลยเฮ้ย


เจอมากะตัวหรอกนะถึงพูด

แมร่งยากชิหาย ว่าไอ้แกะกะแพะยากและนะ มาเจอนี่อิกโอ้เวนตำ
ชีวิตรันทดดันทลึ่งมาอยู่รุ้นนี้อิก(แม่ทำไมไม่ปล่อยตั้งกะปีที่แล้ว)ขอสอบมันกำกรวม

โอ้ผ้าปูโตะสีอารัย ดอกไม้อารัย อาหารอารัย
ถ้าเขียนได้จะเขียนผ้าสีดำ ดอกไม้จัน และกะข้าวต้ม(คนที่มานั่งต้องเป็นพระนะชัดเลย) เอาป่าวป้า

#152 By o_l3_oN€ (58.10.80.219) on 2010-03-12 16:42

อะๆๆๆ เพิ่งได้อ่าน ขำมากมาย big smile

#151 By PunPrai on 2010-03-10 00:29

O-net นี่มีทางชนะขาดอยู่ค่ะ!!!

#150 By Marv (203.144.153.90) on 2010-03-07 21:16

http://www.bannok.com/atfk/
อันนี้สุดยอดกว่า
ตรงรูปนี่ฮามาก ๆ ครับ

+ เนื้อหาเขียนได้ดีครับ ขอชมเลย

ต้องตอบถูกสามข้อรวดจึงจะได้คะแนน << ออกแบบนี้ก็ยากเกินไปครับ โอกาสที่คนได้ 0 คะแนนมีเยอะมาก sad smile

#148 By DesigNIL (119.148.98.86) on 2010-03-06 00:25

555 หลานของเง็กแค่ 5 ขวบรู้จักไดโนเสาร์เยอะแยะเลยนะ

แล้วอีกคนก็ชนะการแข่งไทเก็ก...

โอเนตมันแค่จุดเล็กมากๆ ของชีวิตเราเท่านั้นเองใส่ใจอะไรกับมันมากมาย

สนใจทำในสิ่งที่เรารัก ทำให้ดีที่สุด

ไม่จำเป็นต้องรู้จักมดทุกชนิดในโลกก็ได้
ไม่จำเป้นต้องเข้าใจรูปแบบของเมฆทุกก้อน...

แต่เราควรจะเข้าใจ,รัก และมีความสุขในการที่เราจะสร้างอะไรใหม่ๆ ให้โลกที่ร้อนขึ้นๆ ทุกวันตอนนี้...



big smile

#147 By 6am9pm on 2010-03-04 22:30

ลืมให้ดาว โดนใจมากๆๆๆๆHot! Hot! Hot! Hot!

#146 By Teddy-boy on 2010-03-04 11:38

เรียนหมอเพื่อ....(Night Shift Nurses)sad smile

#145 By Teddy-boy on 2010-03-04 11:38

บางคำถามนี่ก็... sad smile

#144 By ryugu on 2010-03-03 13:20

อนาคตเด็กไทย......สิ้นหวังแล้ว

#143 By OtaKuNG on 2010-03-02 00:06

กรี้ดดดดดด Hot! Hot!

#142 By mindfulness on 2010-03-01 16:29

เอาไปเลย!!!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#141 By 黒風 バカオ on 2010-03-01 00:51

เห็นด้วยมาก ๆ เรื่องคำถามปลายเปิดแต่ดันตอบเป็นชอยส์ กับวิธีการสอบแบบนี้ไม่สามารถลดการกวดวิชาได้แน่นอน

ผมว่ายิ่งเปลี่ยนยิ่งเละแบบนี้ กลับไปแบบเดิม ๆ ดีกว่านะ

#140 By Highwind on 2010-03-01 00:42

/พยักหัวหงึกๆ เห็นด้วย

แต่ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่เขาจะมั่นใจแหละค่ะ ว่าการสอบแบบนี้เป็นมาตรฐานคัดเด็กที่ดีที่สุด...
...เขาคงหวังให้สมองนักเรียนเป็นหุ่นยนต์ไร้จิตใจและทำให้หมดกำลังใจละมั้งคะ...?

เห็นข่าวที่เขามาแถลงเกี่ยวกับข้อที่ท้องระหว่างเรียนนั่นแหละค่ะ อ่านแล้วอนาถใจแท้...
...เอาตัวเองว่าเป็นหลักนี่หว่า...
...แย่จังเลยเนอะ...

#139 By # Comunità di Wynyl on 2010-02-28 23:21

ชอบการวิจารณ์ของคุณจัง เล่นเอาอิฉันฮาแตก 555555+

ปล.ไอ้ภาพเทพกับเครื่องซักผ้านั่น....(กรีดร้อง ม่ายยยยยยยยยยยยยยย )

Hot! Hot! Hot!
ไม่แน่ใจว่าควรขำหรือเครียดดี

แต่ก็ชอบค่าา (แปะๆดาวที่เสื้ออาเบะ) Hot!

*วิ่งหนี

#137 By Loop - Witch on 2010-02-28 21:56

อยากตะโกนดังๆว่า "ผมเห็นด้วยโว้ยยย~"

#136 By Otaku เดินดิน on 2010-02-28 21:46

โห โดนจัยใช่เลย
ทุกคนต้องเอาใจใส่มัน
มันเป็นอนาคตของชาติ

ไม่ใช่สิ่งของตลก

#135 By Sparr0w on 2010-02-28 21:35

โชคดีที่แก่ก่อน sad smile

#134 By chimerateddy on 2010-02-28 21:23

รูปสุดท้ายฮาดีdouble wink

#133 By mako on 2010-02-28 20:47

.. จะ สิ้นหวัง แล้ว

#132 By mukiiii? on 2010-02-28 18:31

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ก๊ากกก ขำคนออกข้อสอบซึนเดเระ

...กลัวอาเบะ
พอสอบเสร็จแล้วรู้สึกสิ้นหวังแท้ๆ เลยครับ ตั้งแต่แกทแพทยันโอเนท นี่กะไม่ต้องเรียนแล้วสินะมหาลัย จะเอาคะแนนปีก่อนๆ มาเทียบก็ไม่ได้เพราะข้อสอบไม่เหมือนกัน เฮ้อ...
ติวเตอร์จงเจริญ
อาจารย์อุ๊น่ารักที่สุด cry

#131 By ayachan on 2010-02-28 17:56

สอบโอเน็ตได้หมดนั่นแล้วเป็นเทพยังพอว่า..

แต่เป็นช่างแบบคนนั้นมัน...

#130 By •กุ๊ดจี่• on 2010-02-28 16:02

โห้ววว โดนมากค่ะ

ได้ใจไปเต็มๆๆๆ(โดยเฉพาะตรงโอตาคุ)

และหลายๆเรื่องน่ะค่ะ

ข้อสอบไทยยากมาก
สอบไป เอาจริงๆก็ไม่ได้ใช้เท่าไหร่

(เรียนพายอาร์ไปหาพื้นที่จานข้าว =w=)

#129 By [[KUROBANE]] on 2010-02-28 13:43

ทุกวันนี้เพื่อนเราที่อยู่ปีสองก็ไม่มีโอกาสได้เรียนคณะที่อยากเรียนเพราะคะแนนโอเน็ตไม่ผ่านเกณฑ์ คิดดูแล้วกัน ผ่านมาสามปีแล้ว

#128 By ☂ YukiUsagi ★ on 2010-02-28 13:05

แนวเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ

ข้อสอบสมัยนี้ ... เพิ่งรู้แฮะ

ตอนแรก ๆ อ่าน เมลล์ คิดว่าเป็นเรื่องเขียนขึ้นมา

ที่แท้ เรื่องจริง



น่าห่วง .... เด็ก ๆ แฮะ sad smile

#127 By Initmate on 2010-02-28 11:48

กร้ากกกกก ชอบภาพสุดท้ายมากค่ะ!!
ความจริงแล้ว วิธีการซักผ้าก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ
แคทเอง ตอนแรกยังรู้สึกว่ามันง่าย เพราะแคทซักด้วยมือ
จนเห็นข้อวิธีสุดท้าย...
1.บิดให้แห้ง
2.กลับตะเข็บ
3.สะบัดให้ผ้าหมาด
มันมาปลายเปิดยังไงก็ไม่รู้ค่ะ (โจทย์ตามที่จำได้นะ)
ก็นังแคทน่ะ ทำครบทั้งสามอันเลย!!

ได้ยินเพื่อนบอกว่า บิดมันทำให้ผ้าเสียรูปทรง แต่มันก็เหลือสองข้ออยู่ดีนะ

เรื่องติว แคทไม่เคยติว แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ผิดนะ ที่คนเรามันจะติว (หาความรู้เพิ่มเติม ผิดตรงไหน?) จะบอกว่าเด็กไม่ตั้งใจเรียนในห้อง แล้วทำไมห้องไม่ปรับปรุงการสอนให้มันได้กว่ากวดวิชาล่ะค่ะ! ถ้าครูสอนดี เด็กจะไปติวให้เสียเงินทำไม

ข้อสอบนี้อาจจะทำให้เด็กไม่ติวก็ได้นะคะ แต่มันจะทำให้เด็กไม่อ่านเลยมากกว่า
ก็พอสอบวิชาศิลปะนี่ คนติวกับคนไม่ติวมีความรู้เท่ากันทันทีเลย เฮ้ออออ
ถึงติวไปก็ไม่รู้อยู่ดี ว่าตกลงเพื่อนแบบไหนดีที่สุด?

#126 By นังแมวเอ๋อ on 2010-02-28 05:57

ไม่ใช่ ตรูแน่นอน เจ้าคร้าาาาาาาาาาาาาาา
Hot! Hot! Hot!

#125 By GooTarn on 2010-02-28 04:22

Hot! Hot! Hot! Hot!

ชอบคิ้วหนา ฮ่าๆๆๆ

#124 By ชาเขียวaddict on 2010-02-27 22:13

สิ้นหวังงงงงง

#123 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2010-02-27 22:02

ไม่พูดไรมากมาย

จัดไป


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


เห็นข้อสอบแล้วสงสารน้องรหัสตัวเอง ..

เอ็งคิดได้ไงออกข้อสอบแบบนี้ว้า!!

#122 By ต้นปาล์ม on 2010-02-27 20:09

ไม่ไหวๆ เห็นแล้วอยากหนีกลับบ้านไปร้องไห้หลังเครื่องซักผ้า

#121 By หมวยนุช ~* on 2010-02-27 20:09

เคยเปนมั้ย เห็นข้อสอบแล้วร้องไห้ อ่ะ T T

(อยากเห็นหน้า คนออกข้อสอบค่ะ !!)

#120 By ผู้เคราะห์ร้าย (118.173.211.162) on 2010-02-27 19:49

ขอให้การศึกษาไทยยกเลิกระบบนี้ก่อนยุคลูกผมสอบแล้วกันconfused smile

#119 By ขุนกระบี่ on 2010-02-27 19:00

หนูสอบปีหน้าค่ะ
เห็นแล้วอนาถใจอย่างบอกไม่ถูก =*=

Hot! Hot! Hot!

#118 By ♡ DolCe' on 2010-02-27 18:43

Hot! Hot! Hot! Hot!
ปาดาวให้เลยค่ะ

#117 By Evilcat ; おれんじ  on 2010-02-27 18:25

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!



มันก็เปลี่ยนไป พัฒนาถอยหลังไปเรื่อยล่ะค่ะ cry

#116 By -Tabosan- on 2010-02-27 17:33

เห็นข้อสอบหลายๆข้อแล้ว อยากรู้จริงๆว่าคำตอบที่เขาเฉลยมันคืออะไร....
น่าเป็นห่วงจริงๆ angry smile Hot!

#115 By THgirlinKR on 2010-02-27 17:17

เค้าอิจฉาที่กวดวิชาได้เงินเยอะกว่ามั้งคะ

อะไรๆ ก็อัดเอาที่เด็ก
ไม่ไปดู ครูไทย การเรียนการสอยแบบไทยๆบ้างล่ะ

มตราฐานแต่ละโรงเรียน กระทรวงศึกษาครอบคลุมแค่ไหน

อะไรๆ มาลงเอาแค่ข้อสอบเข้ามหาลัย
มาลงที่อนาคตเด็ก

งี้ก็แย่ดิ

ไม่ไหวเลยอ่ะ ...

ระบบการสอนห่วย ข้อสอบห่วย โทษว่าเด็กห่วย
เนี่ยเรียกว่าการศึกษาหรอ?

#114 By Tiddee on 2010-02-27 15:41

แบบข้อ 4 ผมแอนตี้สุดๆคับ
เห็นแล้วอยากจะฟ้องศาลปกครองแทนน้องๆ
ผมทำข้อ 81 ถูก
ผมทำข้อ 82 ถูก
ผมทำข้อ 83 ผิด
สรุปว่ากูผิด 3 ข้อ กูไม่ได้คะแนน
ความยุติธรรมอยู่ไหน
เหมือนกับว่ามีซ้อย จำนวนทั้งสิ้นเท่ากับ 4!x3=72
มีวิธีเดียวในนั้นที่จะถูกแล้วได้ 2 คะแนน
ส่วน 71 วีธี 0 คะแนน 1ใน72 ส่วนอ่ะที่จะได้คะแนน
ทำมัยไม่เหงมีใครออกมาร้องเรียนกันมั่ง
tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue

#113 By ก๋วยเตี๋ยว on 2010-02-27 15:10

นี่แหละน่าการศึกษาไทย

#112 By i-musicale on 2010-02-27 14:31

Hot!
เก๋

#111 By iamdozenist on 2010-02-27 14:04

สิ้นหวังจริงจริ๊งง

#110 By akinis on 2010-02-27 13:57

555555555555555
ขนาดนั้นเชียงหรอคะ ?

แล้วปีหน้าจะขนาดไหน sad smile

#109 By THE.Pan * on 2010-02-27 13:31

Recommend