เพลง : เรียนไม่เก่ง
ศิลปิน : โน้ต อุดม

*โหลดเพลงฟังฟรี

 

จริงหรือที่ว่า อ่านหนังสือเยอะๆแล้วจะฉลาด

จริงหรือที่ว่า ความรู้คือขยะ เก็บไว้รกสมอง

จริงหรือที่ว่า เรียนไปไร้ค่า ตาย_ลืมหมด

 

ช่วงสองสามปีมานี้ มีกิจกรรมหนึ่งที่กำลังมาแรงในองค์กรองค์การคณะต่างๆ (ไม่เว้นแม่แต่คณะเก่าของผม) กิจกรรมที่ว่านี้คือ KM (Knowledge Mangaement) ครับ หลังจากลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก็รู้ว่า ในต่างประเทศ KM ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมทำกันมาหลายสิบปีแล้ว จุดประสงค์ก็คือเพื่อจัดระเบียบความรู้บุคลากรซะใหม่ ให้องค์กรดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาจารย์ท่านหนึ่งจึงเอามาประยุกต์สอนต่อ (ขออภัยเรื่องชื่อด้วยครับ) โดยยึดแนวทางเรื่องการจัดระบบความรู้ของเรา ว่ารู้แล้วเอาไปใช้ ไม่ใช่ว่ารู้เยอะ รู้มาก แต่เอาตัวไม่รอด

 

ซึ่งเมื่อวานผมก็ได้ลองไปนั่งฟัง แล้วก็จดบันทึกมากับเขาด้วย (ที่ท่านเห็นใน Entry เมื่อวานนั่นคือ 1 ในสไลด์การบรรยายของเขาหละ) การจัดการความรู้หรือ KM นี้มีทั้งภาคตัวบุคคลแล้วก็ภาคองค์กรครับ แต่พอดีว่างานของผมไม่ได้เป็นพนักงานขององค์กรบริษัทไหน ก็เลยเขียนสรุปไว้แต่ภาคบุคคล

 

 

ถ้าอ่านข้างบนแล้วง่วง ลองดูประโยชน์ของมันดู

- บริหารสมองและความจำ

- ใช้ความรู้ี่ที่มีได้ทั่วถึง

- ใช้ความจำที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่า

- ลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเลอะเลือน

- ดึงความรู้ที่มีมาใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า

- ฯลฯ

 

ตอนแรกถ้าเขียนที่บรรยายหมด คงได้ Entry ที่ยาวเป็นกิโลแน่ๆ  เลยสรุปมาแต่หลักการจัดระเบียบความรู้ที่สำคัญละกันครับ

 

 

สัมมาทิฐิ

ต้องมีเป้าหมายที่แน่นอน ใช้การจัดการความรู้เพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างมั่นคงในระยะยาว ถ้ายิ่งเป้าหมายชัด ก็จะยิ่งวางแผนได้ดี

หมั่นเสาะแสวงหา

มีประโยคหนึ่งที่ผมและเพื่อนใช้กันบ่อยๆ คือ "บ่อน้ำไม่เดินไปหา ควาย กวาง"  ถ้าคุณอยากได้ความรู้ในด้านไหน จงเข้าศึกษาในด้านนั้นด้วยตนเองจะดีที่สุด ดีกว่ารอหวังให้คนอื่นมาถ่ายทอด ถ้าอยากรู้ข้อมูล เดินเข้าหาครูผู้เชี่ยวชาญ หาหนังสือหรือบทความมาอ่าน ถ้าอยากชำนาญ จงลองปฏิบัติ

ใช้ให้เป็น ไม่ใช้เพียงจำได้ หรือคำนวณได้

คุณอาจจะจำได้ว่า เชื้อตัวไหนก่อโรคอะไร

คำนวณได้ว่า กราฟแบบนี้ใช้สมการไหน

รู้หมดว่า ค่าแต่ละตัวของหุ้นนั้นบอกอะไร

แต่การใช้งานที่แท้จริงคือ คุณต้องรู้ว่าจะจัดการกับโรคที่เกิดขึ้นยังไง นำข้อมูลดิบไปพลอตกราฟคำนวณเป็น วิเคราะห์หุ้นเพื่อลงทุนได้ นี่คือคำว่า ใช้เป็น ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

ไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่าง

การจำก็เหมือนการเขียนข้อมูลเพิ่มลงไปในเนื้อที่ที่มีจำกัด จริงอยู่ที่อาชีพอย่างหมอหรือทนาย ยิ่งจำได้มากก็ยิ่งอำนวยความสะดวก แต่สำหรับชีวิตคนทั่วไปที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลฉุกเฉินมากมาย การจำข้อมูลข้อมูลดิบ ประโยคเต็มๆทั้งหมดนั้น มีประโยชน์น้อยกว่าการเลือกจำแต่สาระสำคัญ หลักการจำหลังจากการอ่านก็คือ จำสาระสำคัญของบทความนั้น และจำว่า บทความนั้นอยู่ที่ไหน เวลาต้องการรายละเอียดจึงมาค้นหาได้

The wizard who read a thousand books is powerful. The wizard who memorize a thousand books is insane. (อันนี้เอามาจากเกม)

เตรียมร่างกายให้พร้อม

การอ่านอย่างตั้งใจ 1 ชั่วโมงที่พร้อมจะเรียนรู้ จะได้อะไรไปมากกว่าการฝืนอ่านหลายชั่วโมงในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม เตรียมสมองให้เหมาะกับการเรียนรู้ ดื่มน้ำเสมอ พักผ่อนให้พอ มีสมาธิและพยายามยามทำตัวให้ผ่อนคลาย สนุกกับการเรียน

จดบันทึก

แทนที่จะจดจำหรือจัดระเบียบรายละเอียดย่อยๆหลายอย่าง บางครั้งเขียนมันออกมาให้เป็นรูปธรรมจะดีกว่า เชื่อมโยงความคิดได้ง่าย การจัดระเบียบในกระดาษ ช่วยให้เราคิดบวกและอาจจะมองเห็นรายละเอียดที่มองข้ามไป

ผมคิดว่าบล็อกก็เหมือน Pensieve บันทึกเก็บไว้ว่าวันนั้น ตอนนั้น เราเรียนรู้หรือคิดอะไรออกมาครับ ฉะนั้น มาเขียนบล็อกกันเถอะ ! OTS !

หมั่นเอาองค์ความรู้มาจัดเรียง

ยิ่งคุณยิ่งเรียบเรียงความรู้ไว้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้มากขึ้น และอาจจะค้นพบโดยบังเอิญว่า "อ๊ะ เรามีความรู้ด้านนี้มากขนาดนี้เชียว ?" นอกจากนี้ยังฝึกทักษะในการถ่ายทอดให้ผู้อื่นรับรู้อีกด้วย

วิเคราะห์และสังเคราะห์ได้

วิเคราะห์ คือ ใคร่ครวญได้ แยกออกมาเป็นส่วนๆเพื่อศึกษาได้

เช่น เมื่อพูดถึง Ubuntu คนที่รู้จริงควรวิเคราะห์ได้ว่า มันแตกต่างจาก OS อื่นตรงส่วนไหนบ้าง และที่ต่างออกมาน่ะ ดีกว่าหรือแย่กว่ายังไง

สังเคราะห์  คือ สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ได้

เช่น เอาความรู้เรื่องคลื่นกราฟมาผสมกับความรู้ทางการแพทย์ เปลี่ยนอัลตราซาวน์เป็นสมการ

รู้จักนำมาประยุกต์ใช้

ความรู้แม้เพียงน้อยนิดก็มีค่า เมื่อนำมาใช้ประโยขน์

ลับสมอง

หน่วยความจำที่มีจำกัด นอกจากจะจัดระเบียบแล้ว ยังสามารถเพิ่มได้

วิธีการลับสมอง มีหลายวิธี เช่น ฝึกเล่นอักษรไขว้ เกมเลขง่ายๆอย่างเกม 24 ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดทำงาน เล่นเกมที่ต้องกดคีย์บอร์ดไวๆ ฯลฯ

การลับสมองนี้ เพิ่งทั้งความจำ ความไว และชะลอการเสื่อมลงได้

ลงมือทำ

ความรู้น้อยนิดจะมีค่าเมื่อลงมือทำ 

ไม่มีใครอ่านแต่ทฤษฎีแล้วเก่งได้ นอกจากนี้ เมื่อชำนาญ คุณจะใช้ความจำในการทำงานน้อยลง

ฉะนั้น หากอยากให้ความรู้นั้นมีค่า และติดตัวเราต่อไป จงฝึกภาคปฏิบัติควบคู่กันไปเรื่อยๆครับ

 

จริงๆภาคบ่ายก็มีการบรรยายเรื่อง KM ภาคองค์กรอีก แต่ผมหลับครับ ก็เลยสรุปมาลงบล็อกได้เท่านี้แล... (ขออภัย เมื่อวานเอาตัวอย่างมาลงสั้นๆ เพราะง่วงมาก LOL)

อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ท่านย้อนกลับไปอ่าน Entry เมื่อวานอีกครั้ง

คลิกโลด

ยังไงก็คิดว่าคงมีประโยชน์กับผู้ที่ได้รับความรู้มหาศาลเพิ่มขึ้นมาทุกวันนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#52 By (49.230.92.235|49.230.92.235) on 2014-11-11 14:33

big smile

#51 By (49.230.131.105|49.230.131.105) on 2014-11-06 08:47

จริงด้วย ๆ ให้เรียนอะไรตั้งเยอะแยะเนอะ
เอามาใช้จริง ๆ ไม่กี่อย่างเอง ^.^

จากคนไม่ชอบจำ แหะ ๆsad smile Hot!
ชอบจังเลยbig smile

#48 By janjao_j (115.67.209.86) on 2009-06-27 23:07

big smile big smile big smile

#47 By (^_^)/nana on 2009-06-27 22:24

เคยเข้าอบรม KM กับทางมหาวิทยาลัยเหมือนกันค่ะ
แต่บางทีการนำมาปฎิบัติจริงๆมันก็ยากนะคะ

#46 By ~memay~ on 2009-06-27 22:14

Hot!

#45 By Zeedprogram on 2009-06-27 22:08

การอ่านหรือศึกษาอะไรควรทำตอนสมองและร่างกายพร้อม

จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดระบบของสมอง

#44 By KC_CRUSH on 2009-06-27 21:10

ขอบคุณมากคับ ผมชอบเพลงเรียนไม่เก่ง ฟังบ่อยตอน Ent ไม่ติด (โบราณมั้ย) confused smile
มีประโยชน์มากครับ
จะนำไปใช้Hot!

#42 By pbmath on 2009-06-27 18:39

ปกติใช้การจด

จดเรียนน่ะ วิชาละ2สีไม่ซ้ำกัน

ก็ไม่รู้จะได้ผลดีมั้ย ต้องรอตอนสอบ55+

#41 By -Bloommifild- on 2009-06-27 18:04

Hot! Hot! Hot!
เยี่ยมยอดมากครับ ชอบๆๆ

#40 By hackerlife on 2009-06-27 17:51

Hot! Hot! Hot!

#39 By myjevil on 2009-06-27 16:28

ดีค่ัะ
big smile Hot!

#38 By ICEgotcha! on 2009-06-27 15:36

เก็บไว้ใช้ตอนสอบ..
เวลาสอบนี่ จำอันนึงได้ อีกอันลืม เซ็ง
ดีใจที่ได้อ่านเพราะต้องนี้สมองวุ่นวายมากค่ะsad smile
Hot! Hot!
โดนครับ big smile Hot!
มีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนนี้อยากจัดระเบียบชีวิตอยู่เหมือนกัน ยุ่งเหยิงไปหมด

#34 By chalenty on 2009-06-27 00:49

เป็นความรู้ที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ

ตอนบาสเรียนปี 3 ก็จำได้ว่ามีวิทยากรมาบรรยายเหมือนกัน

แต่จะเป็นไปในลักษณะของการนำไปประยุกต์ใช้กับงานสังคมสงเคราะห์มากกว่า เช่นการจดจำรูปของ Case หรือว่า ล