งามแบบโบราณ

posted on 13 Jun 2009 12:03 by mingninja in Medicine-Student

 

Music : สวย เริ่ด เชิด ยอม
ศิลปิน : Girly Berry
* Download เพลงเพื่อฟังได้เลย เพราะโหลดเป็น MP3 ไม่ได้หรอก

 

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านนอกเป็นการถาวร ผมก็ได้เจอเรื่องราวแปลกๆมากมาย ทั้งความเชื่อและวิถีดำรงชีวิต เรียกได้ว่าเป็น Culture Shock รูปแบบหนึ่ง ที่หลายอย่างยังคงอึ้งอยู่ แม้จะได้เห็นหลายๆครั้งก็ตาม

ตอนแรกว่าจะเริ่มเขียนเรื่องอาหารแปลกๆ แต่คิดอีกที เอาเรื่องที่เจริญหูเจริญตามาลงก่อนดีกว่า

ขอประเดิมเรื่องแรกก็คือ เครื่องสำอาง ครับ

 

คนตามชนบท แม้ไม่ได้เดินเข้าคลินิกหมอผิวหนังทุกวันเสาร์อาทิตย์ แต่หลายคนก็สวย ขาว เนียนมากครับ สวยกว่าเพื่อนผมหลายคนอีก (อืม อันนี้คือชม) เพราะเวลานอนก็ไม่ดึกมาก (2 ทุ่มแถวนี้ก็ปิดไฟกันหมดแล้ว มีบ้านผมเปิดไฟทำงานถึงตีสอง) ไม่ต้องเจอมลพิษและแสงแดด (ยกเว้นพวกสาวถึก ลงแขกเกี่ยวข้าวทุกเช้าเย็น อันนี้จะเนียนดำ) และเป็นความสวยเนียนที่ค่อนข้างนาน คือแม้จะแก่ ก็แก่แบบสง่างาม (คือแก่ก็ยังสวยอ่ะครับ) สงสัยเพราะมีเรื่องเครียดกันน้อยด้วยละมั้ง

 

ลองไปถามยาย + ดูเครื่องสำอางแถวนั้น ก็ได้รู้อะไรที่ "นึกไม่ถึง" ว่ามันใช้เพิ่มความงามกันแบบนี้ - -"

ลองมาดูตัวอย่างกันบ้างดีกว่า... คัดเอาเฉพาะที่เห็นผลนะครับ หมายเหตุว่า ไม่หวงห้ามสูตรครับผม ใครจะเอาไปเสริมสวยเสริมหล่อก็เอาไปเลย

 

 

ข้าวสวย

...

......

...........

เอ่อ โผล่มาถึงก็จะกินเลยงั้นรึ

เรื่องของเรื่องคือ สิ่งแรกที่ผมคาดเดาว่าเครื่องสำอางชาวบ้านนอกต้องมีแน่ๆ คือ "น้ำยาอุทัย" แต่พอถามก็โดนตอกกลับมาทันทีว่า  "ใครเค้าเอาน้ำยาอุทัยมาทาหน้าเล่า เค้าเอาไว้ใส่น้ำกิน" ซึ่ง มันก็จริงอย่างที่ว่า แถมยายยืนยันอีกว่า เอาน้ำยาอุทัยมาทาหน้าแล้วจะมีสิวฝ้าด่างดำตามมาเพียบ

ก็เลยเริ่มด้วยคำถามที่ว่า เอาอะไรมากันฝ้ากัน เพราะที่เห็นผิวก็เนียนนุ่มไร้ฝ้ากันทุกคน

คำตอบก็คือ เวลาหุงข้าวสุกใหม่ๆ เปิดฝาหม้อแล้วไอข้าวพุ่งออกมา ให้เอาหน้าไปอังไว้ สิวฝ้าจะหายไป หมายเหตุว่า ต้องเพิ่งหุงสุกใหม่ๆเท่านั้นนะ

อ้อ แล้วก็อย่าได้คิดเอาข้าวไปพอกหน้าเด็ดขาดนะครับ

เรื่องนี้ผมลองทำตามด้วยตัวเองมาราวๆสัปดาห์ รู้สึกว่า ร้อน และมีฝ้าที่แว่นแทน หน้าก็นุ่มขึ้นนิดหน่อยละมั้ง

 

 

แป้งพม่า

แป้งหม่า หรือแป้งทานาคา ก็คือแป้งที่เกิดจากเอาไม้มาบด ของแท้ตำรับดั้งเดิมจะมาเป็นท่อนไม้กับหินฝนเลยครับ คือจะทาก็ขัดกับหินลับมีดมันตรงนั้นเลย แล้วก็เอาน้ำชุบ ป้ายหน้าต้น ถ้าขี้เกียจบดเองก็หาซื้อได้ครับต้นทุนถูกมาก ถุงละ 30 แบ่งใส่ 3 ขวดขายขวดละ 150 .... โอ้ววว~ กำไรมาก...

คุณสมบัติของมันคือ ลดความมันได้อย่างชะงัด แต่ถ้าผิวแห้งเกิน ก็เพิ่มความชุ่มชื้นได้ พูดง่ายๆคือพอกแล้วทำให้หน้าเนียนนั่นละครับ แต่ส่วนตัว ผมว่าทานานๆพวกละอองแป้งมันจะทำให้สิวอุดตันมากกว่า

 

 

 

น้ำมัันมะพร้าว

เวลาผิวเป็นขุยสะเก็ด หรือผิวแห้งเกินไปในหน้าหนาว หรือต้องการสารหล่อลื่น ( ?) เรามักนึกถึง โลชั่น

ชาวบ้านนอกก็มีโลชั่นทำมือเหมือนกัน นั่นคือน้ำมันมะพร้าวเคี่ยว ใส่อะไรต่อมิอะไรที่เป็นสูตรลับลงไปด้วยนิดหน่อย

อนึ่ง ที่เห็นตามห้างก็จะมีเวอร์ชั่นไฮโซครับ เอามาบรรจุขวดขาย

อสอง  เนื่องจากมันเพิ่มความชุ่มชื้นเนียนลื่น นอกจากทาผิว ยังเอามาสระผมได้ด้วย ผลที่ได้คือผมดำเงางาม ชะลอเวลาการเกิดผมหงอกได้ด้วยละครับ (อันนี้ยืนยัน)

หมายเหตุว่า น้ำมันมะพร้าว ไม่ใช่กะทิ และไม่ใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพแต่อย่างใด หาได้ตามท้องตลาดครับ (แต่ต้องเอามาเคี่ยวต่อนะ)

 

มะกรูด

ผลมะกรูดมีวิตามินซีสูงมาก นิยมเอามาคั้นเป็นยาสระผม (ที่แสบเอี้ยๆ) แก้พวกรังแคได้อยู่หมัด น้ำมันเพิ่มความเงางามได้อีก (แต่ก็ไม่เท่ามะพร้าวหรอก) แถวว่า วิตามินซีสูงพวกนี้ เอามาผสมเป็นน้ำผึ้งหรือไข่ขาวเป็นยาแต้มสิวได้ด้วยนะ

 

 

 

 

 

เครื่องแก้สิวทั้งหลาย

ขมิ้น มะขามเปียก ไข่ขาว ฯลฯ  แต่ละตัวมีฤทธิ์เฉพาะตัว อย่างขมิ้นก็แก้แพ้แก้อักเสบ มะขามเปียกมีฤทธิ์กัดกร่อน ไข่ขาวลดความมันทำให้สิวแห้ง ฯลฯ ผงขมิ้นนี่ จะกิน จะทา หรือจะทำเป็นพระเครื่องก็ได้ครับ เหลืองหอมเหมือนกัน

จริงๆมันมีของแก้สิวอีกเยอะครับ ไว้ไปเยี่ยมบ้านผู้สาวจะลองถามมาให้

 

 

 

มะลิ

นี่คือดอกไม้ที่คนเอามาทำ "น้ำอบ" แต่โบราณ ผสมแป้ง ผสมน้ำ เอาดอกมะลิแช่ จุดด้วยเทียนหอม ต่อมาจะได้น้ำอบไทยไว้ทำขนมหรือฉีดตามตัวได้... ซึ่งผมก็เพิ่งเคยเห็นน้ำหอมที่เอามากินได้นี่แหละ เรียกง่ายๆก็คือ น้ำที่แช่ดอกมะลิ เอามาทำให้เข้มข้นนั่นเองครับ

ยายบอกว่า อย่าใช้ดอกมะลิซื้อ มันจะได้ยาฆ่าแมลงแถมมา

 


เล่าสั้นๆพอสังเขปละกันครับ เรื่องเครื่องสำอาง ยังไงจะลองถามญาติผู้ใหญ่ดูก็ได้นะครับว่าใช้เหมือนกันรึเปล่า

เรื่องในอนาคต... ถ้าหาข้อมูลได้มากพออาจจะเขียนเรื่อง "โด๊ปแบบโบราณ"  โปรดติดตามชม

Comment

Comment:

Tweet

5555 กวนอิมก็ดีนะพี่ หน้านวลเชียว ย่าที่บ้านใช้ซิงๆ สวยเชียวเนียนเลิศ ววันหลังจะลองแบบย่ามั้งง เอิ้กๆ

#36 By zetrong on 2010-10-17 13:31

^ลพบุรีครับbig smile

#35 By on 2009-06-15 18:46

อืม น่าสนใจแท้

รอเรื่องโด๊ป

(อยุ่จังหวัดไหนนี่ครับ)

#34 By Tomodachi on 2009-06-14 21:41

สุดยอด..ชอบมากเลยbig smile Hot! Hot!
ตอนแรกเห็นรูปข้าวสวย ในหัวนี่คิดไปแล้ว ว่าให้เอาข้าวสวยมาพอกหน้าsad smile
ส่วนตัวที่เห็นๆมานะพวกที่อยู่ตามชนบทหน้าม่ะค่อยมีสิวสักเท่าไหร่เลยนะ ที่แท้ก็มีเคล็ดนี่เอง

#33 By meawnoy on 2009-06-14 21:17

หนูชอบนะพี่ ของโบราณ บางอย่าง ซึ่งหลายอย่างอ้ะแหละ มันหอมดี
แบบน้ำอบพวกเนี้ย หอมมากกกก

ส่วนเรื่องผิวพรรณกะหน้านี่ ... ไม่ค่อยเข้าใจหัวอกสตรีทั่วไป
เพราะเฮไม่ค่อยแพ้ ไม่คอยเป็นอะไร
หน้าก็ล้างแต่น้ำเปล่า โนแป้ง โนครีม โนสบู่ sad smile
แต่เรื่องบำรุงผมนี่ซูฮกเลย... เห็นผมยายที่บ้านแล้ว ถึงจะหงอก แต่นุ่มและไม่มีแตกปลายนะเอ้อ

#32 By pierce on 2009-06-14 18:06

เมื่อก่อนเคยอยากอบหน้าเหมือนกันค่ะ
เอาหน้าไปอังกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าตอนมันกำลังหุงแทน
555+ แต่ทนนานไม่ไหว ร้อน ...

#31 By EinniF™ on 2009-06-14 17:31



อ่าเอ่อ
ตอนแรกเข้าใจว่าให้เอาข้าวสวยมาพอกหน้า sad smile
ขำต้มข่าไก่ กำลังหิว 555

#30 By โคตรไอซ์ . on 2009-06-14 17:29

หนูใช้ดินสอพอง แม่ใช้มะขามเปียกค่า~ confused smile
น้ำมันมะพร้าวใช้เช็ดเครื่องสำอางด้วยแหละ

#29 By Kwanrapee on 2009-06-14 11:11

Hot!

#28 By ไทดี้ on 2009-06-14 08:32

งามอย่างไทย

เค้าว่าเอาน้ำซาวข้าวมาทาหน้าจะทำให้หน้านุ่มด้วยน้า ไม่เคยลองเหมือนกัน