ไทยตื่นข่าว กับเรื่องราวหลังสถิติ
posted on 10 Jun 2009 09:21 by mingninja in Medicine-Student, World-Society
Music : Face of Fact [Remix]
Artist : Kotoko
Album : OD Hentai 2 - I've Sound Collection
* Feel free to download and listen to music
ข่าวปัญหาสุขภาพต่างๆ ถือเป็นข่าวฮิตยอดนิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การกระจายข่าวสุขภาพก็มีผลกลับคืนมาทั้งบวกและลบ ผลบวกคือ คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเอง ส่วนผลลบ คือ คนตื่นตระหนกหวาดระแวงไปซะทุกอย่าง แถมปัจจุบันคนเรารับสื่อรับข้อมูลกันหลายช่องทาง คนที่แยกแยะไม่ออก หาลิมิตไม่เจอก็จะกลัว กังวล จะกินโน่น ทำนี่ก็กลัว นานๆเข้าก็เครียด กลายเป็นปัญหาทางจิตเพิ่มขึ้นไปอีก
แหล่งข่าวพวกนี้ก็มีได้ตั้งแต่
- FWD Mail (ที่ผ่านการส่งต่อ ดัดแปลง ทำซ้ำ บางครั้งอาจจะมีลงท้ายบ้างว่า "มีที่มานะจ๊ะ" แต่ก็ไม่ได้บอกหรอกนะจ๊ะว่ามาจากไหน)
- ข้อมูลที่กระจายอยู่ตามอินเตอร์เนต (อาจจะเขียนเอง รึผ่านการกอปแปะดัดแปลงมาเป็นปีแล้ว)
- หนังสือพิมพ์ (กรอบเล็กๆที่หลายครั้งแฝงจุดประสงค์ธุรกิจการค้าซะเต็มที่)
- โทรทัศน์ (น่าจะเป็นสื่อที่เชื่อถือได้เพราะมีภาพและเสียง แต่บางครั้งก็เป็นเพียงการเอาฟอร์หวดแมวมาอ่านออกอากาศ)
- แผ่นพับในโรงพยาบาล (ไปวอร์ดไหนก็มีข้อมูลเรื่องนั้นแหละ)
- นิตยสาร (ดูจากแหล่งที่มา บางเล่มเชื่อถือได้มากกว่าดูข่าวทีวีซะอีก)
- ประกาศของราชการหรือหน่วยงานรัฐ (เออ อันนี้แหละน่าเชื่อถือที่สุด (ถ้าไม่เชื่อที่นี่จะเชื่อที่ไหนอีก - -") แต่กว่าจะประกาศก็โน่น "พบผู้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 รายที่ 10" เราจะไม่ค่อยเห็นประกาศข่าวพวก "กินชาเขียวทำให้เป็นไข้เลือดออกตามไรฟัน" หรือ "กินโคล่าลดสมรรถภาพทางเพศ" เท่าไหร่ หมายเหตุไว้ว่า สมมติ)
ปฏิกริยาของคนรู้ข่าวมักมี 2 ขั้ว
- เพิกเฉย เรื่องไกลตัว ปล่อยให้ทะลุรูหูไปเลย
- ตื่นตูม งด / ทำตามข่าวโดยทันที ว่าไงว่าตามกัน
แล้วเราควรจะยึดกับหลักอะไรดี ว่าข่าวไหนสำคัญ
"สถิติ" คือคำตอบครับ
ว่าแต่ ตัวเลขสถิติมีมากมายหลายล้านแปด
จะเอาเลขอะไรไปใช้ดี
นึกถึงหมอทั่วไป ถ้าคนไข้มาด้วยอาการ "ปวดหัว" คุณจะนึกถึงอะไรครับ ระหว่าง
- กระบวนการทางร่างกาย เป็นไข้ เกิดการปวดหัวธรรมดา บรรเทาด้วยยาพาราเซตามอล
หรือ
- มะเร็งไขกระดูกระยะสุดท้ายที่ลุกลามมาที่สมอง
แน่นอนว่า ถ้าใครตอบข้อสองก็สมควรยึดใบประกอบโรคศิลป์มาทำเป็นกระดาษหน้าเดียวซะ สิ่งนี้คือ "ความชุกของโรค (Prevalence)" ครับ ค่าตัวนี้คืออัตราผู้ป่วยในประชากรทั้งหมด หรือง่ายๆ โอกาสที่จะเจอโรคนี้นั่นแหละ โอกาสที่จะเกิด "เป็นไข้" ในประชากรสูงกว่า "เป็นมะเร็ง" อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามะเร็งไม่มีโอกาสเกิด แต่โอกาสมันน้อยกว่าเท่านั้นเอง
กรณีไข้หวัด 2009 ซึ่งเป็นโรคที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มีข้อมูลเก็บ กรณีนี้ เราก็จะดูว่า "ในประชากรที่เสี่ยงจะเกิดโรคนั้นป่วยเป็นโรคไปกี่คน"
เลขที่ว่านี้คือ "อุบัติการณ์ของโรค (Incident)" ครับ
สมมติว่า คนสัมผัสเชื้อ 100 คน จะติดเชื้อไปสามคน
ฟังดูเหมือนน้อย แต่ถ้าสามคนนั้น มีโอกาสไปกระจายเชื้อต่อ ในประชากร หมื่นคน ที่ติดต่อ เดินผ่านคนใดคนหนึ่ง ในสามคนนั้น จะติดเชื้อ 300 คน
ฟังดูเริ่มเยอะแล้วใช่ไหมครับ
แล้วโรคที่ว่านั่น จะรุนแรงขนาดไหน ก็ดูืที่ "อัตราการตาย (Mortality)" แปลง่ายๆคือ ความน่าจะตายของคนเป็นโรคนั่นแหละ <<< มันมีแต่ความน่าจะเป็นไม่ใช่รึ
อุบัติการณ์ของโรคอาจจะน้อย แต่สาเหตุเพราะ "คนติดเชื้อ ตายไวเกินไปจนแพร่เชื้อให้คนอื่นไม่ทัน" แบบนี้ก็น่ากลัวนะครับ
อีกด้านหนึ่ง ถ้าค้นหนังสือพิมพ์ เรามักจะถูกสถิติหลอกมานักต่อนัก
- ผลการวิจัยพบว่า สารตกค้างแอปเปิลเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง เมื่อกินวันละ 20 ลูก ติดต่อกัน 5 ปี
- ติดเชื้อฉี่หนูตกค้างบนกระป๋องน้ำอัดลม ซึ่งนอกจากอาการจะไม่สมเหตุสมผลแล้ว โอกาสติดเชื้อยังยากอีกด้วย หมอแมวเคยตีแผ่รายละเอียดไว้แล้ว
- ผลการทดลองพบว่า ช่วยเพิ่มผิวขาวให้กับผู้หญิงได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยชโลมทาเข้มข้นวันละ 200 มก.(ครึ่งกระปุก) และหญิงที่ทดสอบอายุ 20 ปี ระหว่างทดสอบไม่ได้ออกไปตากแดดเดินชอปปิ้ง
- คนไทยตะลึง พบเชื้อ XXX (ขออภัย จำชื่อไม่ได้) ในช่องแอร์ ก่อให้เกิดอาการ บลาบลาบลา ... ซึ่งเพิ่งมีการตรวจพบเพียงแห่งเดียว ไม่มีคนเป็นอะไร ไม่มีการแพร่กระจาย ไม่มีการลงข่าวว่าพบที่ไหนอีก แต่มีกระแสประโคมข่าวให้ล่างช่องแอร์กันไปประมาณ 1 เดือน จนช่วงหนึ่งพนักงานล้างช่องแอร์นี่ขายดิบขายดี
สถิติมีองค์ประกอบอีกเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นประชากร องค์ประกอบสิ่งแวดล้อมขณะนั้น เวลา ฯลฯ การหยิบยกเอาส่วนหนึ่งของความจริงอย่างสถิติมาใช้จึงโน้มน้าวใจได้โดยไม่ผิดอะไร ผลวิจัยที่ออกมาก็มีได้หลายหลาย เช่น ดื่มชาเขียวเพิ่มโอกาสการเป็นนิ่ว คนเป็นนิ่วมีโอกาสเป็นมะเร็ง ก็อาจจะสรุปเป็นข้อมูลว่า ดื่มชาเขียวเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง กลายเป็นข้อมูลที่มีมูลความจริง แต่มีความเป็นไปได้ของเนื้อความสำคัญน้อย (ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้หลายคนเลิกกินชาเขียว)
"การบิดเบือนความจริง เพื่อให้ผลทางอื่น จะมีผลกระทบต่อการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างมาก ขอให้นักระบาดวิทยาวิเคราะห์ และนำเสนอแต่ความจริง"
อ.สุชาติ เจตนเสน.....25 ธ.ค. 46......หนองคาย
ยังไงก็ตรวจสอบสักนิด ก่อนจะปักใจเชื่อนะครับ
หมายเหตุ : เว็บสำนักงานสถิติแห่งชาติ /// เว็บสำนักระบาดวิทยา
Image Captured from Death Note


สถิติก็ดี เนื้อความก็ดี การแอบแฝงของโฆษณาก็ดีล้วนทำใก้เราเสียเงินเมื่อไปรักษาหรือซื้อหา
ฟังหูไว้หูเนอะ
#1 By นางสาวความสุข on 2009-06-10 11:48