Music : Face of Fact [Remix]
Artist : Kotoko
Album : OD Hentai 2 - I've Sound Collection
* Feel free to download and listen to music

 

ข่าวปัญหาสุขภาพต่างๆ ถือเป็นข่าวฮิตยอดนิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร การกระจายข่าวสุขภาพก็มีผลกลับคืนมาทั้งบวกและลบ ผลบวกคือ คนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเอง ส่วนผลลบ คือ คนตื่นตระหนกหวาดระแวงไปซะทุกอย่าง แถมปัจจุบันคนเรารับสื่อรับข้อมูลกันหลายช่องทาง คนที่แยกแยะไม่ออก หาลิมิตไม่เจอก็จะกลัว กังวล จะกินโน่น ทำนี่ก็กลัว นานๆเข้าก็เครียด กลายเป็นปัญหาทางจิตเพิ่มขึ้นไปอีก

แหล่งข่าวพวกนี้ก็มีได้ตั้งแต่

- FWD Mail (ที่ผ่านการส่งต่อ ดัดแปลง ทำซ้ำ บางครั้งอาจจะมีลงท้ายบ้างว่า "มีที่มานะจ๊ะ" แต่ก็ไม่ได้บอกหรอกนะจ๊ะว่ามาจากไหน)
- ข้อมูลที่กระจายอยู่ตามอินเตอร์เนต (อาจจะเขียนเอง รึผ่านการกอปแปะดัดแปลงมาเป็นปีแล้ว)
- หนังสือพิมพ์ (กรอบเล็กๆที่หลายครั้งแฝงจุดประสงค์ธุรกิจการค้าซะเต็มที่)
- โทรทัศน์ (น่าจะเป็นสื่อที่เชื่อถือได้เพราะมีภาพและเสียง แต่บางครั้งก็เป็นเพียงการเอาฟอร์หวดแมวมาอ่านออกอากาศ)
- แผ่นพับในโรงพยาบาล (ไปวอร์ดไหนก็มีข้อมูลเรื่องนั้นแหละ)
- นิตยสาร (ดูจากแหล่งที่มา บางเล่มเชื่อถือได้มากกว่าดูข่าวทีวีซะอีก)
- ประกาศของราชการหรือหน่วยงานรัฐ (เออ อันนี้แหละน่าเชื่อถือที่สุด (ถ้าไม่เชื่อที่นี่จะเชื่อที่ไหนอีก - -") แต่กว่าจะประกาศก็โน่น "พบผู้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 รายที่ 10" เราจะไม่ค่อยเห็นประกาศข่าวพวก "กินชาเขียวทำให้เป็นไข้เลือดออกตามไรฟัน" หรือ "กินโคล่าลดสมรรถภาพทางเพศ" เท่าไหร่ หมายเหตุไว้ว่า สมมติ)

 

ปฏิกริยาของคนรู้ข่าวมักมี 2 ขั้ว

- เพิกเฉย เรื่องไกลตัว ปล่อยให้ทะลุรูหูไปเลย
- ตื่นตูม งด / ทำตามข่าวโดยทันที ว่าไงว่าตามกัน

แล้วเราควรจะยึดกับหลักอะไรดี ว่าข่าวไหนสำคัญ

"สถิติ" คือคำตอบครับ

 

 

ว่าแต่ ตัวเลขสถิติมีมากมายหลายล้านแปด จะเอาเลขอะไรไปใช้ดี

นึกถึงหมอทั่วไป ถ้าคนไข้มาด้วยอาการ "ปวดหัว" คุณจะนึกถึงอะไรครับ ระหว่าง

- กระบวนการทางร่างกาย เป็นไข้ เกิดการปวดหัวธรรมดา บรรเทาด้วยยาพาราเซตามอล

หรือ

- มะเร็งไขกระดูกระยะสุดท้ายที่ลุกลามมาที่สมอง

แน่นอนว่า ถ้าใครตอบข้อสองก็สมควรยึดใบประกอบโรคศิลป์มาทำเป็นกระดาษหน้าเดียวซะ สิ่งนี้คือ "ความชุกของโรค (Prevalence)" ครับ ค่าตัวนี้คืออัตราผู้ป่วยในประชากรทั้งหมด หรือง่ายๆ โอกาสที่จะเจอโรคนี้นั่นแหละ โอกาสที่จะเกิด "เป็นไข้" ในประชากรสูงกว่า "เป็นมะเร็ง" อยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามะเร็งไม่มีโอกาสเกิด แต่โอกาสมันน้อยกว่าเท่านั้นเอง

 

 

กรณีไข้หวัด 2009 ซึ่งเป็นโรคที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่มีข้อมูลเก็บ กรณีนี้ เราก็จะดูว่า "ในประชากรที่เสี่ยงจะเกิดโรคนั้นป่วยเป็นโรคไปกี่คน"

เลขที่ว่านี้คือ "อุบัติการณ์ของโรค (Incident)" ครับ 

สมมติว่า คนสัมผัสเชื้อ 100 คน จะติดเชื้อไปสามคน

ฟังดูเหมือนน้อย แต่ถ้าสามคนนั้น มีโอกาสไปกระจายเชื้อต่อ ในประชากร หมื่นคน ที่ติดต่อ เดินผ่านคนใดคนหนึ่ง ในสามคนนั้น จะติดเชื้อ 300 คน

ฟังดูเริ่มเยอะแล้วใช่ไหมครับ

 

แล้วโรคที่ว่านั่น จะรุนแรงขนาดไหน ก็ดูืที่ "อัตราการตาย (Mortality)" แปลง่ายๆคือ ความน่าจะตายของคนเป็นโรคนั่นแหละ <<< มันมีแต่ความน่าจะเป็นไม่ใช่รึ

อุบัติการณ์ของโรคอาจจะน้อย แต่สาเหตุเพราะ "คนติดเชื้อ ตายไวเกินไปจนแพร่เชื้อให้คนอื่นไม่ทัน" แบบนี้ก็น่ากลัวนะครับ

 

 

อีกด้านหนึ่ง ถ้าค้นหนังสือพิมพ์ เรามักจะถูกสถิติหลอกมานักต่อนัก

- ผลการวิจัยพบว่า สารตกค้างแอปเปิลเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง เมื่อกินวันละ 20 ลูก ติดต่อกัน 5 ปี
- ติดเชื้อฉี่หนูตกค้างบนกระป๋องน้ำอัดลม ซึ่งนอกจากอาการจะไม่สมเหตุสมผลแล้ว โอกาสติดเชื้อยังยากอีกด้วย หมอแมวเคยตีแผ่รายละเอียดไว้แล้ว
- ผลการทดลองพบว่า ช่วยเพิ่มผิวขาวให้กับผู้หญิงได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยชโลมทาเข้มข้นวันละ 200 มก.(ครึ่งกระปุก) และหญิงที่ทดสอบอายุ 20 ปี ระหว่างทดสอบไม่ได้ออกไปตากแดดเดินชอปปิ้ง
- คนไทยตะลึง พบเชื้อ XXX (ขออภัย จำชื่อไม่ได้) ในช่องแอร์ ก่อให้เกิดอาการ บลาบลาบลา ... ซึ่งเพิ่งมีการตรวจพบเพียงแห่งเดียว ไม่มีคนเป็นอะไร ไม่มีการแพร่กระจาย ไม่มีการลงข่าวว่าพบที่ไหนอีก แต่มีกระแสประโคมข่าวให้ล่างช่องแอร์กันไปประมาณ 1 เดือน จนช่วงหนึ่งพนักงานล้างช่องแอร์นี่ขายดิบขายดี

สถิติมีองค์ประกอบอีกเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นประชากร องค์ประกอบสิ่งแวดล้อมขณะนั้น เวลา ฯลฯ การหยิบยกเอาส่วนหนึ่งของความจริงอย่างสถิติมาใช้จึงโน้มน้าวใจได้โดยไม่ผิดอะไร ผลวิจัยที่ออกมาก็มีได้หลายหลาย เช่น ดื่มชาเขียวเพิ่มโอกาสการเป็นนิ่ว คนเป็นนิ่วมีโอกาสเป็นมะเร็ง ก็อาจจะสรุปเป็นข้อมูลว่า ดื่มชาเขียวเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง กลายเป็นข้อมูลที่มีมูลความจริง แต่มีความเป็นไปได้ของเนื้อความสำคัญน้อย (ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้หลายคนเลิกกินชาเขียว)

"การบิดเบือนความจริง เพื่อให้ผลทางอื่น จะมีผลกระทบต่อการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างมาก ขอให้นักระบาดวิทยาวิเคราะห์ และนำเสนอแต่ความจริง"

อ.สุชาติ เจตนเสน.....25 ธ.ค. 46......หนองคาย

ยังไงก็ตรวจสอบสักนิด ก่อนจะปักใจเชื่อนะครับ

 

หมายเหตุ : เว็บสำนักงานสถิติแห่งชาติ /// เว็บสำนักระบาดวิทยา

Image Captured from Death Note

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุ่มเอาสักอย่างเหมือนคิระในเดธโน้ต แล้วฟันธง อาจจะประมาณว่า ถ้ากินอันนี้แล้วจะเป็นแบบนั้นsad smile sad smile

สถิติก็ดี เนื้อความก็ดี การแอบแฝงของโฆษณาก็ดีล้วนทำใก้เราเสียเงินเมื่อไปรักษาหรือซื้อหาsad smile sad smile sad smile

ฟังหูไว้หูเนอะ big smile
เด๋วนี้โลกเราวุ่นวายเจงๆ

แวะมารดน้ำให้ดีกว่า

สบายใจ

อิอิ

confused smile

#2 By ki-ka-pu on 2009-06-10 11:57

เกลียดพวกข้อมูลหลอกทาง FWD เมลมากเลยค่ะ

ทั้งๆที่หลายข่าว ถ้าใช้วิจารณญานและสติในการไตร่ตรองข้อมูลดูก่อน น่าจะรู้ได้เลยว่ามันเป็นข่าวไม่จริง

แต่เพื่อนเราหลายๆคนก็ชอบขยันส่งมากันจัง แถมมีการบอกอีกนะ ว่าไม่ส่งต่อจะ xxxx พอเราเห็นปุ๊บ ลบเมลก่อนและโทรด่าเพื่อนต่อเลยค่ะ จบปริญญาตรีเสียเปล่า

แถมต้องบอกพ่วงด้วยนะคะ ว่าถ้าคิดว่าข่าวใน FWD มันจริง ทำไมมันไม่มีประกาศออกมาละ โทรถามกระทรวงสาธารณสุขเอาก็ได้

#3 By BassYoncE on 2009-06-10 12:02

กาลามสูตรครับ
เผอิญคนบ้านเราเป็นชาวพุทธ ที่ไม่รู้จักกาลามาสูตร
มันก็เท่านั้นเองละ

#4 By 8anana7 on 2009-06-10 12:05

คนสร้างข่าวหาเรื่องมาลือได้ตลอดsad smile

#5 By V@R on 2009-06-10 12:07

ไอ้ที่เค้าเรียก FW ซากอ้อยสินะ~

#6 By Joker on 2009-06-10 12:17

ขอบคุณมากค่ะ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

พี่ให้ดาวเยอะก็มีเหตุผล
พี่อยู่ในกลุ่มคนที่ปักใจเชื่อ โดยไม่หาข้อมูลให้ละเอียด
และทำให้ชีวิตเหนื่อยมาก

ประโยคข้างต้นเป็นความจริง ที่ว่า มีคนกลัวเสียจน
ไม่กล้าทำ ไม่กล้ากิน จนเป็นโรคจิต

พี่รู้สึกดีที่เราจะช่วยค้นหาความจริง ความเป็นไปได้
และสุดท้าย ผู้คนควรคิดได้นะ ตัวเราก็เท่านี้
จะอยู่กันไปสักกี่ปีเชียว
นอกจากสถิติ แล้วยังมีสารพัดสัตว์ เด็กตามหาพ่อ
FWD เมลล์นี่แหล่ะตัวดี
บางคนเชื่อหัวปักหัวปำsad smile sad smile

#9 By hackerlife on 2009-06-10 13:09

ข่าวเรื่องร้ายๆมักเชื่อง่าย และแพร่สะพัดไปเร็วangry smile

#10 By คุณบิ๋ม on 2009-06-10 13:15

อ่านๆ ข้อมูล ต้องพิจารณาความสมเหตุสมผลของเนื้อหาด้วยเนอะ big smile

#11 By Ellebazi on 2009-06-10 13:37

ไม่ได้โกหก แต่พูดความจริงไม่หมด =w=

#12 By sage_nu on 2009-06-10 13:56

เบื่อ FWMail แบบจริงจังเลยล่ะ
ได้มาแต่ละทีถ้าไม่ใช่เรื่องโคมลอยก็เป็นกระทู้พ

#13 By Mukiki on 2009-06-10 13:56

^
ข้างบนทำไมกดส่งแล้วไปไม่หมดไม่รู้ - -"

เบื่อ FWMail แบบจริงจังเลยล่ะ
ได้มาแต่ละทีถ้าไม่ใช่เรื่องโคมลอยก็เป็นกระทู้พันทิพที่อ่านไปแล้วเมื่อปีมะโว้

ปล.
นึกถึงหมอทั่วไป ถ้าคนไข้มาด้วยอาการ "ปวดหัว" คุณจะนึกถึงอะไรครับ
อ่านตรงนี้แล้วนึกถึงโรงบาลซาร่าตะหงิดๆ

#14 By Mukiki on 2009-06-10 14:00

ต้องรอบคอบขึ้นแล้ว ก่อนเชื่ออะไรง่ายๆbig smile Hot!

#15 By redtear on 2009-06-10 14:24

ตื่นตูมopen-mounthed smile

#16 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-06-10 14:37

คนไทยบางครั้งก็เยอะไปน่ะนะ sad smile sad smile
พอดีๆก็ได้ น่าจะรับสารแบบมีวิจารณญาณด้วย
จะได้ไม่ตื่นตูมเกินเหตุ เหอะๆ sad smile

ช่างปะไร รดน้ำให้คุณ ณ ดีกว่า confused smile

#17 By eVeZaa on 2009-06-10 14:43

เป็นคนเชื่อคนง่ายซะด้วยสิ sad smile

#18 By เต่านา on 2009-06-10 15:04

ต้องใช้วิจารณญานและสติมากๆbig smile

#19 By (^_^)/nana on 2009-06-10 15:43

หมอช่วยบอกผมทีหน่อย เรื่องกินมาม่าคัพแล้วมีขี้ผึ้งไปเคลือบกระเพาะมันจริงหรือเปล่า แล้วมาม่านี่ดีหรือไม่ดียังไง ชีวิตเราต้องวนเวียนกับมาม่าไปอีกนานนิ

#20 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-06-10 16:26




ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่ฟังแบบทะลุรูหูล่ะ .
คงเป็นเพราะข่าวมามาแบบประโคมให้น่าตกใจ
จนชินชาล่ะมั้ง sad smile

ยังไงสุดท้ายก็ต้องอ่านอย่างมีสติสินะ

#21 By โคตรไอซ์ . on 2009-06-10 17:11

FWD Mail เนี่ยตัวดี
sad smile

#22 By pisces on 2009-06-10 18:48

อะไรที่มันน่ากลัวดึงดูดคนดีsad smile

#23 By wesong on 2009-06-10 18:51

#20 ขี้ผึ้งไม่เยอะขนาดนั้น ที่สำคัญคือผงชูรสและคุณค่าทางอาหาร รับเกลือหรือผงพวกนี้เข้าจะมีปัญหากับไตและกระดูก แก่ตัวไปจะแย่นะขอรับ

#24 By on 2009-06-10 19:53

แต่ก็มีคนเชื่อพวกนี้จริงๆ นะHot!

#25 By WhiteMapleS on 2009-06-10 20:30

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ สำหรับข้อมูลและคำเตือน Hot!

หลายข้อที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่ทราบเลยจริงๆ เพิ่งมารู้ว่าที่รับข่าวสารมานี่เข้าใจผิดมาตลอด sad smile

เนื้อหาหลายอย่างที่มาตามฟอร์เวิร์ดเมล์นี่ หลายเรื่องจะลองเช็คข้อมูลในอินเตอร์เน็ตหลายๆ ที่ก่อนส่งต่อน่ะค่ะ หลายเรื่องก็พบว่าเป็นจริง หลายเรื่องก็รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องโจ๊ก...

รู้อย่างนี้แล้วรู้สึกว่า อยู่ในโลกที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายก็ต้องรู้จักเช็คข้อมูลให้เป็นด้วยนะเนี่ย...

#26 By Hong on 2009-06-10 21:04

Hot! Hot! Hot!

#27 By undenty on 2009-06-11 00:02

นึกถึงสารเคลือบในเส้นมาม่าที่เขาบอกว่าไม่มีประโยชน์ขึ้นมาทันที

#28 By KennyHass on 2009-06-11 00:37

บล็อกนี้กลายเป็นบล็อกเตีอนภัยข่าวรายวันไปซะแล้ว

เวลาอ่านข่าวหรือได้ยินมา ผมก็ชักหวั่นๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ตามทั้งหมด

แหะ แหะ กลัวเหมือนกันนะค้าบบบ

#29 By หนึ่ง on 2009-06-11 04:29

หุหุ
เจ๊กตื่นไฟ ไทยตื่นข่าว ลาวตื่นยศ

จะบอกว่าพ่อหนูเป็นนักระบาดวิทยาผู้กวดขันให้ลูกสาวล้างมือเป็นประจำค่ะ สงสัยต้องให้พ่อเข้ามาดูบล็อกพี่ละเนี่ย

#30 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-06-11 06:54

เคยเจอข่าว FWD mail ก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริงแค่ไหน แต่บางข่าวมันวนไป 3-4 ปี มันก็ยัง FWD อยู่ ถ้าเป็นกันจริงมันคงตายกันไปทั้งประเทศได้เลย sad smile

ถ้าทุกคนส่งข่าวผ่านทวิตเตอร์คงจะดีไม่น้อย จะได้รู้ว่าอันไหนฮิต อันไหนไม่ฮิตจริง

#31 By manop on 2009-06-11 10:45

นั่นดิ เด๊วนี้ forward mail ไม่น่าเชื่อถือจริงๆsad smile

#32 By MomMom on 2009-06-11 11:13

บ้านเราเป็นประเทศที่ตื่นตูมง่ายกับอะไรพวกนี้

fwdเมลนี่.. เลิกรับเลิกอ่านไปหลายปีแล้วล่ะค่ะ เบื่อ

สู้เข้ามา exteen แล้วมีคนตีแผ่อะไรแบบนี้ให้ศึกษาละเอียด ๆ ดีกว่า open-mounthed smile
ถ้าหากว่าบริโภคข่าวสารก็ต้องดูกันดีๆแล้วหละครับ

ไม่งั้นก็จะตื่นตระหนกเกินควร

#34 By Clepsydra:: on 2009-06-11 21:30

เดินโซซัดโซเซมาแวะรดน้ำต้นไม้ก่อนไปนอนจร๊า
เราเป็นคนนึงที่ปล่อยให้มันทะลุหูไป
แต่แม่จะกลับมาบ่นเสมอ
เช่น "ตอนนี้ ที่ รร. แม่ ติดแล้ว 10 คนนะ ฟังข่าวมั่งไหม"
เล่นเอาเหวอเลย

#36 By chonchonjung on 2009-06-12 01:35

Just not believe it so easily big smile Hot!
ข่าวอย่างงี้ ส่วนใหญ่จะประโคมข่าว
กันจนชาวบ้านตกใจ

พูดถึง Mortality เพิ่งเรียนมาหยกๆ
ขนลุกแฮะ sad smile

#38 By [B]luefat[E] on 2009-06-12 19:28

Favourites

Recommend