ขุดแหก กระแทกโหด
posted on 17 Feb 2009 10:23 by mingninja in Me-Myself, Medicine-Student
เพลง : เจ็บใจ
ศิลปิน : โลโซ
ท่านสามารถโหลดเพลงฟังประกอบได้ ฟรี
ความเดิมตอนที่แล้ว : นาย ณ หลวมตัวไปตรวจฟันกับนักศึกษาทันตแพทย์ฝึกหัดคนหนึ่ง ซึ่งพยายามจับนาย ณ เป็นหนูทดลองผ่าฟันคุดครั้งแรก (ของเราทั้งสองคน... วิฮิ้วววว) แต่ด้วยฟ้าช่างสรรบันดาลแต่ง ผลการเอ็กซเรย์พบว่าฟันซี่ที่จะผ่ายากเกินที่นักศึกษาคนใดจะผ่าได้ วันนั้นจึงได้ทำการถอนฟันคู่สบแทน ส่วนฟันคุดที่เหลือ ใครก็ไม่รู้ไปลงชื่อนัดอาจารย์หมอให้ผมเฉยเลย...
และแล้ว วันนั้นก็มาถึง
5 วันที่แล้ว, ดอนเมือง, ประเทศไทย
บรรยากาศในห้องทำงานที่ดี ควรเป็นที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิพอเหมาะ สะอาด สุขลักษณะ และ... อะไรอีกซัก 2-3 ส. แต่ห้องทำงานที่ผมนั่งอยู่ขณะนี้ช่างร้อนอบอ้าว อุดอู้ ฝุ่นสะสมและซกมกไปด้วยกองวัตถุอิเล็กทรอนิกส์เกลื่อนโต๊ะ ผมสั่ง Render งานและเอนตัวให้นอนจมเบาะหนังโดยไม่สนใจความเสี่ยงต่อภาวะโรคปวดหลังที่จะตามมาในอนาคต
ก่อนที่กระบวนการย่อยสลายก๋วยเตี๋ยวเนื้อในท้องจะเรียกพลังงานจากร่างกายของผมไปใช้จนต้องทำการพักผ่อนร่างกาย หรือเรียกง่ายๆว่า "กินอิ่มแล้ว จะหลับ" เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
"สวัสดีค่ะ คุณ XXX โทรจากคณะทันตแพทย์นะคะ วันจันทร์นี้คุณ XXX มีนัดกับอาจารย์ YYY เพื่อผ่าฟันคุดนะคะ ไม่ทราบว่าสะดวกรึเปล่าคะ?"
วินาทีนั้น ผมไล่เลียงปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวอย่างรวดเร็ว และสรุปได้ว่า ต้องมีคนเอาชื่อผมไปลงต่อคิวถอนฟันแหงมๆ (คือ ก่อนหน้านั้นไม่รู้ตัวซักกะนิดว่าต้องมีการถอนอีกครั้ง - -") อย่างไรก็ตาม ถ้าฟันซี่นั้นมีปัญหา ช้าเร็วก็ต้องถอน โบราณว่า ฟันอ่อนถอนง่าย ฟันแก่ถอนยาก รีบไปถอนจะดีกว่า
"โอเคครับ"
**************************************
**************************************
คุณคิดว่าเรื่องใดในชีวิตที่เป็นเรื่องหวาดเสียวน่าตื่นเต้นสำหรับคุณ?
บันจี้จัมพ์ที่แกรนด์แคนยอน?
ให้อาหารฉลามที่บาฮามาส์?
เดินหลับตาข้ามสี่แยกสะพานควาย?
แต่สำหรับผม มันคือเรื่องใกล้ตัวมากๆครับ
ฟันคนเรามีถึง 32 ซี่ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ดูแลช่องปากเป็นอย่างดี แปรงฟันสม่ำเสมอ โอกาสจะเจอหมอฟันก็น้อย อย่างผมเอง จะเจอหมอฟันก็ต่อเมื่อขูดหินปูนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ใน 32 ซี่นั้น มีฟันที่ไม่มีประโยชน์ในการบดเคี้ยว แถมมาเป็นติ่งต้อยชวนรำคาญอยู่ 4 ซี่
แปลว่า จะมีโอกาสหวาดเสียว เลือดสาด เมามันส์กับหมอฟันได้ 4 ครั้งเท่านั้น คลอดชีวิต
ถือเป็นข้อได้เปรียบ ถ้าเทียบกับผ่าไส้ติ่ง หรือตัดทอนซิล หรือทำเลสิก เพราะแต่ละอย่างทำได้แค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง
ครั้งที่ 1 ผมเปิดบริสุทธิ์กับเดือนคณะ ผมออกมาน่าพอใจ ในระดับฝีมือนักศึกษา (อ่านรายละเอียด คลิก)
หลังจากเขียนลงใน Exteen ผมต้องขอขอบคุณทุกคอมเมนท์ที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดี ว่าการผ่าฟันคุด (ที่ผมจะได้เจอครั้งต่อๆไป) นั้น ปวดโคตรๆ เจ็บมากๆ ทรมานมากๆ นับว่ากระตุ้นต่อมตื่นเต้นในคราวที่จะโดนผ่าฟันคุดจริงๆได้จนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางกาย... << ออกแนว Masochism นะคุณขา
พอกลับไปอ่าน Entry นั้นอีกรอบจบ ก็ Render งานเสร็จพอดี... ผมจึงหยุดความตื่นเต้นไว้ ไปเริ่มงานชิ้นต่อไป เพราะถ้าตื่นเต้นนานๆ เดี๋ยวมันจะไม่ตื่นเต้น
**************************************
**************************************
เช้าวันจันทร์ ผมนอนดึกมากๆ และตื่นเช้าผิดปกติ นั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็น WindowsXP ที่มีแรมใช้แค่ 512 MB และเนื่องจากอาจารย์ฝ่ายโสตฯเรียกไปพบต่อในช่วงบ่าย ทำให้ต้องไปขุดชุดนักศึกษามารีดอีก... ช่างเป็นเช้าที่ชวนให้เกิดโรคความดันต่ำซะจริงๆ
ระหว่างกินข้าว ผมค่อยๆละเมียดละไมและเลือกฟันซี่ที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด เพราะคนที่ผ่าคราวนี้คืออาจารย์ทันตแพทย์ (เชียวนะ) โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะครับพี่น้อง
เอาลิ้นสำรวจช่องปาก พลางนึกย้อนไปถึงฟิล์ม X-ray ของตัวเอง...
น้องเฮนเรียตต้า กรามขวาล่าง... ยังไม่ขึ้นเลย แต่ปูดๆ อันนี้แหละที่ทุกคนเล็งที่จะผ่า เพราะผ่ายากระดับเทพ (เป็นฟันคุดแบบ Horizontal ที่มีรากอยู่ลึกเข้าไปในกระดูกกราม... แต่ก็ไม่ลึกมากเท่าไหร่ มันยากตรงที่มันขึ้นขวางโลกแบบสุดๆนี่แหละ)
น้องฟรานเชสก้า กรามซ้ายล่าง... อันนี้ยิ่งแล้ว ไม่มีวี่แววของฟันเลย เพราะจมมิดอยู่ในกระดูกกราม Horozontal เช่นกัน แต่เพราะมันจมลงไปในกระดูก ถ้ายังรั้งที่จะถอน อาจต้องศัลยกรรมตกแต่งกระดูกเพิ่ม ถือเป็นน้องสุดท้อง
น้องโจเซฟีน กรามขวาบน... ขึ้นมานิดๆแล้ว นักศึกษาจะมาผ่าน้องโจเซฟีนไปไม่ได้เพราะเป็นฟันคุดซี่บน สันณิษฐานว่าน้องโจเซฟีนเป็นสมาชิกของบางพรรคการเมือง เพราะเธอชอบสะสมผักชี
สุดท้าย ผมเลือกพี่สาวดีกว่า ไม่อยากเป็นพวกโลลิค่อน และขี้เกียจแงะผักชีเต็มที
**************************************
**************************************
หนังสือที่ผมหยิบติดมือไปอ่านคือ "เรื่องไม่เป็นเรื่อง" / พี่วิชัย และ "ABC Book ปิ่นโต"
ผมนั่งอ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องจนจบ และนั่งฮากับบบรรดาคำนิยมและความซากอ้อยแช่แฟ้บของหนังสือ โดยเฉพาะ "บทพิเศษ" ที่อยู่ใน Ultimate Limited Ed. นี่ ช่างกล้าเอามาเขียนเนอะ =w=''
หนังสือมีหน้าซ้ำด้วย ไม่เป็นไร ฮาได้สองรอบ ชอบส่วนตรวจดวงชะตา บ้าได้ใจ...
ผมอ่านปิ่นโตไปได้ 1 เรื่อง พยาบาลก็มาเรียกไปขึ้นเขียง
อุ๊ยตาย~ ลืมตื่นเต้นอ่ะ >.< !!!!!!
ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆ คือ มัวแต่อ่านหนังสือ จนลืมสัมผัสกับรสชาติของความตื่นเต้นที่คนเขาร่ำลือนักหนา ว่าระหว่างรอทำฟันมันจะตื่นเต้น หวาดเสียวกับเสียงสยองและตื่นตะลึงกับกลื่นสาบยา
ข้าพเจ้าพลาดไปเสียแล้ว! มีเวลาตื่นเต้นอีกไม่ถึง 3 นาทีเท่านั้น...
"ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนครับ"
ไปตื่นเต้นในห้องน้ำก่อนดีกว่า...
**************************************
**************************************
ผมคุยกับอาจารย์หมอที่เขียง <<เตียง ถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถอนฟันซี่นี้
ขออธิบายตรงนี้ไว้ก่อน ว่าฟันกรามซี่ในสุดด้านบนนั้น เป็นฟันที่เชื่อมกับโพรงไซนัส (ช่องอากาศที่อยู่ในกะโหลกศีรษะรอบจมูก)
ในภาพจะเห็น Maxillary Sinus (วงกลมแดง) ในภาพขวาจะเห็นว่า มันใกล้กับรากฟันเพียงใด
และฟันกรามในสุด ก็จะมีรากงอกเข้าไปในช่องที่ว่านี้ด้วยหละครับ
ฉะนั้น ถ้าฟันคุดซี่นี้เป็นอะไรไป เช่นผุหรือถอนแล้วอักเสบ สิ่งที่มักจะตามมาคือโรคไซนัสอักเสบ (Sinusitis) แล้วเวลาผมนึกถึงโรคไซนัสอักเสบ ผมก็จะเอาไปเชื่อมโยงกับภาพที่เคยเรียนมา นั่นคือภาพการอักเสบจนมีหนองเต็มช่องไซนัส - -" ต้องสวนน้ำเกลือล้างออก
การเชื่อมโยงดังกล่าว ทำให้ผมนึกไปถึงสภาพว่า โพรงไซนัสมีหนองเต็มอยู่ มีฟันกรามซี่ในสุดด้านบนอุดเอาไว้เเหมือนจุกคอร์กอุดขวดไวน์...(อ้าว รณรงค์ไม่ดื่มเหล้าเหรอ งั้นเอาเป็นหมีพูห์เปิดฝาไหน้ำผึ้งก็ได้ เหลืองๆเหมือนกัน) พอเราไปถอนออกฟันซี่นั้นออกก็... บรุ๊มมมม~ น้ำผึ้งไหลทะลักท่วมทุงข้าวสาลี กลายเป็นโกโก้คั้น...
มองไปยังน้องเตียงข้างซ้าย เธอน่าจะเป็นเด็กดาวน์ซินโดรม (Diag จากลักษณะท่าทางและรูปร่าง) คือ เธอพูดอะไรไม่ได้นอกจาก "อ๋อออออ..." และ "แอ๋......" (นี่มันยิ่งกว่าสายัณห์ดอกสะเดาอีกนะ) และ...เมื่อเธอมีปัญหาทางทันตกรรม เสียงเธอก็จะดังราวๆหวอรถพยาบาล ด้วยความถี่คงที่ทำให้คลื่นวิญญาณเกิดการ Resonance ตั้งแต่เยื่อแก้วหูไปจนถึงม้าม
เตียงขวา ทำฟันอย่างสงบ... เพราะกระหึ่มด้วยเพลงของโลโซ
"เจ็บ...ใจจจจจจจจจจจ ก็ร้องไห้ออกมา..."
"อ๋ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ..................."
"หากน้ำตา.... มันช่วยให้บรรเทา"
"แอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ๋................."
ไฟผ่าตัดสว่างจ้า ผ้าคลุมปิดหน้าลงมาแล้ว...
**************************************
**************************************
ข้อแตกต่างระหว่างการถอนฟันกับนักศึกษา และการถอนฟันกับอาจารย์หมอ
1.มีการทำความสะอาดครึ่งหน้า+ช่วงลำคอ ตอนแรกผมนึกว่าจะโกนหนวดให้ด้วย...
2.มีการซับ+Suck ตอนฉีดยาชาด้วย ทำให้ยาชาไม่เจิ่งนอง ไม่เป็นอัมพาตไปครึ่งปาก ไม่ลิ้นด้านไปครึ่งลิ้น
3.มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น คุณควรดูแลเหงือกมากกว่านี้ หรือทำโน่นนี่นั่นเพิ่มเติม ก็ว่าไป
4.ไม่มีโฟมยางให้กัด ในความเป็นจริงการกัดโฟมยางแก้ปวดอาจทำให้กร้ามเนื้อกรามเกร็งจนปวดกรามไปแทน
5.กรีด ถอน และเย็บอย่างบรรจง ไม่เจ็บเลยยกเว้นกร้ามเนื้อผมที่เกร็งไปเอง ส่วนเครื่องมีก็ยัดลงไปทำงานร่วมกันหลายๆชิ้น ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีเอลฟ์ตัวน้อยๆมาเย็บปักถักนิตติ้งอยู่ในปาก เหมือนช่องปากกว้างประดุจโรงงานช็อกโกแลต แต่นอกจากการฉีดยาชา เราก็แทบไม่รู้สึกว่ามีการขุดถอนอะไรอีกเลย อารมณ์จั๊กจี้ด้วยซ้ำ
6.อาจารย์จะไม่เป็นกันเอง และดุนิดๆ =w= ในกรณีของผม ผมเป็นคนที่กล้ามเนื้อที่กรามแข็งแรงมาก จึงเกิดการเกร็งแบบสุดขีด อ้าไม่กว้างพอ ตอนเย็บไหมอาจารย์จึงให้ผมถือกระจกเอง จะได้รู้ว่าเนี่ย... เธออ้าไม่กว้างนะ อ้าให้มันกว้างกว่านี้หน่อย
7.ยัดผ้ากอซบางกว่า ไม่ยัดจนเต็มปาก
8.แพงกว่าผ่าโดยนักศึกษานิดหน่อย แต่ถูกกว่าคลินิกทั่วไปประมาณ 2 เท่า
ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าตามคลินิกอื่นๆหมอเก่าหมอใหม่ฝีมือจะเลิศเลอขนาดไหน แต่รู้สึกติดใจซะแล้วว่า ผ่ากับอาจารย์ทันตแพทย์นี่แหละ มือเบาสุดยอด เสียวแบบไม่เจ็บปวดราวขึ้นสวรรค์ (เวอร์ไปไหม)
**************************************
**************************************
ต้องไปทำเรื่องบัตรทองใหม่ ลืมต่ออายุ (คือ ถ้าใช้สิทธิบัตรทองจะไม่ต้องจ่ายอะไรเลยซักบาท)
เที่ยงตรงพอดี หิวข้าว...
ปวดตรงกล้ามเนื้อแบบหน่วงๆ เพราะเกร็งจนกรามแทบค้าง...
รำคาญผ้ากอซในปากชะมัด...
หิวข้าว...
ปวดกล้ามเนื้อ...
รำคาญผ้า...
หิว...ปวด...รำคาญ...
นั่งรอเรื่องบัตรทองราวๆ 1 ชั่วโมง ผมจึงหยิบปิ่นโตขึ้นมาโซ้ยอ่านฆ่าเวลาอีกรอบ
อ่านไปได้ครึ่งเล่ม ความรู้สึกเดิมๆก็ค่อยๆเข้าแทรกซึม โจมตีประดุจสายลับอุซเบกิสถาน
หิว (กว่าเดิม) ...ปวด...รำคาญ... เมื่อไหร่บัตรมันจะเสร็จซะที
พยายามตั้งสมาธิกับหนังสือ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
ผมรู้สึกว่ากำลังอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ...
.
.
.
พอ ปิดหนังสือ อ่านตอนนี้ก็ขาดอรรถรส -*-
กว่าจะได้บัตรไปจ่ายเงิน ก็ได้เวลาคายผ้ากอซพอดี ความรู้สึกแรกคือ "เผ็ด" ครับ เพราะความเผ็ดที่จริงแล้วไม่ใช่รสชาติ มันบังเกิดจากความเจ็บปวดเจ็บแสบจากสารเคมีเช่นแคปไซซินในพริก แต่คราวนี้เผ็ดแปลกดี เพราะแทนที่จะเผ็ดที่ลิ้น มันไปเผ็ดที่เหงือก เหมือนมีคนเอาสารสกัดพริกอินเดียไปยัดไว้ในร่องเหงือก
กินก๋วยเตี๋ยวไม่ต้องปรุงเลยหละ =w=
อ้อ ล่าสุด เช้าวันนี้ หายดีเป็นปลิดทิ้ง ไม่ปวดไม่แสบ
เหลืออีกสองซี่ ยังสนุกได้อีกสองครั้งครับผม ^^
ปล.รูปคุ้นๆเนอะ...
ช่วยเพื่อนประชาสัมพันธ์ : ใครสนใจเข้าโครงการดูแลฟัน โดยนักศึกษาทันตแพทย์ ผู้ที่จะมาดูแล วางแผน จัดระเบียบและ Format ช่องปากของคุณให้เข้าที่ (โฆษณาเวอร์ไปไหม) โปรดติดต่อ คณะทันตแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต ภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีค่าตอบแทนให้ท่าน วันละ 300 บาท (เอ่อ ผมไม่มีเอี่ยวกะโครงการนี้นะ ช่วยเพื่อนเฉยๆ)



อีก2ซี่ ถอนพร้อมกันเลยสิคะ เจ็บทีเดียว 555+
#1 By ลูกคนโตเอง on 2009-02-17 12:54