Dola Re Dora - Devdas

 

 

  Music : Dola re Dola

Album : ost. देवदास [Devdas]

 

 

เพลงแหล่มมาก!!!! อย่าลืม Download ฟังประกอบ

 

 

ในหมู่ นศพ. จะมีนศพ.แลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ ซึ่งก็จะมีประเทศแปลกๆแลกมาอยู่ไทยเป็นประจำ ในฐานะที่ผมเคยอยู่ชมรมและทำงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ นศพ.ระหว่างประเทศ (ฟังดูยิ่งใหญ่เนอะ ทั้งที่จริงๆแล้ว...) ก็จะได้ทำงานกับนักศึกษาต่างชาติประจำ (พวกงานค่าย อะไรประมาณนี้) และก็จะได้คุยเทคแคร์นักศึกษาแลกเปลี่ยนบางราย รวมทั้งช่วยเหลือน้องๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น อินโด จีน อินเดีย เชคโกฯ เยอรมัน สหรัฐ ฯลฯ

 

ต้องขอเล่าก่อนนะครับว่า การแลกเปลี่ยนนักศึกษาแพทย์พวกนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดกันง่ายๆ ต้องมีทั้งการประกวดโครงงาน งานวิจัย หรือทำโครงการต่างๆ ฯลฯ มีการชิงโควต้าเหมือนเกมการเมืองระหว่าง นศพ.ต่างมหาลัย ผู้ที่เข้าตากรรมการก็จะมีโอกาสเสียเงินส่วนตัวลงทุนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยราคาถูกกว่า - -" แถมบางทีต้องกลับมาเรียนซ่อมอีกตะหาก แต่ก็นะ ขอให้มีโอกาสออกนอกประเทศ มันก็เป็นสิ่งคุ้มที่นศ.หลายคนจะทุ่มกำลังตบตีแย่งชิงแล้วละ

 

ฝั่งโควต้าแลกเปลี่ยนของมหาลัยผม มักเป็นประเทศแปลกๆ เช่น บราซิล (เหมือนว่าปีนึงจะมีคูเวตด้วยมั้ง? ทำไมไม่โยนอิรักมาให้ซะเลยล่ะ)  ก็เลยไม่ค่อยมีใครแย่งไปเพราะไม่มั่นใจกันเท่าไหร่ ^^'' แต่ก็จะมีเด็กโครงการนั่นโครงการนี่ บินมาเรียนหมอในไทยกันอยู่เนืองๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นชั้นคลินิกเท่านั้น - -" (ใครจะลงทุนมาเรียนภาคทฤษฎีในต่างประเทศกันนะ)

 

ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว ผมกับน้องๆก็เลยได้ช่วยกันดูแล นศพ.แลกเปลี่ยนเหล่านี้ เพราะผมเองก็ว่าง ส่วนพวกน้องปี 4 ก็ยังไม่เรียนหนักมากแต่ส่วนใหญ่ก็ให้ปีสี่ดูแลไป... ขึ้นวอร์ดไปด้วยกันมิใช่รึ

 

แต่ก็ดันมีหลุดเล็ดเข้าหอชายมาให้ผมร่วมป่วยคนนึงจนได้

 

 

 

สมมติว่าเพื่อนคนนี้ชื่อ อาจ๊าด ก็แล้วกัน

 

อาจ๊าดเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากอินเดีย แขกพราหมณ์ขนานแท้  (เอ่อ...จริงๆก็ไม่ได้ถามเค้าหรอกนะว่านับถือศาสนาอะไร แต่ดูจากพฤติกรรมกะบทสวดงึมงำนี่มันไม่ใช่พุทธแหงมๆ) อาจ๊าดจะอยู่เป็นพาร์ทเนอร์ดูแลโดยน้องปี4 คนนึง แต่อาเฮียทนไม่ไหว เลยย้ายไป ให้อาจ๊าดอยู่คนเดียว แลกเปลี่ยนมาโครงการอะไรก็ไม่ได้ถาม แต่ดูเหมือนจะติดใจมาคุยกะผมซะเหลือเกิน - -"

 

ก่อนอื่น ถ้าคุณเคยคุยภาษาอังกฤษกับคนชาติอื่นๆ คุณจะรู้ว่าสำเนียงแต่ละชนชาติจะมีเอกลักษณ์ต่างกัน อย่าญี่ปุ่นก็จะเป็นชาติที่ทำเสียงการันต์ไม่เป็น พวก Milk ก็จะไม่ใช่ มิลค์ ต้องเป็น มิรุกุ ฝรั่งเศสก็จะออกเสียง H ไม่ได้ Harem ก็จะกลายเป็น อาเล็ม อินโดก็จะเน้น ต. กับ ร. เช่น Teletubby ก็จะอ่านว่า เตเรตั๊บบี่ - -" นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ชวนประสาทเสียเวลาสนทนา

 

อินเดีย จะเป็นชาติที่ออกเสียงทุกอย่างเป็น "ห" ครับคือใส่เสียงสูงเป็นจัตวาไว้ก่อน เหมือนมีคนเติม Question Mark ไว้ท้ายทุกพยางค์ที่เปล่งเสียง

 

วันหนึ่ง ผมดูอนิเมะอยู่ในห้อง อาจ๊าดเดินเคาะประตูเดินเข้ามาเห็น


haruhi

"หวาว เจ๋แป๋นนีส สับอิ๋งลิ๊ช?"

 

"เยส"

 

"หวอทเดอะเหนม"

 

"The Melancholy of Suzumiya Haruhi - ออร์ คอล อิน ฟอร์ ชอร์ท ... ฮารุฮิ"

 

"โอ๋ว... หา รู ***"

 

หะ...หา... เอาละสิ แขกทำตูจิตเสื่อมทรามตามชื่อการ์ตูนไปซะแล้ว

 

"โน้วๆๆๆๆๆๆ ฮา รุ ฮิ"

 

"เยส หา รู ***"

 

กระโดดถีบอีตานี่ตกหอจะเป็นไรมั้ยเนี่ย เปลี่ยนชื่อการ์ตูนตูซะเสื่อม

 

"Say that quicker, Japanese Language, ฮา รุ ฮิ"

 

"หะ รุ ***"

 

 

 -*- เออ จะไปหารูไหนก็ไปหาตามสบายเลยป๊ายยยยยย...

 

กลายเป็นตลกร้าย อีน้องปี 4 เดินตามเข้ามาในห้อง

 

"Oh, Korn, Do you know this cartoon?"

 

"What?"

 

"หา รู ***"

 

ก็ฮาก๊ากกันลั่นห้องสิขอรับ - -" แล้วที่ตูสอนไปตะกี๊นี่อะไรฟระ

 

ปรากฏว่า อาจ๊าดโกรธ หาว่าผมแกล้งสอนภาษาไทยผิดๆให้เขาผูดผิดๆ บ้าบอชะมัด...

 

 

 

 

 

วันนึง อาจ๊าดชวนผมไปกินข้าว 

 

"ยูใส่กล่องโฟมไหม"

 

"ไม่เปนไร ไอแคร์ดิเอิร์ธ เด๋วโลกร้อน"

 

"โอ้เค่  งั้นเอากล่องชานอ้อย เพิ่งสองบาท โอเค๊?"

 

"โอ้ว อิทสะแพง ไม่เอาแหรว"

 

ไหนว่าแคร์โลกไงพ่อคุณ เลยซื้อข่าวหมกไก่ขึ้นห้องไปกิน 2 คน

 

ไปถึง เฮียแกราดน้ำจิ้ม เอามือเปิบสดทันที - -"

 

"เอ่อ... There's a spoon in the bag"

 

"No use, I can eat without spoon"

 

"Would that be clean enough?"

 

"We almost eat by hand in India"

 

โอ๋ว เหย~

 

คือ ไปคุยกะเพื่อนหลายคน เขายืนยันว่า ที่อินเดียนิยมกินด้วยมือจริงๆครับ จะตักซุปตักแกงอะไรก็เอามือตวัดไปหมด คือใช้มือแทนช้อนกันไปเลย

 

ผมว่าเฮียคงเปิบส้มตำได้สนุกสนานไม่แพ้คนอีสานบ้านเฮาแน่ๆ แต่ว่า นี่เรียนหมอมิใช่ฤา ห่วงสุขภาพอนามัยกันมั่งเด่ะ - -" แต่เอาเข้าจริงๆ คุยกันเรื่องนี้ เขาถือว่ามือเป็นของสะอาดนะครับ เหมือนการที่คุณเอามือมาแคะขี้มูก แคะขี้ตา ก็เอามือมาล่วงละเมิดร่างกายเหมือนกัน (จะถามว่า แล้วไม่ใช้มือล้างก้นเรอะ แต่จะไปพูด wipe your ass ต่อหน้าวงข้าวก็คงไม่ดี) อย่างไรก็ตาม คนไทยก็เพิ่งมารู้จักใช้ช้อนส้มอเมื่อสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลายนี่เองครับ แล้วก็ไม่มีอะไรบอกได้ด้วยว่าช้อนจะมีคราบตกค้างเหมือนมือไม่ได้ แต่อย่างน้อย ผมก็รู้ว่าช้อนไม่มีขี้เล็บหละนะ...

 

นอกจากนี้ แขกอินเดียมักมีกลิ่นตัวแรง และน้ำหอมที่ใช้ก็แรงผสมไปกับกลิ่นตัวจนเหม็นเขียว ผมเคยถามว่า น้ำหอมกลิ่นอะไร อาเฮียตอบว่า กลิ่นชะมด ซึ่งผมลงความเห็นว่า มันต้องเอาน้ำหอมสกัดจากสกังค์มาปลอมขายแทนชะมดแน่นอน เพราะกลิ่นไกลร้อยเมตรมากๆ และอีกพฤติกรรมหนึ่งที่อาจจะดูแปลกในบ้านเราคือ จะพูดคุยต้องให้ขโมงโฉงเฉง จะเปิดเพลงต้องให้ดังอล่างฉ่าง บนรถเมล์ รอแท็กซี่ รอกินข้าว ฯลฯ เรียกได้ว่าสามารถเรียกประสาทสัมผัสทุกด้านของคนรอบข้างให้พุ่งความสนใจมาที่ตัวของฮีได้ทั้งจากการมองเห็น การสัมผัส การได้ยินและการรับกลิ่น เหลือเพียงการรับรสก็จะครบ 5 อายตนะ แต่ผมเองก็ไม่เคยชิมแขกซะด้วยสิ - -

 

 

 

 

 

 

เมื่อวานนี้ผมไปรอรถเมล์ก็เจอเด็กแลกเปลี่ยนอีกคน แต่ปกติไม่เคยคุยกันนะครับ =w= เป็นเด็กสังกัดคนอื่น (555) คนนี้มาจากอินโดนีเซียครับ

 

อย่างที่เกริ่นไว้ คนอินโดก็จะมีสำเนียงพิลึกในสารบบหูเรา เพราะเธอจะพูดภาษาอังกฤษด้วย ต เต่า กับ ร เรือ ที่ชัดเจนมากกกกกก

 

อินโด : Do you know how to go to หมอชิท? (เป็น Shit ที่ออกเสียงชัดเช่นกัน)

 

ณ : Yeah, take the van from here.

 

อินโด : เดอะ แฟน? Which one?

 

ณ : Like that one ... (รถที่เพิ่งวิ่งผ่านไปตะกี๊พอดี)

 

เท่านั้นแหละ เธอก็ออกแนวโวยวาย เสียงดังไปถึงอีกฟากของป้ายรถเมล์ อารมณ์แบบ เพื่อนคุยเล่นน่ะ - -" Why Don't You Tell Me ??? You Bring Me Bad Luck บลาๆๆๆ ก็ว่าไป (จริงๆตอบเค้าไปแล้วละนะว่า If that so, go stay away from me ^^'')

 

รถเมล์ผมมาพอดี กำลังจะก้าวขึ้น คนขับกดออดไล่เพราะรถเต็ม

 

เดินลงมา ยัยเจ๊หัวเราะลั่นป้ายรถเมล์ คนมองกันมาเป็นจุดเดียว อีนี่เมากัญชามาเรอะ

 

คือ อารมณ์ว่าเห็นกันอยู่มาชั่วนาตาปี ชีไม่เคยคยกัน พอคุยกันวันเดียวที่ป้ายรถเมล์นี่เสียงดังราวกับไม่เจอกันมาสามปี - -" แถมอารมณ์ถูกคออีกแน่ะ

 

ต้องลงมาคุยกันต่อ เจ๊ก็ชวนคุยนั่นนี่

 

"May I know your name?"

 

"My name is Na"

 

"What does it mean?"

 

"At"

 

"What your father think when give you this name?"

 

- -" ชั้นจะรู้มั้ยล่ะเนี่ย คือ เคยมีคนมาถามคุณท่านมั้ยครับ ว่าชื่อที่คุณมีอยู่เนี่ย ตอนตั้งชื่อน่ะ พ่อกับแม่คุณคิดอะไรอยู่ เธอบอกว่าชื่อของคนไทยอย่างพวกชื่อเล่น กุ้ง ไก่ หมู เงี้ย  ตั้งเข้าไปได้ยังไง ต้องการสื่ออะไร เด็กดูน่าอร่อยเหรอ - -" ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง ไม่ชอบกินเด็ก

 

 

 

 

 

"How much does it cost to go to หมอชิท?"

 

"Van? 30 Baht"

 

"Oh! Very expensive. This morning I take taxi from Kasetsart. You know it cost 200 baht and I have no money left to go back. "

 

กรุณานึกตามว่า คำว่า to เธอออกเสียงว่า ตู เละคำว่า Really เธอพูดว่า เรียลลี่ ด้วยอักขระ ร เรือ ร ลิงชัดเจนประมาณอาจารย์แม่ ว่าแต่ ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าจะไป ม.เกษตรล่ะ - -" จะไปหมอชิทก่อนแล้วหาทางกลับมาเกษตรเรอะ

 

"If that so, you can go by bus"

 

"How much the บาส"

 

...แวบบบบบ... VTR หยุดแค่นี้ก่อนครับ

 

พี่น้องคิดว่า ประโยค How much the บาส แปลว่าอะไร

 

A.ลูกบาสราคาเท่าไหร่?

B.ค่ารถเมล์ราคากี่บาท?

C.รถเมล์กี่บาท ฉันอยากซื้อรถนั่นไว้ขับเอง?

 

.

.

.

.

.

.

 

 เฉลย หลังจากพยายามทวนประโยคนั่นอยู่สามรอบ และเธอยืนยันว่ามันคือ Bus ไม่ใช่ Baht

 

"That one is 29, That one is 39, That one is 510..."

 

อืม มันคือเบอร์รถเมล์ครับพี่น้อง ว่าเแต่แม่คุณเธอ Number ไม่เกี่ยวกะราคา จะใส่ Much มาทำไมเนี่ย - -"

 

เรียกได้ว่า เหนื่อยหน่ายในการสื่อสารยิ่งนัก

 

กว่าเธอจะได้ขึ้นรถเมล์ เธอก็บ่นเรื่องคนไทยไม่เห็นยิ้มตลอดเวลาเลย (คนไทยไม่ได้เป็น Angleman Syndrome นี่คะคุณ) เมืองไทยหาคนพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก (และมีคนฟังภาษาอังกฤษสำเนียงพิลึกๆได้น้อยกว่า)  พร้อมด่าพันธมิตรเรื่องปิดสนามบินอีกชุดใหญ่ กว่าจะได้ขึ้นรถ (ไปซะที)

 

ถึงขั้นที่ว่า ผมเองจิตเสื่อมรับวันเกิดไปเลยทีเดียว

 

 

 

 

พูดถึงโดยรวมๆ จะว่าไปแล้ว การพยายามคุยกับคนต่างชาติไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรนะครับ ไม่ต้องกลัวว่าสำเนียงจะห่วย ใช้แกรมม่ากริยาผิดช่อง หรือใช้ศัพท์ผิดอะไร ผมว่าหลายคนพูดและใช้ภาษาอังกฤษได้กันพอสมควรอยู่แล้ว (ถ้าเรียนเกิน ม.3 มาล่ะก็) ขาดแค่ความกล้าที่จะพูด แต่ถ้าไม่กล้าพูดกล้าใช้บ่อยๆ จะไปคุ้นเคยกับภาษาได้ยังไงล่ะครับ?

 

ฉะนั้น ถ้าเจอคนต่างชาติมาขอความช่วยเหลือ ผมว่าไม่ต้องเดินหนีหรอก ลองพยายามช่วยซักหน่อยก็ดีนะครับ

 

เรื่องเด็กอินโดนี่ทำเอานึกไปถึงสมัยค่ายแพทย์นานาชาติ อยู่รวมกับนักศึกษาแพทย์หลายร้อยคนจากนานับประเทศ เด็กอินโดจะชอบจับกลุ่มกันเล่นเกมคล้ายๆตบแปะเป็นวงใหญ่ (นึกถึงเกมประมาณ พศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม แต่เล่นกันสัก 30 คนน่ะ) ในสายตาคนไทยก็คงมองว่าแปลกดี แต่ผมว่ามันแสดงถึงความสามัคคีได้ในระดับหนึ่งนะ ไม่ต้องแข่งกันฆ่าใครเหมือนใน GTA ด้วย (เอ๊ะ อีนี่พาดพิง)

 

 

 

 

ส่วนเด็กเกาหลีญี่ปุ่นน่ะเหรอครับ...

 

สปอยล์ - ภาษาอังกฤษห่วยพอกัน เด็กจีนพูดฟังดูรื่นหูที่สุด

- ชอบเพลง "ไก่ย่างถูกเผา" มากๆ - -"  ถึงขนาดนั่งจดคำแปลกันไปร้องเลยทีเดียว

- น้องเกาหลีเธอบ้าแดจังกึมมาก หอบชุดแดจังกึมมาคอสถึงไทยทีเดียว

- ยามกลางวันหนุ่มๆญี่ปุ่นก็จะเปลือยอกเล่นวอลเลย์บอลชายหาด - -" สาวๆบิกินี่เล่นน้ำสุดฤทธิ์... นี่เธอหลุดกันมาจากการ์ตูนของ Ken Akamutsu รึไงเนี่ย??? (แน่นอนว่าข้าพเจ้าถ่ายภาพเอาไว้แล้ว =w=)

 

 เอาแค่นี้ก่อน พอประมาณ ไว้คราวหลังค่อยเล่าถึงฝั่งญี่ปุ่นเกาหลีในค่ายแพทย์นานาชาติ เพราะฝั่งนี้ถ้าเล่าแล้วก็มีเรื่องยาวได้อีกครับ ^^''

Loading image

Click anywhere to cancel

Image unavailable

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เหอะๆ

รอฝั่ง ญี่ปุ่น
เกาหลี


ผมชอบช่วบคนต่างชาตินะ

คิดว่ามันเป้นการช่วยชาติไปในทาางนึง

(แต่ภาษาผมห่วยมาก -*-)

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-01-24 18:15

big smile big smile big smile

#2 By ไอ้ไทม์ on 2009-01-24 18:18

คุณพี่แอบถ่าย เด็กญี่ปุ่น!!!!!!

55555+

ผมก็ปวดหัว เวลาคุยกะเพื่อนญี่ปุ่นเหมือนกัน เหอๆ เคยเจอถามว่าอยู่ที่ไหน เค้าพูด ri-bu เราก็งง ที่แท้ก็คำว่า live - -"

#3 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-01-24 18:25

คือ..ภาษาพี่ที่ห่วยแตกก็เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนี่แหล่ะ.. แต่ก็ไม่ค่อยมีชาวต่างชาติเข้ามาให้ช่วยเหลือสักเท่าไหร่.. เพราะเห็นหน้าพี่คงจะกลัวแหงๆ sad smile confused smile

#4 By ปอนปอน on 2009-01-24 18:54

กร๊าก บรรทัดสุดท้าย confused smile

#5 By chubby on 2009-01-24 19:23

เหอะๆ ว่าไปก็สนุกดีconfused smile

#6 By wesong on 2009-01-24 19:35

สงสารฮารุฮิconfused smile Hot!

#7 By V@R on 2009-01-24 20:01

ว้าว เซียนนะเนี่ย คุยกะแขกนี่ไปอะไรที่สุดยอดมาก

ตอนประชุมที่บ. นี่ต้องใช้พลังจิต และ จินตนาการขั้นสุดยอดเลย เพื่อฟังว่า เค้าพูดไรsad smile

#8 By หมูทอดซามะ on 2009-01-24 20:05

จริงๆ แล้ว ตัว V เวลาพูดทำปากเหมือน ฟ.ฟัน แต่ เวลาออกเสียงเหมือน ว.แหวน...เพราะฉะนั้นที่สาวอินโดพูดก็อย่าไปถือสาเลยฮับ เพราะคนไทยกะออกเสียงผิดเหมือนกัน sad smile

เรื่อง วัฒนธรรม เป็นอะไรที่ต้อง ทำใจ และ ทำใจ อาคับ ถ้าไม่สบายใจก็พูดกับ ชี ละ ฮี ไปตรงๆ ดีกว่า ว่า อย่างงี้คนไทยเค้าไม่ทำกันนะ มันดูไม่ดี อะไรก็ว่าไป...cry

ถ้าเค้าพูดผิดกะแก้ไปฮับว่า You should say like this...

อย่าซีเรียสนะฮ้าบบบ confused smile

#9 By !!!~.C.D.~!!! on 2009-01-24 20:30

ฮาอ่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

รอฟังคนญี่ปุ่น ป.ล.เอารูปมาลงด้วย


ป.ล.แอบเคือง ชั้นเจอน้อง Quiz time แล้วกดไปดันเป็นลิงค์ภาพซะงั้น เคืองๆๆๆๆๆๆๆๆ
#9 ไม่ซีเรียสครับ อันนี้ผมเล่าขำๆ ^^'' จุดประสงค์เหมือนเล่าสู่กันฟังเฉยๆครับ

#11 By on 2009-01-24 20:42

รอดูญี่ปุ่น *-*

#12 By Aelita~[-X-]~ on 2009-01-24 20:53

ไหนบิกินี่

#13 By azlaz on 2009-01-24 21:08

แว๊บแรกที่เริ่มอ่าน อ่านผิดจาก "นศพ.แลกเปลี่ยน ""เป็น "ศพ.แลกเปลี่ยน "

แต่ดูท่าจะน่าสนุกดีนะครับเนี่ย แต่ละชาติสุดๆจริงๆ

big smile

#14 By UnknowPerson on 2009-01-24 21:25

555 ฮารูฮิ กร๊ากก กรั่กๆๆ

เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่านopen-mounthed smile


ปล.เผลอคลิกเด็กข้างบนด้วย ก.หล่อสุดมั้งครับ 555

#15 By redtear on 2009-01-24 21:39

น่าสนุก open-mounthed smile

เผลอกดเด็กปลอมด้วย อิ๊ cry

#16 By Bluemoon on 2009-01-24 21:59

ฮารุฮิ นี่...sad smile

#17 By SkyKiD on 2009-01-24 22:15

ไอ้ข้างบนหลอกกันได้ หลงกดตั้งนานsad smile
ภาษาอังกฤษของอินเดียฟังยากจริงๆ แถมเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้พวกตัวเองมีกลิ่นตัวเฉพาะกันซะขนาดนั้น ได้กลิ่นที่จะเป็นลม angry smile

#18 By Ellebazi on 2009-01-24 22:18

โถ คุณ ณ ตอนแรกก็แอบดีใจว่าเจอเต้าหนูจำไม พอกดเข้าไป ถึงกับขำกร๊ากเลยทีเดียว ๕๕๕๕
ส่วนคำตอบ น่าจะมีข้อ จ.ว่าถุกทุกข้อเนอะ อิอิ question

๕๕๕๕ ส่วนนักศึกษาแลกเปลี่ยนนี่ก็ สุดๆไปเลยนะคะ
มันส์ดีออกเนอะ สร้างสีสันต์ให้กับชีวิต อิอิ question

#19 By นางมาร eVeZaa on 2009-01-24 23:15

เจอจำไมตัวปลอมอีกละ อิอิ
ครั้งก่อนก็เจอซานต้า

ตอบ งองู อิอิ
พอดี เป็นนักล่าจำไมตัวยงคับ(สถาปณาตัวเอง)

ขอพูดถึงจำไม

ขอเลือก ทั่นแชมป์ คับ


(เพราะเป็นมาสเตอร์ 5 5 5 แผล่บ ๆ ๆ) question

#21 By p.cobra on 2009-01-25 01:27

รู้สึกแปลกๆกับการใช้มือตักซุปตักแกง
ขอบายเรื่องนี้ค่ะ 55

#22 By TaLgY on 2009-01-25 09:36

ก๊ากกก!!~ รู .... @#!$@#%@$^%$&
เหนื่อยออกเสียงแทนคุณ จขบ. อ้ะคะ = =''''''''''

ไม่กล้าคุยเลยอ้ะคะ มันแบบไม่มั่นใจอ้ะคะ
กลัวแบบ ใช้ yesterday ไปกับ go 555 555555sad smile
กริยาสามช่องคงมั่วกันแหลกก็งานนี้อ้ะคะ sad smile
แต่จะพยายามเข้า โอ๊สสส!!!

รออ่านเอนทรี่ต่อไปค่า big smile

#23 By в.bèäяs ™ on 2009-01-25 14:14

นศพ.อินเดียออกเสียงได้ใจมากopen-mounthed smile

อนึ่ง นศพ.ญี่ปุ่นเยี่ยมที่สุดแล้ว เหอๆquestion
ขำ angleman syndrome ฮ่าๆๆๆ

#25 By ชาเขียวaddict on 2009-01-25 16:21

ฮิฮิ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
มาจากกิจกรรม โปสการ์ด BloG พี่แป้นค่า

กิจกรรมโปสการ์ดเริ่มแล้วนะคะ

เราเป็นเพื่อนบ้านกันล่ะ ex046 (yooney)

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ cry

ป.ล. ขออนุญาตแอดนะคะ

ป.ล.2 เจอเด็กหลอกก =w="
(แต่ดันเจอตัวจริงซ้อนกันด้วยค่ะ)wink

#27 By yooney มาเยือน~ on 2009-01-26 12:48

Favourites

Recommend