สาเหตุที่เรายังสับสนในศรัทธา
posted on 22 Dec 2008 21:22 by mingninja in World-Societyคำเตือน 1 : Entry นี้ค่อนข้างบ่นและจริงจัง โปรดอ่านทุกคำเตือนก่อนอ่านต่อหรือคอมเมนต์
คำเตือน 2 : ที่มาของ Entry นี้ เกิดขึ้นจากการที่ข้าพเจ้าเข้าไปขอถ่ายภาพ Landscape ภายในวัดธรรมกาย ไม่ได้มีที่มาจากบุคคลหรือบทความอื่นใด
คำเตือน 3 : ข้าพเจ้าเคยเข้าไปในวัดธรรมกายแห่งนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกเมื่อราวๆ 6 ปีที่แล้ว
คำเตือน 4 : Entry นี้อ้างอิงบนข้อมูลทางศาสนาพุทธ นิกายหินยาน เอ่อ...คงต้องบอกว่าในประเทศไทยด้วย
คำเตือน ... : <<<พอแล้ว!!! เริ่มเขียนซะที
ศรัทธา - หินเหล็กไฟ
เพลง : ศรัทธา
ศิลปิน : หิน เหล็ก ไฟ
ข้าพเจ้ายอมรับ ว่าข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่ฉลาด รอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง
แม้แต่เรื่องบางเรื่อง ที่ดูเผินๆเหมือนจะง่าย เช่น ศรัทธา กับ ความงมงาย ซึ่งมีผู้อธิบายไว้แล้ว และติด Hot Post ไปแล้ว (ซึ่งอย่างไรเราก็ควรจะลงลิงค์ให้เขา ที่นี่) สรุปความได้ว่า "ศรัทธา และ งมงาย แยกออกจากกันด้วยปัญญา"
ถ้าเช่นนั้น อะไรคือปัญญา?
ปัญญาในพระพุทธศาสนามี 3 ระดับขั้น
1.สุตมะยะปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการฟัง การอ่านและเรียนรู้ ซึ่งทุกท่านในที่นี้ หากมิใช่คนบ้า ก็คงมีกันทุกคน มากบ้างน้อยบ้าง หากตัวบุคคลมีการพัฒนาปัญญาส่วนนี้ ก็จะกลายเป็น skill ความรู้ความสามารถติดตัว
2.จิตตะมะยะปัญญา ปัญญาจากการใคร่ครวญไตร่ตรองหรือค้นคว้าเพิ่ม อย่างงานวิจัยหรืองานทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ หรือจากการคิด การใคร่ครวญเพิ่ม หากตัวบุคคลพัฒนาปัฐฐาด้านนี้ ก็ย่อมจะมีไอเดีย ปิ๊งอะไรใหม่ๆออกมาได้มาก
3.ภาวนามะยะปัญญา ปัญญาจากการตั้งภาวนา ให้เกิดเป็นสมาธิ หรือสัจจะธรรมคือนิพพาน เมื่อผู้มีปัญญาระดับนี้ ก็จะละวางสรรพสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์ได้
สิ่งที่ข้าพเจ้าคิด หลังอ่านข้อความนี้จบ คือ
ง่วงนอน... <<<ไม่ใช่!!!
แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าปัญญาที่เรามีนั้นถูกต้อง?
เพราะหากเกิดมิจฉาฐิติ หรือปัญญาที่ผิดขึ้นมาแล้ว กลับจะยิ่งก่อเกิดเป็นผลร้ายแรงตามมา
หากมีสุตมะยะปัญญาที่ผิด ฟังมาผิดๆก็เชื่อกันผิดๆ ก็เหมือนผู้ที่เรียนรู้มาว่า สัตว์เกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ มนุษย์อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร มีสิทธิชอบธรรมที่จะกดขี่สายพันธุ์ที่ต่ำกว่า การที่เราไล่ฆ่าล่าสัตว์นั้น ถูกต้องสมควรแล้ว
หากมีจิตตะมะยะปัญญาที่ผิด ก็จะกลายเป็นการพัฒนาที่ผิดด้าน เหมือนคนที่คิดว่าเราควรพัฒนาอาวุธสงคราม เพื่อให้ประเทศมีอำนาจเป็นเงื่อนไขต่อรองในสงครามได้
หากเป็นภาวนามะยะปัญญาที่ผิด ก็จะกลายเป็นการเดินที่ผิดเส้นทาง ไม่ว่าคุณจะมีความพากเพียรภาวนาสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางถึงจุดหมายอันสุขสงบคือนิพพานได้ แถมอาจจะกลายเป็นสร้างความร้าวฉานในกลุ่มคนที่มีความเชื่อต่างกับคุณเสียอีก
อย่างไรก็ตาม จากการค้นหาข้อมูลของข้าพเจ้า น่าแปลกที่ว่า ไม่มีผู้ใด ตำรา เอกสารเล่มใด กล้าฟันธงลงไปได้ว่า ปัญญาที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ความเชื่อที่ถูกต้องคืออะไร ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลทั้งสิ้น
ดังนั้นจึงไม่แปลก เพราะข้าพเจ้าเองเชื่อว่าทุกท่านที่อ่านก็คงมีความเชื่อติดตัวมาทั้งนั้น ท่านจะเลือกศรัทธาในสิ่งใด ก็ขึ้นอยู่กับปัญญาที่ท่านมี จะไปกล่าวว่าปัญญาแบบนั้นผิด หนทางแบบนี้ไม่ถูกต้อง ก็คงต้องหาตัวแม่แบบปัญญาที่ชัดเจนมาแสดงให้เห็นเสียก่อน
เมื่อข้าพเจ้าคุยกับชาวธรรมกาย พวกเขาเชื่อมั่นว่า การรวมบุญเป็นศรัทธาก้อนใหญ่ บุญจำนวนมาก คนทำจำนวนมาก คนรับ (พระ) จำนวนมาก สร้างความยิ่งใหญ่ ผลบุญย่อมยิ่งใหญ่ เหมือนเส้นทางที่ร่วมเดินกันไปหลายๆคน ส่วนที่ทางวัดถูกกล่าวหานั้น คือผู้ที่ต้องการทำลายศาสนา จาก... (อยากเมาท์ต่อ ขอหลังไมค์ มันส์มาก)
เมื่อข้าพเจ้าคุยกับพันธมิตร พวกเขาเชื่อมั่นว่า ASTV คืออีกสื่อที่ชี้นำแต่ความจริง เป็นข้อมูลที่คน "ไม่เหลือง" มักมองข้าม และผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือ "มันนั่นแหละ" แต่หากคุยกับ นปก. พวกเขาก็กลับเชื่อในสิ่งที่กลับกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเชื่อมั่นกรณีที่แกนนำพธม.คือคอมมิวนิสต์ที่ต้องการทำลายชาติ เอาตัวอย่างเท่านี้พอดีกว่า เดี๋ยวคุกจะมาหาข้าพเจ้า
เมื่อคุยกับคนที่มีความรัก ความศรัทธาในความรักนั้นยิ่งใหญ่ แม้จะมีอนิจจังคือความไม่เที่ยงทางศาสนามาเปรียบเทียบให้ฟังบ่อยๆ ผู้ที่มีความรักก็จะยกเรื่องของความสุข ที่แม้ไม่ยั่งยืนก็เป็นความสุขที่สมบูรณ์ เป็นรักแท้แม้ความตายมิอาจพราก ฉันไม่รู้ว่านับจากนี้ มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ฉันรู้ได้แค่ว่าตอนนี้รักเธอ เทให้ทั้งหัวใจ นี่คือสิ่งสำคัญที่เรายังอยู่ด้วยกัน สิ่งอื่นใดนั้นมันยังไม่มาถึง บลาบลาบลา
และอีกหลายเมื่อ อันบังเกิดขึ้นเสมอๆเวลาที่ข้าพเจ้าไปเจอกับคนที่ทุกคนมักถูกกล่าวหาว่า "งมงาย" ทั้งนี้ไม่นับเหตุผลประเภทขอไปทีนะครับ ไม่ว่าจะศรัทธาหรืองมงาย การที่คนบางคนเลือกที่จะเชื่อ เขาย่อมมี "เหตุผล" ที่จะเชื่อ แต่เหตุผลนั้นยอมรับได้ในหมู่คนทั่วไปหรือเปล่า? นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
คุณเชื่อว่าสิ่งที่คุณเชื่อมั่นนักหนาถูกงั้นหรือ? มองในมุมของผู้งมงาย ปัญญาของคุณยังมีไม่ถึงของเขา ไม่อาจมองหรือเข้าใจใน "ศรัทธา" ของเขาได้
ข้าพเจ้าเองศรัทธาในศาสนาพุทธ เริ่มต้นด้วยการปลูกฝังของพ่อแม่ เมื่อโตมาก็ลองศึกษาทางศาสนาอื่น แต่ท้ายที่สุดเหตุผลหลักของข้าพเจ้า คือ ศาสนาพุทธ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด
งมงาย หรือ ศรัทธา เกิดขึ้นเพียงเพราะคนเรามีมุมมองของปัญญาที่ต่างกัน
แหล่งข้อมูลของข้าพเจ้า? http://www.geocities.com/ss12345_th/204.html
เอ้า จบด้วยภาพสวยๆจากธรรมกายก็แล้วกัน
จะเรียกสิ่งนี้ว่า "ศรัทธา" หรือ "งมงาย" ก็โปรดใช้ปัญญาของท่าน ตัดสินเอาเถอะครับ
เิริ่มจากสัญลักษณ์ สิ่งที่เพื่อนหมอของข้าพเจ้าบอกว่าเหมือน Areola... (กรุณาใช้ Google เสิร์ชรูปภาพอย่างระมัดระวัง)
นี่คือ โบสถ์เก่า บนพื้นที่ 200 ไร่ ส่วนเจดีย์ด้านบนนั่นอยู่บนพื้นที่บุคคลบริจาค 2000 ไร่
บรรยากาศร่มรื่น ไม่มีหมา ไม่มีงานแต่ง งานศพ เพื่อให้เหมาะกับการปฏิบัติธรรม (เขาว่าไว้อย่างนั้น) ที่นี่จึงมีแต่ไก่ และ เอ่อ...นกยูง?!?! ซึ่งข้าพเจ้ามีประสบการณ์ไม่สู้ดีนักกับนกยูง ยิ่งเห็นตัวโตขนาดไก่งวงยิ่งรู้สึกหวั่นเกรงซะมากกว่า
ข้างล่างนี่คือ อาคารสำหรับทานข้าว จะมีอนุสาวรีย์ถ้วยชามช้อมส้อมทองคำ และอนุสาวรีย์มือตักบาตรอยู่ข้างหน้า ส่วนภาพล่างๆลงไปอีกก็... ไม่รู้ดิ สวยดี ชอบ
ข้างล่างนี่คือ "เสาหลักบุญ" ?!?! มีแท่นวางดอกไม้บูชา
ถ้าเสาหลักบุญนั้นยังเป็นสิ่งปลูกสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ไม่ประทับใจท่านเท่าไร เราขอเสนอ
น้ำพุอมฤทธิ์ ?
นกอินทรีย์ทอง หิ้วกองบุญเงินและทอง น้ำพุไข่มุกและเพชร...
อันนี้เอามาจากบริเวณวัดเก่า 200 ไร่
ที่ข้าพเจ้า (และอีกหลายท่าน) อาจจะเพิ่งทราบ ก็คือ ที่นี่ มี "เมืองแก้วมณี" ทั้งเมืองจะมีแต่ผู้ปฏิบัติธรรม นุ่งขาวห่มขาวทั้งเมือง ก๋วยเตี๋ยวหมูอร่อยดี
สำหรับท่านที่อยากเข้าไปชมกันบ้าง วัดธรรมกายเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมได้ ควรแต่งชุดขาวทั้งตัว เพราะขนาดข้าพเจ้าแต่งชุดนักศึกษาไปยังโดนมองว่าแปลก
สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพ โปรดคุยกับทางประชาสัมพันธ์ก่อน และที่นี่มีเขตหวงห้าม ที่ยามจะกรูเข้ามาทันทีหากท่านยกกล้องขึ้น โปรดถ่ายภาพด้วยความระมัดระวัง
ดูเหมือนถ่ายมาง่ายๆ แต่สถานที่ทั้งหมดกว้าง 2000 + 200 ไร่ (ดูเวลาที่ถ่าย จากแดดจ้าจนมืด คือหน้าดำกันไปเลย) เป็นไปได้โปรดเตรียมรถ
อ้อ อย่าลืมใช้ปัญญาของท่านไตร่ตรองให้ดีนะครับ...
ชอบภาพแถมละ...



หรือจะบอกจริงๆว่า
ที่เรามีปัญหาเรื่องแยกปัญญาไม่ออกเพราะ กระบวนทัศน์ไม่เท่ากัน(Paradigm) เลยมีปัญหากัน...
บางคนชอบบอกพุทธศาสนามีเรื่องเหนือธรรมชาติ พวกนิพพาน พลังจิต หรือพวกคนไฟลุก ???
แต่ว่า รู้ได้ไงว่าเร่ื่องพวกนี้ "เหนือธรรมชาติ" ถ้า "เหนือวิทยาศาสตร์"หรือวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้มากกว่าถึงจะถูก...แค่เขาเหล่านั้นไม่ยอมรับว่ามันคือสิ่งที่มีอยู่แล้วมากกว่า...เข้ากระบวนทัศน์ไม่กว้างพอ
นั่นแหละครับที่คนยังมีปัญหาอยู่เรื่องของปัญญา สูงไม่เท่ากัน...
ว่าเรื่องวัดจานบิน ส่วนตัวได้ยินอย่างเดียว ก็ได้แต่ปลงครับ อย่าริกบฏแยกเป็นรัฐอิสระแล้วกัน ...
แต่เห็นหลอกแดกเงินประชาชนไปเยอะ ใครอยากเต็มใจให้หลอกเพราะได้บุญ ก็แล้วแต่นะครับ
#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2008-12-23 00:27