I
posted on 09 Dec 2008 16:15 by mingninja in Medicine-Student
เพลง : I SEE U
ศิลปิน : ไอซ์ ศรัญญ่า
*เพลงไม่ค่อยเกี่ยวกะเนื้อหา แต่ถ้าจะดาวน์โหลดไปฟังประกอบก็เชิญ
ข้าพเจ้าเป็นพวกไอมาราธอน
หากลองได้เป็นหวัดซักหน อาการอื่นหายไปนานแล้ว เหลือแต่ไอ ตื่นเช้ามาก็ไอ แปรงฟันอยู่ก็ไอ อาบน้ำ หรือ ... ก็ไอ จะกระเด็นจะเล็ดยังไงก็... (นึกสภาพเอาเอง)
นอนก็หยุดไอไม่ได้ เพื่อนบอกว่า นอกจากกรนแล้ว แกยังละเมอขึ้นมาไออีก
ช่วงที่ข้าพเจ้าหงุดหงิดจากการเป็นหวัด จึงไม่ใช่ช่วงไข้แตก น้ำมูกย้อย แต่เป็นช่วงไอ ซึ่งเปรียบเสมือนอาฟเตอร์เอฟเฟคต์ระยะยาวที่ส่งผลยาวนานกว่าจะแก้ไขได้ คล้ายโดนปิดสนามบิน...(เอ๊ะ ไม่เกี่ยวนะ)
เรียกได้ว่า สองสัปดาห์นี่ ไอกันจนเบื่อ
เคยไปหาหมอหูตาคอจมูกครั้งนึง หมอบอกว่าสาเหตุคือ ในลำคอมีซอกหลืบเยอะกว่าคนทั่วไป (อันที่จริง อวัยวะที่มีซอกหลืบเยอะขนาดนั้นก็มีไม่กี่อย่าง) เวลาเป็นหวัด หรือไม่สบายก็จะไอนาน ประมาณการไอเทียบเท่าคนสูบบุหรี่ แม้ไม่เคยสูบสักมวน
ถามถึงวิธีแก้ไข หมอตอบได้น่ารักดี ว่า ให้ย้ายไปประเทศอื่นที่สะอาดกว่าประเทศไทย
************************************************
************************************************
ถ้าสังเกตดีๆ อาการไอจะมีสามช่วง คือช่วงสูดลมหายใจเข้า (Inhalation) ช่วงที่หลอดลมพยายามปิดกั้นทางเดินหายใจแต่เราพยายามดันลมออกมา (Force Exhalation) และช่วงที่ลมพุ่งพรวดออกมาพร้อมกับสรรพาเชื่อโรคและเสียงค่อกแค่ก (Violent Release) กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็น Reflex กึ่งอัตโนมัติ บ่งบอกว่า ภายในหลอดลมของเราไล่ลงไปถึงในปอด มีอะไรบางอย่างไปติดปลายประสาทให้มันระคายเคืองอยู่นะ ซึ่งการไอนั้น หลายคนอาจจะคิดว่า เป็นเพียงแค่สัญญลักษณ์ของความไม่สบายธรรมดา ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น อาการไอบ่งบอกโรคได้ตั้งแต่แพ้ฝุ่น โรคหวัดจากอากาศเปลี่ยน วัณโรค ถุงลมโป่งพอง ไปจนถึงอาการหัวใจล้มเหลว
สาเหตุการไอ
1.ระคายเคืองจากสิ่งแปลกปลอม ควัน ฝุ่น บุหรี่ เกสรดอกไม้ ขนหมา ขนแมว ขนหมู มลภาวะ
อันนี้แก้ง่ายครับ หาอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง รึไม่ก็ย้ายตำแหน่งที่สูดดมอยู่ซะ
2.การไอหลังจากการติดเชื้อ ตรงนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า หวัดโดยทั่วไป เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งปกติก็จะไม่มียาจำเพาะอะไรไปฆ่ามันได้นอกจากรอให้หายเองหรือรักษาตาม อาการ
อาการโดยทั่วไปก็จะเป็นน้ำมูกใส มีไข้บ้าง
แต่หลังจากไวรัสรุกราน แบคทีเรียก็จะเข้ามากินเศษซากอะไรก็ตามที่หลงเหลือ โดยเฉพาะ
- ถ้าเราเป็นคนซกมก ไม่รักษาความสะอาดในปาก
- พวกขี้เกียจแปรงฟันบ้วนปากทั้งหลาย
- สูบบุหรี่ประจำ หรือพวกชอบปล่อยให้คอแห้ง นอนกรน
- พวกที่ดื่มน้ำเย็นบ่อยจนเสลดเหนียวข้น แบคทีเรียเกาะง่าย
พวกนี้ ก็จะมีระยะ "น้ำมูก-เสลด-เจ็บคอ-ไข้สูง" ตามมาอีกเป็นระยะๆ หายช้ากว่าปกติ / ควรกินยาแก้อักเสบ ส่วนจะเป็นเชื้ออะไรนั้น ถ้าไอติดต่อกันนานเกินสามสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการอื่นเช่นเหงื่อออกมาก น้ำหนักลด เริ่มมีเลือดปน ก็ลองไปตรวจเชื้อที่ รพ.ดู อาจจะพบพวกปอดบวม ไอกรน รึว่าวัณโรคก็ได้ (ช่วงนี้วัณโรคกำลังกลับเข้ามาระบาดในไทยพอดีเลยครับ)
3.โรคเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรังทั้งหลาย ค้นพบได้ด้วยการตรวจเสลดครับ
4.ยาประเภท ACE-I (คือ ยาอะไรก็ตามที่ลงท้ายด้วยคำว่า -pril) ปกติจะให้กับพวกโรคความดัน ยาพวกนี้ทำให้ไอได้ด้วย
5.บางคนไอจนติดนิสัย หรือชอบกระแอมก่อนพูดในวงสนทนา (tic cough) อาการพิลึกเหล่านี้ บางกรณีมีสาเหตุจากโรคทางประสาทที่มีชื่อเรียกทางการแพทย์ (ด้วยนะ) ว่า Tourrette's Syndrome (ทุเรศ ซินโดรม???)
************************************************
************************************************
เรื่องยุบยิบยามไอ
- Capsaicin ที่สร้างความเผ็ดในพริก โดยเฉพาะในพริกไทย สามารถกระตุ้นการไอในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด
- อาการไอเรื้อรัง สิ่งที่มักจะตามมาคือ อ้วก มึนหัว ตาแดง ฉี่เล็ด (ยังดีที่ข้าพเจ้ายังไม่บรรลุถึงขั้นนั้น)
- น้ำมะนาวชงกับน้ำอุ่น ยังคงเป็นพระเอกช่วยบรรเทาอาการไอแบบง่ายได้ แต่ถ้ามะนาวแพงนัก น้ำอุ่นชงกับเกลือก็ช่วยได้
- ยาแก้ไอ (น้ำดำ) หรือ linctus มีส่วนประกอบเป็นเหล้า ถ้าเด็กกินมากๆจะเมาได้
- ของรสจัด มันจัด แห้งจัด มักจะทำให้ไอมากขึ้น
- สมุนไพรแก้ไอนั้น สกัดจากทานตะวัน
ของแถม
มาชิมไปไอไปด้วยกันเถอะพี่น้อง...แต่ละอย่างกินแล้วไอจนลำโพงแตกทั้งน้าน~
(โอ้ยยยยยยย....ตรูละสงสัยจริงว่าทำไมไอไม่หายซะที)
หมายเหตุ : I ถ้าลืมเปลี่ยนภาษา มันจะเป็น "ณ" พอดีเลย...
..
ช่วงนี้ก็ไอเช่นกันค่ะ


ไอแบบทุเรศซินโดรม ก๊ากกก มีด้วย
ปล. แทคน่ารักนะเคอะ
#1 By ■ TamaRPG ■ on 2008-12-09 16:21