วาสนะเวศม์ :แหล่งพักพิง ยามชรา
posted on 09 Oct 2008 02:09 by mingninja in World-Societyนึกถึงเพลง : แบ่งปันรอยยิ้ม แต่ไม่อยากใส่แฮะ...
ก่อนเรียนจบ จากครั้งที่แล้วที่ผมไปสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท คราวนี้ ผมกับน้องๆคณะก็ได้ไปที่สถานพักฟื้นคนชรากันครับ
ถ้าไม่นับบ้านพักคนชรา (เช่น ที่บางเขน) ทายกันถูกมั้ยครับ ว่าทั่วประเทศมีสถานที่ที่สามารถพักฟื้น ฟื้นฟูบำบัดผู้สูงอายุและจัดสวัสดิการสังคมกี่แห่ง?
คำตอบคือ 2 แห่ง ครับ
แห่งแรกหลายท่านคงรู้จักกันดี คือ บ้านบางแค
อีกแห่งหนึ่ง คือ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคม ผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ครับ
คำว่า วาสนะเวศม์ หมายถึง ที่อยู่อาศัยของผู้มีบุญครับ สมเด็จพระสังฆราชโปรดประทานนามให้ โดยสมเด็จพระราชินีเสด็จเปิดเมื่อปี่ที่ผมเกิดพอดีเลย โอ๊ะ ประจวบเหมาะ... <<<จะไปอยู่เรอะ
โดยศูนย์พัฒนานี้ ตั้งอยู่ที่ อ.นครหลวง อยุธยา เนื้อที่ส่วนใหญ่อยู่กลางป่าสงบร่มรื่น มีทั้ง zone โรงนอนร่วมกัน (นึกถึงที่พักของทหารเกณฑ์) ใครมีเงินถุงก็บริจาคเพื่อขอพักอาศัยบ้านเดี่ยวหรือ Townhouse ได้ เป็นบ้านราคาสองแสนเสียรายเดือนเดือนละประมาณสองพัน...ว้าววว...น่าอยู่ใช่ มั้ยล่า...<<<เก็บเงินเองไว้เตรียมจ่ายสุดยิด...
อีกเรือนหนึ่งที่เราได้เข้าไปชม คือ เรือนคนหลงครับ ตรงนี้เราจะเห็นถึงทุกขสภาพของมนุษย์ ทั้งอาการอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ฟั่นเฟือน แผลกดทับ ฯลฯ ขออนุญาติไม่ลงรูปนะครับ
นักศึกษาที่เข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยกับคุณยาย มีมากกว่าคุณยายในบ้านพักซะอีก ก็เลยต้องจับคู่กันไปคุย
คุณยายนึกว่าผมเป็นผู้หญิง (อีกแล้ว) เกิดอารมณ์หมุ่ยนิดๆ...
คุณยายที่ผมสัมภาษณ์ นอกจากอุบัติเหตุหากล้มจนหลังโก่ง (คือ ความชราภาพมักนำมาซึ่งความลำบากที่ควรระวัง 5 ประการครับ คือ โรคประจำตัว โรคติดเชื้อ ภาวะนอนไม่หลับและหลงลืม การกลั้นอะไรต่อมิอะไรไม่อยู่ และการหกล้มครับ) เธอเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมากครับ สุขภาพจิตดี ดูแลตัวเองได้ดี ยกเว้นโภชนาการ เพราะโรงครัวที่นี่อาหารมันมากเกินไป = =" บางมื้อยายจึงต้องออกเงินเก็บไปซื้อเอง...เพื่อสุขภาพ (สุดยอดมากครับ อันนี้ประทับใจมากที่ยายดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขนาดนี้) ฉะนั้น เป็นหลักฐานยืนยันได้เลยว่าใครก็สุขภาพดีได้ ถ้าดูแลตัวเองเป็น
คุณยายจบอักษร จุฬา สุดยอดมากกกกกก... ออกแนวไฮโซด้วยซ้ำครับ ชอบดูสารคดีและข่าว แต่ปัญหาจากอุบัติเหตุนี่ทำให้ ไม่สามารถร่วมประกอบกิจกรรมกะคนอื่นได้ ทั้งออกกำลังกาย สวดมนต์ รวมกลุ่มทำงานอาชีพ ฯลฯ ก็เลยอยู่บ้านล้วนๆ
เกร็ดเปรี้ยวๆ สมัยสาวๆคุณยายเคยวิ่งหลบระเบิดสงครามโลกครั้งที่สองด้วยนะเออ...
หลังจากเสร็จการพูดคุยกับผู้สูงอายุ นักศึกษาก็มาทำกิจกรรมครับ
ที่เห็นกระโดดกันหยองแหยงนี่ ไม่ได้ชวนยายๆมาเล่นมอญซ่อนผ้านะครับ เป็นการรำวงมาตรฐาน (คนจัดก็คิดได้เนอะ) ตอนแรกเห็นประชุมกันว่าจะให้ประกวดดาวเดือนมั่งล่ะ ทำเก้าอี้ดนตรีมั่งหละ ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าได้ทำจริงๆจะเป็นยังไง
เสียงหลอนๆของน้องคนนี้เข้ากับเพลงสายลมเป็นอย่างดี ลำโพงแทบแตก ผมสงสัยว่ายายๆจะฟังรู้เรื่องไหม เพราะหูส่วนใหญ่จะรับคลื่นความถี่สูงไม่ได้จากวัยชราภาพ
จะ...จี่หอย !?!
เพราะชูวิทย์ คือชูวิทย์...เมื่อโดนกวนตีนก็ศอกกลับไป...ผลสุดท้ายจึงผิดหวัง ไม่แพ้ลีน่าจัง... ไก่กาได้ทุก ที~ อยู่ที่เรียนรู้วววววว์ อยู่ที่ยอมรับมันนนนนน~
เสร็จงานแล้ว เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ก็ร้องเพลงอวยพรให้ด้วยครับ ^^ ผมว่าเพราะกว่านักร้องน้องๆคณะอีก (ฮา)
ในภาพ หัวไฮไลท์ของนักศึกษา จะกลมกลืนไปกับเกศาหิมะของผู้เฒ่าครับ ...
ปัจจุบัน คนไทยทั้งชาติ มีคนชรา 10 กว่าเปอร์เซนต์ และถ้าเอาอายุคนทั้งชาติมาเฉลี่ย จะได้ราวๆสามสิบกว่าๆ ปี 2551 นโยบายสาธารณสุขจึงเน้น เรื่องผู้สูงอายุเป็นหลักครับ (สโลแกน "หอมกลิ่นลำดวน") นโยบายของรัฐก็จะไม่นำงบมาใช้จ่ายด้านบ้านพักคนชราเพิ่มครับ แต่สนับสนุนให้อยู่กับครอบครัว
เพราะคนชรา คือคนที่ผ่านชีวิตมาก่อน และรู้ว่าความผิดพลาดในอดีตเป็นเช่นไร
ดูแลพวกท่านให้ดีๆนะครับ
เอนทรีสร้างสรรค์สังคมต้องเอาขึ้น


ฝันไว้อย่างหรู แต่ไม่มีทุน
คิดว่าในรุ่นเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละที่จะมีปัญหา เพราะหลายคนไม่คิดมีลูกหลาน พอแก่ตัวอาจต้องพึ่งสถานที่แบบนี้ รวมทั้งตัวเองด้วย
#1 By pisces on 2008-10-09 02:16