อยู่ให้เป็น อมตะ ชั่วนิรันดร์
posted on 01 Oct 2008 12:46 by mingninja in Medicine-Studentท่านสามารถดาวโหลดเพลงฟังประกอบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้
Music : My Immortal
Artist : Evanescence
(หมายเหตุ : โปรดระวัง!!! ระดับความ Nerd 5 ดาว)
หลังจากเกริ่นนำมา 2 Entries สุดท้ายก็ได้เข้าเรื่องของ โ ก ร๊ ก อ ร์ โ ม น จริงๆซะทีนะครับ ^^'' (ใครยังไม่อ่านคลิกย้อนกลับไปอ่านไป๊ ชิ่วๆ) หลังจาก Entry ที่แล้ว ก็คงจะทราบถึงสาเหตุการแก่จริงๆไปคร่าวๆแล้ว วันนี้จะมาสรุปครับ ว่ามนุษย์เราได้ทำการทดลองวิธีชลอการแก่ได้ผลยังไงกันมาแล้วบ้าง...
(แวมไพร์ไม่นับ แต่เอารูปมาลงเพราะดูสวยอมตะดี)
เริ่มต้นจากวิธีเบสิคๆจากเมื่อวาน การตัดยีนส์ครับ<<<ไม่ใช่เอาไปทำกางเกงน่อ...
แม้ปัจจุบัน เรายังไม่พบ Gene ที่เป็นสาเหตุของความแก่ในมนุษย์ แต่เราพบ Gene มากมายที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหลายแหล่ รวมทั้งโรคอีกหลายโรค บาง Gene มีแล้วจะเสี่ยงต่อเบาหวาน บาง Gene เป็นความดัน บาง Gene ถ้าใครมีจะเป็นริดสีดวงง่ายขึ้น ฯลฯ
คำถามที่ตามมาคือ ทำไมเราไม่ทำลาย Gene เหล่านั้นทิ้งไปเสียล่ะ ถ้าคนไม่เป็นโรคซะ ก็อายุยืนได้แล้ว?
ในการตัด Gene ที่ไม่ต้องการในสิ่งมีชีวิตทิ้ง ถ้าไม่ทำตั้งแต่ระยะตัวอ่อนหรือเซลล์เพาะ เราสามารถ "สร้าง" ไวรัสที่มีต้นแบบจำเพาะ เข้าไปแทรก Gene ที่ต้องการลงไปใน Cell หรือตัด Gene เสียทิ้งไป เพราะการติดเชื้อไวรัสนั้นจะติดต่อแพร่พันธุ์ใน Cell เสมอ
แต่ไวรัสนั้น ขึ้นชื่อเรื่องกลายพันธุ์ครับ ทั้ง Brontok.A, iexp1ore.exe, IISDLL.dll.vbs...<<<นั่นมันไวรัสคอมค่ะคุณ ฉะนั้น ถ้าจู่ๆมันไปตัด Gene ดีๆออกไปล่ะ? ถ้ามันควบคุมไม่ได้ล่ะ? ถ้ามันติดต่อไปยังคนที่ไม่ต้องการล่ะ?
(28 Months Later : คลิปตัดต่อจากหนังเกี่ยวกับแพร่กระจายของไวรัส...โอเค อย่างน้อยก็มี Cloverfield เกินมาอีกเรื่อง)
ดังนั้น การใช้ไวรัสนั้นอันตราย ควบคุมลำบาก แถมมีผลกับ Gene (ที่มีผลต่อทั้งร่างกายมนุษย์เลยนะ) ปัจจุบันนี้ยังไม่คืบหน้าไปมากกว่าระดับแมลงเลยครับผม... แต่ผลที่ได้ก็น่าพอใจ อย่างน้อยมันก็ยืดอายุพยาธิตัวกลมจาก 80 วันเป็น 120 วันได้หละนะ...
==================================================
มาถึงพระเอกของเรื่อง นั่นคือ โ ก ร๊ ก อ ร์ โ ม น ก่อนแก่ ครับ (เอามาแปะอีกรอบ จากบล็อกพี่เอ็ดดี้เช่นเดิม)
==================================================
เรื่องของการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นให้ชีวากลับมาชุ่มชื่นอีกรอบ เป็นเรื่องที่ศึกษาและทำกันมานานแล้วครับ เช่น ฮอร์โมนเพศ ในผู้หญิงที่ดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ จะได้รับ Phytoestrogen ทดแทนเมนส์ที่ขาดหาย ทำให้ไม่เกิดอาการเกรี้ยวกราดในวัยทองจากการขาด Estrogen
นอกจากตัวอย่างข้างต้น ก็มีฮอร์โมนอีกหลายตัวที่พิจารณาเอามาให้เืพื่อชดเชยการขาดหายหลังวัยทอง เช่น Progesterone (สตรีหมดเมนส์), Testosterone, DHEA (สองตัวนี้ใช้กับผู้ชายครับ), Melatonin (ช่วยให้นอนหลับ) รวมไปถึง Growth Hormone ด้วย
ข้อจำกัดของวิธีฮอร์โมนเหล่านี้ ทุกตัวมีลักษณะคล้ายๆกันครับ คือมันไปส่งผลต่อระบบอื่นด้วย
แถมไปกระตุ้นการเติบโตของพวกอวัยวะที่ควรจะหยุดโตไปแล้ว ผลก็คือมะเร็งครับ
อย่าง Estrogen เอง ถ้ากินยาคุมพร่ำเพรื่อ
ก็จะทำให้หลอดเลือดอุดตันจากเลือดแข็งตัวได้ ถ้ามี Progesterone
ก็เพิ่มการเป็นมะเร็งเต้านม หรือ Testosterone
ก็ก่อมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย เป็นต้นฉะนั้น จะกินก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้
อย่างเช่นผู้ชายไข่เล็ก หรือผู้หญิงไร้มดลูก เป็นต้น
เกี่ยวกับ Growth Hormone ลองหาข้อมูลได้เป็นเปเปอร์มาเยอะทีเดียว...ถ้าสนใจคลิกตามไปดาวน์โหลดรายละเอียดอ่านได้ครับ
- กลุ่มฮอร์โมนต่างๆที่ใช้รักษากันจริงๆ (แบบไม่รู้จะรักษาด้วยวิธีไหนแล้ว) มี GH ด้วยนะ
- การทดลองในสัตว์ ภาคแรก ภาคสอง ถ้าขาดไปน่ะมีผล แต่ถ้ามีเกินก็ใช่ว่้าจะดี
- ข้อดีข้อเสียเป็นไงมั่ง แล้วมันน่าใช้จริงรึ เดี๋ยวค่อยสรุปทีหลังครับ
- การทดสอบในการออกกำลังกาย และการทดสอบในระบบหลอดเลือด
- เอามาใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้นะเคอะั ผิดกฏหมาย
ใช้จริงคือ ใช้ในผู้ชายหลังวัยทองไปแล้ว (ผู้ชายก็มีวัยทองนะครับ = Andropause) เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อกับกระดูกจากการกระตุ้นการสร้างโปรตีนของมันครับ แต่จะใช้ในกรณีของผู้ที่พบว่ามีการขาดไปของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองนี่เท่านั้น = w = ชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็นออกมาตามแผงลอยตลาดนัด
ผลเสียคือ จะมีการปวดข้อ บวมน้ำ แล้วก็เพิ่มความเสี่ยงให้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแบบแพร่กระจายได้อีก
การทดลองในต่างประเทศ ล่าสุดคือ ฉีด GH วันละสองรอบ ค่ายาก็หมดไปเป็นพันดอลลาร์ต่อเดือน ผลที่ได้คือมะเร็งแถมมาอีกบานตะไท
==================================================
ถ้าเปรียบเทียบร่างกายเป็นคอมพิวเตอร์ เมื่อมีบางส่วนพัง ก็น่าจะสามารถชดเชยส่วนที่สึกหรอ... หัวใจก็ใส่ลิ้นเทียม ไตก็ต่อฟอกไตออกไปข้างนอกได้ ของปลอมส่วนใหญ่ก็หาได้ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว (ฮั่นแน่...คิดลึกอ่ะดิ) กล้ามเนื้อไม่ต้องใช้ ช่างมัน ต่อแขนกลคนแปรธาตุเอาก็ได้ฟระ...
เราสามารถ Cyborg เปลี่ยนอวัยวะไปได้ถึงเมื่อไหร่?
อวัยวะทั้งแท้และเทียมที่ไม่ได้อยู่กับเรามาแต่เกิด ร่างกายนับเป็น "สิ่งแปลกปลอม" หมด และจะพยายามทำลายด้วยซ้ำ ผลคือ ต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน มีสภาพภูมิคุ้มกันต่ำคล้ายคนเป็นเอดส์ไปตลอดชีวิต
ในความเป็นจริง อย่างน้อยระบบสำคัญตัวหนึ่งที่เราไม่เคยคิดค้นให้ทัดเทียมสิ่งที่พระเจ้าวิวัฒนาการรังสรรค์ได้เลย คือสมองและประสาทสัมผัสครับ
ลองคิดดูว่า สามารถประดิษฐ์การแยกแยะกลิ่นได้ไหม? แยกแยะรสชาติได้ไหม?
ใช้เวลาประมวลผลนานเท่าไหร่? ความจำสูงสุดเท่าไหร่ื ความเร็วเท่าไหร่?
การยิ้มที่ใช้กล้ามเนื้อเป็นร้อยมัดจะซับซ้อนขนาดไหน?
ลองเขียนโปรแกรมให้ซับซ้อนอีกนิด เช่น เล่นเปียโน เย็บผ้า มี
sex...(แต่ละอันนี่เป็นตัวอย่างการใช้ประสาทสัมผัสหลายด้านครับ
เอ่อ...ขอออกตัวว่าตัวอย่างพวกนี้เอามาจากเอกสารนะฮะ)
เพราะฉะนั้น เรายืดอายุจากอวัยวะรึเซลล์อื่นๆไปได้ แต่ระบบสั่งการประมวลผลประสาทและสมองก็จะเจ๊งไปตามกาลเวลา นั่นคือ ยืดไปจนเป็นอมตะไม่ได้แน่นอนครับ
ถ้าจะสร้างสมองและระบบประสาทไฟฟ้าจริงเพื่อประกอบเป็นมนุษย์ล่ะก็ สามารถคำนวณได้ว่า โมเดลที่ได้จะมีขนาดประมาณหุ่นรบใน Transformer แถมด้วยสายใยระโยงระยางบานเบอะทีเดียวหละครับ หัวกับมือต้องใหญ่มโหฬารจากประสาทสัมผัส ลืมเจ๊ชาช่ามารุกับโชบิทสาวน้อยในตำนานไปได้เลย
==================================================
ในเมื่อกินยารึว่าฉีดฮอร์โมนไม่ได้ ถ้าเราใช้โภชนาการแทนล่ะ?
ถ้ายังจำเรื่อง Free Radical ในบทความเมื่อวานได้ พวกพืชผักทั้งหลายจะเป็นตัวช่วยกำจัดมันได้ครับ รวมถึงสมุนไพรไทยมากมายที่ผมไปช่วยเค้าทำวิจัยอยู่ (ฮริ้วววว...เห่อจริงๆ)
มีคนคิดค้นสูตรอาหารอายุวัฒนะด้วย นั่นคือ กินแบบไม่ตามใจปาก กินผักผลไม้เท่านั้น และกินเพียงครึ่งเดียวของพลังงานที่ควรได้รับ ประกอบกับออกกำลังกายทุกวัน (มื้อเย็นกินแต่แอปเปิ้ลลูกเดียว คิดดู)
จะลองกินมังสวิรัติไปตลอดชีวิตก็ได้นะครับ ได้ทั้งฮอร์โมนจากถั่วเหลือง แถมเข้ากับสูตรอาหารอายุยืนได้ (กรุณาอย่าใส่น้ำมันมากเหมือนลงแว็กซ์ขัดพื้น ไม่งั้นจะม่องเร็วกว่าเดิม)
(Gatzu Bean ถั่วอายุวัฒนะจากดรากอนบอล ภาพจาก Gatkung@Exteen)
ผลคือ ชายคนที่คิดค้นนี่ อายุสี่สิบกว่า แต่ตรวจร่างกายได้ระดับอายุประมาณ 30 เท่านั้นเอง ข้อเสียอย่างร้ายกาจของวิธีนี้คือ ร่างกายเบาโหวงพร้อมกับกระดูกที่บางจนแทบจะเปราะแตกได้ตลอดเวลา ได้อย่างก็เสียอย่าง แต่เสียแบบนี้ รู้สึกว่าไม่น่าจะผ่านเท่าไหร่ - -"
==================================================
สุดท้ายคือเรื่องของใช้พลังงานครับ เราต้องประหยัดพลังงาน นอกจากโรคแก่แล้ว ยังป้องกันโลกร้อนได้ด้วย...<<<ไม่เกี่ยวน่อ
เรารู้ว่า ออกซิเจน ทำให้ไฟติด
เรารู้ว่า ออกซิเจน เป็นตัวเริ่มต้นก่อปฏิกริยาเคมี
เรารู้ว่า ออกซิเจน เป็นตัวจุดระเบิด
ฉะนั้น ออกซิเจนนี่แหละครับ ที่ทำให้เราแก่ลง!!!!
ถ้าใช้ออกซิเจนเยอะ ก็จะเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาโชกโชน เขม่ามหาศาล
จึงเป็นเรื่องน่าแปลก ที่เราจำเป็นต้องอยู่และอาศัยในบรรยากาศที่รายล้อมด้วยสารพิษที่ทำให้เราแก่ ลงทุกวันๆ และจำเป็นต้องหายใจเอามันเข้าไปอีกด้วย!!!
แต่ถ้าหัวใจเต้นเร็ว ก็ต้องหายใจมากขึ้น หัวใจจะเต้นเร็วก็เนื่องมาจาก ความเครียด มลพิษ บุหรี่ ความโกรธ กาแฟ บลาบลาบลา รวมไปถึงการออกกำลังอีกตะหาก
ก็แปลว่า ถ้างั้นก็อย่าออกกำลังกายงั้นรึ ?
การออกกำลังกาย คือการฝึกให้กล้ามเนื้อใช้ออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพครับ จึงให้ผลต่างจากปัจจัยอื่นๆ แทนที่จะต้องสูดลมจนซี่โครงบาน ก็ลดระดับเป็นหายใจแผ่วๆที่ซอกคอ...<<<ไม่ใช่ละ
อีกวิธีหนึ่ง ก็คือนั่งสมาธิครับ
ถ้านั้งสมาธิเป็นประจำ ลมปราณก็จะสม่ำเสมอไม่แปรปรวน อัตราการหายใจช้าลง หัวใจเต้นปกติสม่ำเสมอ เคยมีบันทึกในกินเนสต์บุคไว้แล้วว่า พระในธิเบตลดระดับการหายใจเหลือแค่ 6 ครั้งต่อนาที - -" คงอายุนานประมาณผู้เฒ่าเต่าเลยละมั้ง
(ผู้เฒ่าเต่า จาก rije@exteen)
==================================================
เพราะความเกิดแก่เจ็บตาย ล้วนเป็นไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ อนิจจัง วัฏสังขารา
การหาสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ธรรมชาติมาฝืนความแก่ไป ความหนุ่มสาวที่ได้มาก็ไม่คงที่ (ความดีสิคงทน) กิจวัตรประจำวันของคนนี่แหละ ช่วยได้ดีที่สุด ว่าแต่ เราจะมีอายุยืนไปทำไม ถ้าเวลาที่เกินมานั้นอยู่อย่างไม่มีคุณค่า ไร้ความสุข หรือเป็นชีวิตที่ขาดคุณภาพ?
อืม ไปๆมาๆ จบแนวธรรมะซะได้
อ่านยากเกินก็บอกกันได้นะครับ - -" เพราะเนื้อหาอัดหนักจริงๆวันนี้ (เอาเอกสารบานตะไทมาสรุป จริงๆเสียเวลากับรูปมากกว่านะ - -")
ของแถม : สมอง เป็นอวัยวะที่สะสมความแก่ได้มากที่สุด เพราะไม่มีการสร้างทดแทน ยิ่งคิดมากยิ่งแก่เร็ว
ฉะนั้น หลังเราเรียนจบ ต้องรีบหางานทำ OTZ!!! (จากการสอบเมื่อวาน ทำเอาผมแก่ลงไปหลายวัน - -" แต่ทำงานอาจจะเครียดกว่าเรียนแฮะ...)


ผมเคยเล่นจนเคลียร์แล้วนา...
ตัวสุดท้าย โคตรถึก + น่ากลัวเลย
ว่าแต่...ท่านหมอ จะต่อนิติฯ ด้วยเร้อ...
หัวระเบิดตายกันพอดี...
#1 By ซับบาธ... on 2008-10-01 13:15