ท่านสามารถดาวโหลดเพลงฟังประกอบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้

  

Music : My Immortal
Artist : Evanescence

(หมายเหตุ : โปรดระวัง!!! ระดับความ Nerd 5 ดาว)

 

หลังจากเกริ่นนำมา 2 Entries สุดท้ายก็ได้เข้าเรื่องของ โ ก ร๊ ก อ ร์ โ ม น จริงๆซะทีนะครับ ^^'' (ใครยังไม่อ่านคลิกย้อนกลับไปอ่านไป๊ ชิ่วๆ) หลังจาก Entry ที่แล้ว ก็คงจะทราบถึงสาเหตุการแก่จริงๆไปคร่าวๆแล้ว วันนี้จะมาสรุปครับ ว่ามนุษย์เราได้ทำการทดลองวิธีชลอการแก่ได้ผลยังไงกันมาแล้วบ้าง...


(แวมไพร์ไม่นับ แต่เอารูปมาลงเพราะดูสวยอมตะดี)

 

เริ่มต้นจากวิธีเบสิคๆจากเมื่อวาน การตัดยีนส์ครับ<<<ไม่ใช่เอาไปทำกางเกงน่อ...

แม้ปัจจุบัน เรายังไม่พบ Gene ที่เป็นสาเหตุของความแก่ในมนุษย์ แต่เราพบ Gene มากมายที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งหลายแหล่ รวมทั้งโรคอีกหลายโรค บาง Gene มีแล้วจะเสี่ยงต่อเบาหวาน บาง Gene เป็นความดัน บาง Gene ถ้าใครมีจะเป็นริดสีดวงง่ายขึ้น ฯลฯ

คำถามที่ตามมาคือ ทำไมเราไม่ทำลาย Gene เหล่านั้นทิ้งไปเสียล่ะ ถ้าคนไม่เป็นโรคซะ ก็อายุยืนได้แล้ว?

ในการตัด Gene ที่ไม่ต้องการในสิ่งมีชีวิตทิ้ง ถ้าไม่ทำตั้งแต่ระยะตัวอ่อนหรือเซลล์เพาะ เราสามารถ "สร้าง" ไวรัสที่มีต้นแบบจำเพาะ เข้าไปแทรก Gene ที่ต้องการลงไปใน Cell หรือตัด Gene เสียทิ้งไป เพราะการติดเชื้อไวรัสนั้นจะติดต่อแพร่พันธุ์ใน Cell เสมอ

 แต่ไวรัสนั้น ขึ้นชื่อเรื่องกลายพันธุ์ครับ ทั้ง Brontok.A, iexp1ore.exe, IISDLL.dll.vbs...<<<นั่นมันไวรัสคอมค่ะคุณ ฉะนั้น ถ้าจู่ๆมันไปตัด Gene ดีๆออกไปล่ะ? ถ้ามันควบคุมไม่ได้ล่ะ? ถ้ามันติดต่อไปยังคนที่ไม่ต้องการล่ะ?

 

 

(28 Months Later : คลิปตัดต่อจากหนังเกี่ยวกับแพร่กระจายของไวรัส...โอเค อย่างน้อยก็มี Cloverfield เกินมาอีกเรื่อง)

 

ดังนั้น การใช้ไวรัสนั้นอันตราย ควบคุมลำบาก แถมมีผลกับ Gene (ที่มีผลต่อทั้งร่างกายมนุษย์เลยนะ) ปัจจุบันนี้ยังไม่คืบหน้าไปมากกว่าระดับแมลงเลยครับผม... แต่ผลที่ได้ก็น่าพอใจ อย่างน้อยมันก็ยืดอายุพยาธิตัวกลมจาก 80 วันเป็น 120 วันได้หละนะ...

==================================================

มาถึงพระเอกของเรื่อง นั่นคือ โ ก ร๊ ก อ ร์ โ ม น ก่อนแก่ ครับ (เอามาแปะอีกรอบ จากบล็อกพี่เอ็ดดี้เช่นเดิม)

 

  http://watchi.exteen.com/images/grho/g11.jpg

================================================== 

เรื่องของการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นให้ชีวากลับมาชุ่มชื่นอีกรอบ เป็นเรื่องที่ศึกษาและทำกันมานานแล้วครับ เช่น ฮอร์โมนเพศ ในผู้หญิงที่ดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ จะได้รับ Phytoestrogen ทดแทนเมนส์ที่ขาดหาย ทำให้ไม่เกิดอาการเกรี้ยวกราดในวัยทองจากการขาด Estrogen

 

นอกจากตัวอย่างข้างต้น ก็มีฮอร์โมนอีกหลายตัวที่พิจารณาเอามาให้เืพื่อชดเชยการขาดหายหลังวัยทอง เช่น Progesterone (สตรีหมดเมนส์), Testosterone, DHEA (สองตัวนี้ใช้กับผู้ชายครับ), Melatonin (ช่วยให้นอนหลับ) รวมไปถึง Growth Hormone ด้วย

ข้อจำกัดของวิธีฮอร์โมนเหล่านี้ ทุกตัวมีลักษณะคล้ายๆกันครับ คือมันไปส่งผลต่อระบบอื่นด้วย แถมไปกระตุ้นการเติบโตของพวกอวัยวะที่ควรจะหยุดโตไปแล้ว ผลก็คือมะเร็งครับ อย่าง Estrogen เอง ถ้ากินยาคุมพร่ำเพรื่อ ก็จะทำให้หลอดเลือดอุดตันจากเลือดแข็งตัวได้ ถ้ามี Progesterone ก็เพิ่มการเป็นมะเร็งเต้านม หรือ Testosterone ก็ก่อมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย เป็นต้นฉะนั้น จะกินก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ อย่างเช่นผู้ชายไข่เล็ก หรือผู้หญิงไร้มดลูก เป็นต้น

เกี่ยวกับ Growth Hormone ลองหาข้อมูลได้เป็นเปเปอร์มาเยอะทีเดียว...ถ้าสนใจคลิกตามไปดาวน์โหลดรายละเอียดอ่านได้ครับ

 ใช้จริงคือ ใช้ในผู้ชายหลังวัยทองไปแล้ว (ผู้ชายก็มีวัยทองนะครับ = Andropause) เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อกับกระดูกจากการกระตุ้นการสร้างโปรตีนของมันครับ แต่จะใช้ในกรณีของผู้ที่พบว่ามีการขาดไปของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองนี่เท่านั้น = w = ชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็นออกมาตามแผงลอยตลาดนัด

ผลเสียคือ จะมีการปวดข้อ บวมน้ำ แล้วก็เพิ่มความเสี่ยงให้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแบบแพร่กระจายได้อีก

การทดลองในต่างประเทศ ล่าสุดคือ ฉีด GH วันละสองรอบ ค่ายาก็หมดไปเป็นพันดอลลาร์ต่อเดือน ผลที่ได้คือมะเร็งแถมมาอีกบานตะไท

 ==================================================

ถ้าเปรียบเทียบร่างกายเป็นคอมพิวเตอร์ เมื่อมีบางส่วนพัง ก็น่าจะสามารถชดเชยส่วนที่สึกหรอ... หัวใจก็ใส่ลิ้นเทียม ไตก็ต่อฟอกไตออกไปข้างนอกได้ ของปลอมส่วนใหญ่ก็หาได้ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว (ฮั่นแน่...คิดลึกอ่ะดิ) กล้ามเนื้อไม่ต้องใช้ ช่างมัน ต่อแขนกลคนแปรธาตุเอาก็ได้ฟระ...

http://img505.imageshack.us/img505/3990/11330379572yt3.jpg

 

เราสามารถ Cyborg เปลี่ยนอวัยวะไปได้ถึงเมื่อไหร่?

อวัยวะทั้งแท้และเทียมที่ไม่ได้อยู่กับเรามาแต่เกิด ร่างกายนับเป็น "สิ่งแปลกปลอม" หมด และจะพยายามทำลายด้วยซ้ำ ผลคือ ต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน มีสภาพภูมิคุ้มกันต่ำคล้ายคนเป็นเอดส์ไปตลอดชีวิต

ในความเป็นจริง อย่างน้อยระบบสำคัญตัวหนึ่งที่เราไม่เคยคิดค้นให้ทัดเทียมสิ่งที่พระเจ้าวิวัฒนาการรังสรรค์ได้เลย คือสมองและประสาทสัมผัสครับ ลองคิดดูว่า สามารถประดิษฐ์การแยกแยะกลิ่นได้ไหม? แยกแยะรสชาติได้ไหม? ใช้เวลาประมวลผลนานเท่าไหร่? ความจำสูงสุดเท่าไหร่ื ความเร็วเท่าไหร่? การยิ้มที่ใช้กล้ามเนื้อเป็นร้อยมัดจะซับซ้อนขนาดไหน? ลองเขียนโปรแกรมให้ซับซ้อนอีกนิด เช่น เล่นเปียโน เย็บผ้า มี sex...(แต่ละอันนี่เป็นตัวอย่างการใช้ประสาทสัมผัสหลายด้านครับ เอ่อ...ขอออกตัวว่าตัวอย่างพวกนี้เอามาจากเอกสารนะฮะ)

เพราะฉะนั้น เรายืดอายุจากอวัยวะรึเซลล์อื่นๆไปได้ แต่ระบบสั่งการประมวลผลประสาทและสมองก็จะเจ๊งไปตามกาลเวลา นั่นคือ ยืดไปจนเป็นอมตะไม่ได้แน่นอนครับ

ถ้าจะสร้างสมองและระบบประสาทไฟฟ้าจริงเพื่อประกอบเป็นมนุษย์ล่ะก็ สามารถคำนวณได้ว่า โมเดลที่ได้จะมีขนาดประมาณหุ่นรบใน Transformer แถมด้วยสายใยระโยงระยางบานเบอะทีเดียวหละครับ หัวกับมือต้องใหญ่มโหฬารจากประสาทสัมผัส ลืมเจ๊ชาช่ามารุกับโชบิทสาวน้อยในตำนานไปได้เลย


================================================== 

ในเมื่อกินยารึว่าฉีดฮอร์โมนไม่ได้ ถ้าเราใช้โภชนาการแทนล่ะ?

ถ้ายังจำเรื่อง Free Radical ในบทความเมื่อวานได้ พวกพืชผักทั้งหลายจะเป็นตัวช่วยกำจัดมันได้ครับ รวมถึงสมุนไพรไทยมากมายที่ผมไปช่วยเค้าทำวิจัยอยู่ (ฮริ้วววว...เห่อจริงๆ)

มีคนคิดค้นสูตรอาหารอายุวัฒนะด้วย นั่นคือ กินแบบไม่ตามใจปาก กินผักผลไม้เท่านั้น และกินเพียงครึ่งเดียวของพลังงานที่ควรได้รับ ประกอบกับออกกำลังกายทุกวัน (มื้อเย็นกินแต่แอปเปิ้ลลูกเดียว คิดดู)

จะลองกินมังสวิรัติไปตลอดชีวิตก็ได้นะครับ ได้ทั้งฮอร์โมนจากถั่วเหลือง แถมเข้ากับสูตรอาหารอายุยืนได้ (กรุณาอย่าใส่น้ำมันมากเหมือนลงแว็กซ์ขัดพื้น ไม่งั้นจะม่องเร็วกว่าเดิม)

http://media.comicvine.com/uploads/1/14288/330197-81816-senzu-beans_large.jpg

(Gatzu Bean ถั่วอายุวัฒนะจากดรากอนบอล ภาพจาก Gatkung@Exteen)

 

ผลคือ ชายคนที่คิดค้นนี่ อายุสี่สิบกว่า แต่ตรวจร่างกายได้ระดับอายุประมาณ 30 เท่านั้นเอง ข้อเสียอย่างร้ายกาจของวิธีนี้คือ ร่างกายเบาโหวงพร้อมกับกระดูกที่บางจนแทบจะเปราะแตกได้ตลอดเวลา  ได้อย่างก็เสียอย่าง แต่เสียแบบนี้ รู้สึกว่าไม่น่าจะผ่านเท่าไหร่ - -"

==================================================

สุดท้ายคือเรื่องของใช้พลังงานครับ เราต้องประหยัดพลังงาน นอกจากโรคแก่แล้ว ยังป้องกันโลกร้อนได้ด้วย...<<<ไม่เกี่ยวน่อ

เรารู้ว่า ออกซิเจน ทำให้ไฟติด

เรารู้ว่า ออกซิเจน เป็นตัวเริ่มต้นก่อปฏิกริยาเคมี

เรารู้ว่า ออกซิเจน เป็นตัวจุดระเบิด

ฉะนั้น ออกซิเจนนี่แหละครับ ที่ทำให้เราแก่ลง!!!!

 

ถ้าใช้ออกซิเจนเยอะ ก็จะเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาโชกโชน เขม่ามหาศาล

จึงเป็นเรื่องน่าแปลก ที่เราจำเป็นต้องอยู่และอาศัยในบรรยากาศที่รายล้อมด้วยสารพิษที่ทำให้เราแก่ ลงทุกวันๆ และจำเป็นต้องหายใจเอามันเข้าไปอีกด้วย!!!

แต่ถ้าหัวใจเต้นเร็ว ก็ต้องหายใจมากขึ้น หัวใจจะเต้นเร็วก็เนื่องมาจาก ความเครียด มลพิษ บุหรี่ ความโกรธ กาแฟ บลาบลาบลา รวมไปถึงการออกกำลังอีกตะหาก

ก็แปลว่า ถ้างั้นก็อย่าออกกำลังกายงั้นรึ ?

การออกกำลังกาย คือการฝึกให้กล้ามเนื้อใช้ออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพครับ จึงให้ผลต่างจากปัจจัยอื่นๆ แทนที่จะต้องสูดลมจนซี่โครงบาน ก็ลดระดับเป็นหายใจแผ่วๆที่ซอกคอ...<<<ไม่ใช่ละ

อีกวิธีหนึ่ง ก็คือนั่งสมาธิครับ

ถ้านั้งสมาธิเป็นประจำ ลมปราณก็จะสม่ำเสมอไม่แปรปรวน อัตราการหายใจช้าลง หัวใจเต้นปกติสม่ำเสมอ เคยมีบันทึกในกินเนสต์บุคไว้แล้วว่า พระในธิเบตลดระดับการหายใจเหลือแค่ 6 ครั้งต่อนาที - -" คงอายุนานประมาณผู้เฒ่าเต่าเลยละมั้ง

http://img184.imageshack.us/img184/811/jt32hx0.jpg

(ผู้เฒ่าเต่า จาก rije@exteen)

================================================== 

 เพราะความเกิดแก่เจ็บตาย ล้วนเป็นไปตามวัฏจักรของธรรมชาติ อนิจจัง วัฏสังขารา 

การหาสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ธรรมชาติมาฝืนความแก่ไป ความหนุ่มสาวที่ได้มาก็ไม่คงที่ (ความดีสิคงทน) กิจวัตรประจำวันของคนนี่แหละ ช่วยได้ดีที่สุด ว่าแต่ เราจะมีอายุยืนไปทำไม ถ้าเวลาที่เกินมานั้นอยู่อย่างไม่มีคุณค่า ไร้ความสุข หรือเป็นชีวิตที่ขาดคุณภาพ?

อืม ไปๆมาๆ จบแนวธรรมะซะได้

อ่านยากเกินก็บอกกันได้นะครับ - -" เพราะเนื้อหาอัดหนักจริงๆวันนี้ (เอาเอกสารบานตะไทมาสรุป จริงๆเสียเวลากับรูปมากกว่านะ - -")

ของแถม : สมอง เป็นอวัยวะที่สะสมความแก่ได้มากที่สุด เพราะไม่มีการสร้างทดแทน ยิ่งคิดมากยิ่งแก่เร็ว

ฉะนั้น หลังเราเรียนจบ ต้องรีบหางานทำ OTZ!!! (จากการสอบเมื่อวาน ทำเอาผมแก่ลงไปหลายวัน - -" แต่ทำงานอาจจะเครียดกว่าเรียนแฮะ...)

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เกมตบเนี่ย
ผมเคยเล่นจนเคลียร์แล้วนา...
ตัวสุดท้าย โคตรถึก + น่ากลัวเลย

ว่าแต่...ท่านหมอ จะต่อนิติฯ ด้วยเร้อ...
หัวระเบิดตายกันพอดี...

#1 By ซับบาธ... on 2008-10-01 13:15

เสียดาย ถ้าไม่ได้เป็นมะเร็งตายเพราะกร๊วกฮอร์โมน confused smile

#2 By chubby on 2008-10-01 13:28

ผมว่านะ เราไปหาถั่วเซียนมากินกันดีกว่า~!open-mounthed smile

/me เผ่น!!

#3 By UnknowPerson on 2008-10-01 13:35

เรียนเอาไว้เยอะๆหล่ะดีแล้ว 5555

จะยังไงก็ตายเหมือนกัน เฮ้อ

ถึงตัวแก่แต่ใจยังเด็กซะอย่าง ฮริ้ววว

ป.ล.ถ้าเจอกันในงานซีพีขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระทึกด้วยนะจ๊ะ 555
สมองหมดแร้นconfused smile

#5 By V@R on 2008-10-01 14:04

Hot! Hot! เขียนโดนใจ มารับดาวHot! Hot!

#6 By (^_^)/nana on 2008-10-01 14:08

เกมตบนั่น เล่นไม่เคยชนะเลยอ่ะ
อีตัวหง่อม ๆ มันร้ายนัก

#7 By pisces on 2008-10-01 14:20

เสริม ๆ เคยนึกอยากเรียนนิติฯมานานแล้วว่าจะไปลงรามฯ ไม่ก็สุโขทัยฯ แต่ตอนนี้เอาป.โทให้รอดก็ลำบากแล้ว

#8 By pisces on 2008-10-01 14:22

ชอบการสรุปท่อนนี้มากๆเลยครับ

การหาสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ธรรมชาติมาฝืนความแก่ไป ความหนุ่มสาวที่ได้มาก็ไม่คงที่ (ความดีสิคงทน) กิจวัตรประจำวันของคนนี่แหละ ช่วยได้ดีที่สุด ว่าแต่ เราจะมีอายุยืนไปทำไม ถ้าเวลาที่เกินมานั้นอยู่อย่างไม่มีคุณค่า ไร้ความสุข หรือเป็นชีวิตที่ขาดคุณภาพ?

Hot! Hot! Hot!

#9 By SkyKiD on 2008-10-01 14:33

เหอๆ เปรียบเทียบได้ดีค่ะ
Rose & Carmelia ชะมะ ชื่อเกม จำมะได้ -..-

จะแก่ไม่แก่ ก็ตายได้ทั้งนั้น
เบียก็รอวันตายอย่างเดียวดีก่า -..-

#10 By Aelita~[-X-]~ on 2008-10-01 14:40


รู้ไว้ก็มีประโยชน์นะครับเนี่ยะ..

กลับบ้านผมจะไปฝึกลมหายใจมั่ง..ไม่เอาขนาดพระธิเบตครับ เอาแค่ 10 ครั้ง/นาทีก็พอ..sad smile

#11 By :: KinG MoJi :: on 2008-10-01 14:46

ไอ้เกมตบนั่นเคยเล่นล่ะ ชนะหลายรอบ ฮริ้ววว open-mounthed smile

#12 By xViStA on 2008-10-01 14:55

ใช้กรํวกฮอร์โมน :P
Rose & Carmelia ออกภาคสองมานานแล้วนะเออ... มีคนเขียนสูตรไว้ด้วยล่ะน่อ ลองเสิร์ชใน Exteen ดูสิ

ไม่อยากเรียนแล้วฮะ ช่วงนี้ เรียน=เสียเงิน งาน=เงิน ยังไงก็ลองทำดูก่อนหละ

สรุปว่า เรื่องกร๊วกฮอร์โมน ใช่ได้เด้อนางเด้อ... (แต่...)

#14 By on 2008-10-01 15:29

ตอนนี้พยายามคิดให้น้อยๆจะได้ลดวัย...อิอิ
อ่านแล้วเพลินดีค่ะ แน่นด้วย

#15 By ยายแม่บ้าน on 2008-10-01 15:54

รูปประกอบนี่ได้ใจจริงๆ cry

#16 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-01 17:04

เคยอ่านจอดโหกระทะเหล็ก

อาหารบำรุงร่างกาย

ส่วนไหนของร่างกายอ่อนแอให้กินส่วนนั้นแทน

ตับแข็งกินตับหวาน

กระเพาะไม่ดีกินกระเพาะหมู

จริงหรือเปล่า

#17 By WhiteMapleS on 2008-10-01 17:15

อ่านสนุกดีนะครับHot!

#18 By N.P on 2008-10-01 18:41

เรียนเท่านี้ยังไม่พอ ต้องไปเรียนนิติต่อ คริคริ

เกมส์ตบนั่น.. เล่นยากชิบเป๋ง

#19 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-10-01 19:07

เกมตบนั่น

#20 By iDoi* on 2008-10-01 19:56

คอนเซปต์โดยรวมของซีรีย์เอนทรีโกร๊กนี้...น่าสนใจมาก ยกประเด็นได้น่าติดตาม และน่าคิดดีครับ confused smile

ให้คะแนนโบนัส กับภาพประกอบฮาๆด้วย

เอาไปเล้ย ดรากอนบอล !!

Hot!

#21 By Zieghart on 2008-10-01 20:08

ตามอ่านเหนื่อยเลยล่ะหมอ เฮ้อ

#22 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-10-01 20:29

55555555 โอ้ย ขำแล้วเผลอกันลิ้นตัวเอง แง

#23 By HineyHelsinki on 2008-10-01 20:36

Shards of Alara!!! เล่นเมจิคนี่เอง

แล้วเรื่อง Stem cell ที่เขาว่ากันว่าสามารถทำให้เราสร้างอะไรึ้นมาทดแทนก็ได้ละครับคุณหมอ

Hot! Hot! ยังไงก็เอาดาวไปก่อน

#24 By Repentant on 2008-10-01 20:52

เรื่อง oxygen สนุกสุดละ

#25 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-10-01 21:37

อ่านเพลินดีจัง ^^;

โดยส่วนตัว คิดว่า...การที่คนเราไม่อยากแก่ ก็เพราะไม่อยากตายนั่นแหละ พอไม่อยากแก่ ไม่อยากตาย ไม่อยากเจ็บ เลยต้องทำนู่นทำนี่ หาหยูกยาอาหารวิเศษมาบำรุงร่างกาย ช่วยยืดอายุเราให้อยู่บนโลกนี้ไปนานๆ..เคยสงสัย ว่ามันเป็นเพราะความที่เราไม่รู้ว่าวินาทีที่จะตายมันเป็นยังไง ก็เลยไม่อยากตายล่ะมั้ง

ถ้าเกิดรู้ว่าตายไปแล้วจะเป็นยังไง..บางที เราอาจจะมีความสุขกับการตายอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องยื้อให้ยืดยาวต่อไปก็ได้นะ ^^''

#26 By HeDw!g on 2008-10-01 21:41

ข้าพเจ้าไม่ต้องพึ่ง โ ก ร๊ ก ออร์โมรชน.....
เพราะข้าพเจ้าสาบาน....ถ้าไม่แต่งงาน จะไม่ยอมตาย
.
.
เอาเว๊ย.......
สงสัยขัไม่มีวันแก่ ไม่มีวันตาย แล....
อมตะ sad smile
.
.
ปล.....อย่าลืมแถ่กพี่นะน้องหมอว์....กรู๊วววว
.
.
โกร๊กอร์โมน โกร๊กอรืโมนนนน

#27 By ArchmaniaC on 2008-10-01 22:19

#17 จะให้ชัวร์เรื่องแนวนี้ผมอยากให้พี่เชนตอบมากกว่า แต่ถ้าให้ผมตอบ เครื่องในปกติมีพวกธาตุเหล็ก วิตามินเคสูง ซึ่งรวมๆแล้ว ไม่ควรจะเกี่ยวกับโรคตับโรคไตโรคกระเพาะโดยตรงครับ (บำรุงเลือดซะมากกว่า) ดังนั้น ขอตอบว่าไม่เกี่ยวกันโดยตรงครับ

#24 Stem Cell นี่น่าสนใจอยู่ครับ เพียงแต่ปัญหามันมีอยู่ตรง Growth Factor ที่จะไปกระตุ้น Stem Cell ให้โตนั้น เวลาสูงอายุพวก Stem นี่ก็ไม่ตอบสนอง แถมระบบภูมิคุ้มกันก็ยังทำลายเนื้อเยื่อตัวเองอยู่ดี แล้วก็ถ้าให้ Growth Factor มากไปก็มะเร็งอีก - -" ผมว่าอย่างต่ำ 20 ปีกว่าจะได้เอามาใช้ในคนจริงๆครับ

ผมเล่นเดคเขียวฟ้าครับ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยว่างเล่นเท่าไหร่...

#26 ชอบที่ดัมเบิลดอร์เคยพูดไว้ใน HP ว่า ความตายก็เหมือนการผจญภัยอย่างหนึ่งสำหรับจิตใจที่เตรียมพร้อม จริงๆศาสนาพุทธก็มีความเชื่อครับ ว่าให้ถือศีล 5 เชื่อคำสอนของพระองค์โดยบริสุทธิ์ใจ และให้เตรียมพร้อมที่จะตายอยู่ตลอดเวลา จะเป็นหนทางที่จะนำเราไปเกิดในภพที่ไม่ต่ำไปกว่าเดิม

#28 By on 2008-10-01 22:35

sad smile อ่าาาา

#29 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-10-01 23:03

ทำให้นึกถึงพวกเดินหาลูกค้าขายยาแฮะ
ฮาเกมตบนั่นไม่ไหวแล้ว กร๊ากกกกกกกกกกกกก

พอไม่มี Estrogen แล้วช่างน่ากลัวยิ่งนัก...

นมถั่วเหลืองช่วยได้เหรอ? รีบยัดให้แม่จะทันไหมอ่ะ? (แม่ชอบอารมณ์เสียเสมอๆตอนเป็นวันสีแดง) เรื่อง cyborg เองก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ผมคิดเอาเองตามประสาคนสายสามัญนี่แหละว่า ไม่มีวันที่มนุษย์จะฝืนธรรมชาติได้ ...หมายถึงเอาชนะกฏแห่งความตาย สัจธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้น่ะนะ แล้วผมก็ไม่เคยเห็นด้วยเลยว่า จะมีคนที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึกนึกคิดได้ดังเช่นโชบิท

ขนาดตัวเราเองยังไม่เข้าใจที่มาที่ไปของอารมณ์ตัวเองเลย แล้วเราจะสร้างได้อย่างไรกัน Hot! Hot!

#31 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-10-02 01:17

ไม่งงนะคะ
แต่คนเราสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ต้องตาย
เพราะฉะนั้น...ปลงชีวิต
เข้าหาพระธรรม....
เหอะๆๆๆ ห้าดาวไม่พอล่ะมั้งครับความNerdระดับนี้sad smile

ปล.มีอ้างอิงจากของเราด้วยแหะ
ปล2.เกมส์ตบมีภาคสองแล้วนะครับเล่นกันยัง

#33 By Akara_gat on 2008-10-02 05:26

กินกาแฟทำให้แก่เร็ว ทั้งๆที่รู้ แต่อดไม่ด้ายยย

มีช่วงนึงกินวันละ 4-5 แก้วแหนะ เฮ่อ



เอาศัพท์แพทย์ออกป๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
((หลีกหนีความจริง))


อิอิอิ Hot! Hot!

#34 By ชาเขียวaddict on 2008-10-02 08:15

confused smile

#35 By Shuriken on 2008-10-02 09:41

ชอบๆ อ่านหมดเลย Hot!

โลกนี้ ได้อย่างก็ต้องเสียอีกอย่างจริงๆ ด้วยเนอะ

เรื่องการหายใจ ตอนเรียนโยคะ อ. ก็บอกเหมือนกันว่า ถ้าจะให้ดี ต้องควบคุมการหายใจให้ได้ 6 ครั้งต่อนาที เคยลองทำแล้ว รู้สึกทรมานไปหน่อย สงสัยคงต้องฝึกกันอีกนานนนนน sad smile

#36 By Googigg on 2008-10-02 10:33

แก่แต่ตัว .. หัวใจไม่แก่

big smile

#37 By แรงใจไฟฝัน on 2008-10-02 11:09

55
เปลี่ยนอวัยวะนี่นึกถึงซีไรต์เรื่องอมตะเลยค่ะ sad smile

#38 By Bluemoon on 2008-10-02 14:26

หัวระเบิดตั้งแต่บรรทัดแรกๆ เนิร์ดอย่างแรง

มีเพื่อนกินมังหลายคน บางคนสุขภาพดี บางคนก็แก่ก่อนวัยและตัวเหี่ยว..

เราว่าจะใช้วิธีไหนควรไม่ลืมดูแลสุขภาพ - กินให้สมดุล(ถ้าเขียนว่ากินให้ครบ อะไรครบล่ะ ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคน) นอนให้พอ ขับถ่ายจูรู้ดๆหน้าตาน่ารักทุกวัน เติมน้ำให้ร่างกาย ดีใจ'ใจ'ดี ออกกำลังกายพอกับตัวเอง และ หายใจให้ถูกต้อง ...

หลักการดี แต่ทำลำบาก ตอนนี้ก็ยอมรับความแก่เป็นเพื่อนไปแล้ว.. รักนะอีแก่..sad smile

#39 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-02 14:29

ฮาภาพประกอบเขียนได้น่าอ่านมากกกกbig smile open-mounthed smile confused smile

#40 By nonworld on 2008-10-02 14:52

ทำไมคนเราถึงไม่อยากแก่คะ

เพราะเดี๋ยวหน้าเหี่ยว  ไม่สวยเหรอคะ

หรือว่าเพราะเดี๋ยวจะตายเร็ว

ถ้าเป็นเพราะเหตุผลแรก เรามานิยามคำว่า สวย หล่อ กันใหม่เต๊อะ

แต่ถ้าเป็นเพราะกลัวตาย หนูว่าอันนี้เข้าวัด สงบจิต สงบใจกันดีกว่าเน๊อะ เพราะจากที่อ่านมา แต่ละวิธี อ้ายหยา แสนจะยากเย็นทั้งน้านเลย ตรงข้ามกับพฤติกรรมของหนู

เอาเป็นว่าใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า อยู่กับคนที่เรารักให้มากๆ ตายไปจะได้ไม่เสียใจทีหลัง


แต่บล๊อกนี้อันแน่ไปด้วยความรู้เรยๆๆ น่าอ่านสุดๆไปเลยค่า

เอ่อ พี่อยู่ปีไหนแล้วอ่าคะ

#41 By NS_Swanz on 2008-10-04 20:42

รู้สึกหลอนกับชื่อฮอร์โมนแต่ละตัวมากประหนึ่งกำลังเลคเชอร์ฟิสิสโอ

สรุปว่าทางออกก็คือ "ทำใจไ ง่ายสุดปลอดภัยสุดเรยนะ 55

#42 By jackky on 2008-10-05 20:53

สรุปว่าดูแลตัวเองตามปกติน่าจะดีที่สุดแล้วนะครับเนี่ย
แต่ละวิธีต้อง "แลก" ด้วยอะไรบางอย่างทั้งนั้น

#43 By ch_a_m_p on 2008-10-08 03:57

free radical ที่เราพยายามเลี่ยงก้อได้มาจากการใช้ออกซิเจนของร่างกายนี่แหละ แสดงว่าถึงจะเลี่ยงยังไงก็เจออยู่ดีแฮะsad smile

ขำการ์ตูนช่อง ศัพท์แต่ละตัว...เราอ่านไม่ค่อยจะถูกซักอัน แถมชอบคิดชื่อย่ออีก พอไปเรียนคอมก้ออกมาสภาพเดียวกัน
เริ่มอ่านที่ entry สุดท้ายของปี 2551

อ่านมาจนถึง entry นี้... โอ่ย ขอพักหน่อย เดี๋ยวมามาราธอนต่อ

ปล. ทำไมสีเขียวมันทำให้รู้สึกปวดตาว๊าาา

#45 By Present on 2009-03-05 00:19

Favourites

Recommend