พัน-ธุ-สาด-จะ-ธรรม

posted on 21 Aug 2008 16:06 by mingninja  in Medicine-Student

  คำเตือน : Entry นี้มีการเปิดเพลง หากตกใจโปรดรีบปิด

เพลง : อ้วนดำ
ศิลปิน : พันช์ พลพล
อัลบั้ม : วันฟ้าใหม่

ไม่รู้ว่าทำไมในบรรดาสูติ-ศัลย์-Med-เด็ก   หมอเด็กจะเป็นหมอที่โหดที่สุด อาจารย์โหด พยาบาลเหี้ยม คะแนนห่วย ตัวช่วยหาย ฯลฯ สงสัยเพื่อให้นักศึกษาไม่หลงระเริงเล่นกับเด็กเพลิดเพลินเกินไปกระมัง...

ในวอร์ดเด็ก นอกจากเราจะเจอปัญหากุมารทองป่วยด้วยโรคล้านแปดแล้ว เราก็จะเจอโรคที่ล้านเก้า...<<<ไม่ใช่แล้วเฟร้ย เราก็จะเจอโรคที่พยากรณ์ได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ คือโรคทางพันธุกรรมอยู่เสมอๆครับ อย่างที่หลายคนรู้กันนครับ ว่าสำหรับคุณแม่ที่มีลูกในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงที่ลูกจะพบกลุ่มอาการหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นครับ นั่นคือ Down Syndrome (สายัณห์) นอกจากนี้ก็จะมีพวกกลุ่มที่ออกมาหน้าเหมือนลำไยกะโหลก (เอ็ดดี้ผีน่ารัก) กลุ่มคนแคระ Achondroplasia (ท็อป ชวนชื่น) ก็เลยต้องเชื่อมโยงไปจนถึงวอร์ดสูตินารี ตั้งแต่การตรวจครรภ์และให้คำปรึกษากันเลยทีเดียว แม่คนไหนมองโลกในแง่ดีหน่อยก็ดีใจ ที่ลูกตัวเองจะได้เล่นตลกคาเฟ่...

http://www.jsl.co.th/minisite/jorjai/images_news/images_normal/n_jj_30_11_05_004.jpg

jsl.co.th

 

นอกจากประเด็นโรคทางพันธุกรรมที่เห็นชัดเจนข้างต้น กรรมพันธุ์พวกนี้ก็เป็นสิ่งที่หลายคนเอาไปตั้งแง่กล่าวโทษอยู่เสมอครับ ยิ่งปัจจุบันมีการอ่านตำแหน่งและ Function การทำงานบนยีนส์ของมนุษย์ได้ครบทุกจุดแล้ว เอะอะอะไรก็ไพล่ไปโทษ Gene เสียก่อน

"ชั้นเตี้ยว่ะ สงสัยเป็นเหมือนพ่อ"

"อีกหน่อยต้องอ้วนเหมือนแม่แหงๆ"

"สายทางพ่อของฉันหัวล้านหมดเลย ชักเห็นอนาคตรำไร" <<<แล้วจะซื้อยาปลูกผมมารอเรอะ

"พ่อดำ แม่ดำ ชั้นจะขาวได้ไง" <<<ใช้ ไฮเตอร์

"เป็นเบาหวานกันเกือบทั้งบ้านเลย เฮ้อ เครียด" <<<เครียดกับอนาคตที่ยังไม่แน่นอน

หนักๆเข้า Gene เลยกลายเป็นแพะรับบาปเกือบทุกข้อหาความผิดปกติอันไม่พึงประสงค์ของมนุษยชาติ ขนดก ผอม อ้วน ขี้ร้อน ท้องผูก เป็นทอม หน้าหม้อ เสียงแหบ หูกาง มะเร็ง ไส้เลื่อน หน้าเหี่ยว เอะอะอะไรก็โทษพันธุกรรม... จัดว่าเป็นกรรมของมัน

อาจารย์หมอที่ทางคณะอัญเชิญจากศูนย์วิจัยพันธุศาสตร์มาบรรยายเคยพูดถึงเรื่องนี้ และออกตัวเป็นทนายความ แก้ต่างให้กับ Gene ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ขอเล่าเท่าที่จำได้ครับ

ก่อนอื่น ขอให้ดูหนังสือเล่มนี้ครับ

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/d/d4/TheBellCurve.gif/210px-TheBellCurve.gif

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยนักจิตวิทยาจากฮาวาร์ด  เป็น Best Seller ในอเมริกาในช่วงปี 1994 โดยอธิบายถึงธรรมชาติของประชากรในมุมมองของสถิติ ล้วนๆ โดยกล่าวถึงการกระจายตัวของประชากรกลุ่มต่างๆครับ

โดยเขาได้พิสูจน์ว่า การกระจายตัวของประชากร ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สีผิว ความสูง ฯลฯ ถ้าเอามาพลอตกราฟ จะได้เป็นแบบ Standard Diviation หรือการกระจายแบบสม่ำเสมอ ตามกราฟสีแดงที่แสดงในรูป

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/74/Normal_Distribution_PDF.svg/360px-Normal_Distribution_PDF.svg.png

ซึ่งกราฟการกระจายตัวดังกล่าว เรียกว่า Normal Curve และก่อนที่บล็อกผมจะไปขโมย Content สมการคณิตศาสตร์ของพี่ Eddy มาพูดไปมากกว่านี้ ก็ขอตัดหาตัวอย่างไปดื้อๆเลยว่า ยกตัวอย่างเช่น คะแนนสอบ (ที่มีการแจกแจงแบบ Normal Curve แบบนี้) เต็ม 100 ก็จะมีคนได้ 0 น้อยพอๆกับคนที่ได้ 100 และคนส่วนใหญ่จะสอบได้ 50 คะแนน (แม้ในความเป็นจริงมันมักจะไม่เป็นเช่นนั้น)

พอนึกภาพตามออกไหมครับ?  ทีนี้ในกลุ่มประชากร สมมติว่า ให้ความสูงคนอยู่ที่ 140 - 200 cm. ก็แปลว่า

- โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะสูงอยู่ที่ประมาณ 170
- มีคนสูงติด max และ min คือ 140 กับ 200 ตามลำดับอยู่่บ้าง (แต่น้อย)
- คนส่วนใหญ่สูง 170
- มีคนที่เตียกว่าคนส่วนใหญ่และคนที่สูงกว่าคนส่วนใหญ่ กระจายตัวไปเท่าๆกัน

ผลก็คือ จะได้ดังรูป

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/8c/Standard_deviation_diagram.svg/325px-Standard_deviation_diagram.svg.png

กลับมาดูในกลุ่มบรรดาคนขี้บ่นของเรา ไอ้กลุ่ม 2.1% ด้านซ้ายมักจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ไอ้ 13.6% ด้านซ้ายล่กลุ่มนี้แหละครับ ที่มักจะกลับกลายเป็นกลุ่มไม่พอใจในลักษณะทางกรรมพันธุ์ของตน และกล่าวหาว่าเป็น "ลักษณะที่ผิดปกติ"

อาจารย์ผมจึงตั้งคำถามว่า ถ้าเช่นนั้น ก็แปลว่า 13.6% ทางด้านขวา ก็ผิดปรกติด้วย?

ฉันมันดำเกินไป ผิดปกติก็แปลว่า ต้องมีคนขาวเกินไป ผิดปกติด้วย

แม่มันอัปลักษณ์ ลูกก็เลยหน้าเหมือนหมูผิดปกติ ก็แปลว่า ต้องมีคนที่แม่สวย แล้วลูกสวยผิดปกติด้วย

ตระกูลผมกินนิดเดียวแล้วอ้วน ผิดปกติ ก็แปลว่า ต้องมีสายพันธุ์ที่กินนิดเดียวแล้วผอมผิดปกติเป็นแน่

โลกนี้ช่างมีแต่คนผิดปกติ โอ้...สิ้นหวังเสียแล้ว 

ฉะนั้น การกล่าวหาว่าเผ่าพันธุ์ของตนผิดปกติจึงเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะมันคือการกระจายตัวของธรรมชาติ มันก็เท่ากับคุณไปว่าฝั่งตรงข้ามของกราฟ ว่าผิดปกติไปด้วย

สิ่งที่ควรทำ คือการยืดอกยอมรับในสายพันธุ์ของตนอย่างน่าภาคภูมิในฐานะของมนุษย์ ไม่ใช่โทษสายพันธุ์ของตน โทษว่าเกิดมามีกรรม โทษว่าเกิดมามีลักษณะไม่ดีติดตัว

เพราะลักษณะทั้งหมด กระจายตัวอย่างปรกติสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในธรรมชาติ

   

ท้ายคาบ ผมถามอาจารย์ว่า

- ทำไมคนทั่วโลกมี 2% ที่ครองครองทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของโลก แต่ 60% ไม่มีอันจะกิน
- ทำไมนักการเมืองไทยเราจึงไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีคนดีเทียบเท่าถึง 1% รึเปล่า
- ทำไมคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ไม่กระจายตาม Normal Curve

อาจารย์ตอบ : เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ Normal น่ะสิ

กราฟในพันธุศาสตร์ อธิบายหลักการณ์ของโลกได้เพียงครึ่งหนึ่ง

ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง อธิบายไม่ได้ เพราะหลักการณ์ทั้งหมดก็กระจายตัวแบบ Normal Curve...

  แล้วท่านผู้อ่านเองมีความเห็นยังไงกันมั่งครับ (รึว่างง สลบไปตั้งแต่เห็นกราฟ)

ขอบคุณภาพจากวิกกี้ฯ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่โทษสายพันธุ์ค่ะแต่จะโทษ GTAconfused smile

#1 By V@R on 2008-08-21 18:23

^
P'Var เป็น BOT รึเปล่าครับ เมนท์เร็วมากๆๆๆๆๆ

#3 By on 2008-08-21 18:25

โทษแต่พันธุกรรมคงไม่ถูกซํกเท่าไหร่
คนหูหนวก ตาบอด ใบ้ ทำธุรกิจหลัก 100 ล้านก็มีให้เห็นแล้วในโลก คนทั่วไปไม่เห็นกันเอง

เรื่องกราฟ การกระจายตัวผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ว่าคนที่โทษแต่กรรมเก่า แต่ไม่ทำอะไรเพิ่ม ก็ไม่ต่างอะไรกับคนด้อยโอกาสกว่าสักเท่าไหร่เน่อ

ตอบข้อท้ายๆ

- ทำไมคนทั่วโลกมี 2% ที่ครองครองทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของโลก แต่ 60% ไม่มีอันจะกิน >> เพราะคนที่คิดไม่เหมือนกับคนส่วนมากมีจำนวนน้อยกว่า...ต่อไปจะเป็นอัตราส่วน 1:390 ด้วย= -; ตึกๆเดียวแต่พนักงานเป็นพันน่ะ

- ทำไมนักการเมืองไทยเราจึงไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีคนดีเทียบเท่าถึง 1% รึเปล่า >> คนดีเขาไม่เล่นการเมืองเช่น หมอพรทิพย์ ชายชาติโยดม น่ะสิ...
- ทำไมคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ไม่กระจายตาม Normal Curve>> เพราะทฤษฎีก็คือทฤษฎี... ไม่จริงทั้งหมด cry
ชอบรูปประกอบแฮะ
confused smile

#5 By MooToo's Brother on 2008-08-21 18:51

ชายเกี่ยวอะไร?

#6 By iDoi* on 2008-08-21 18:58

อ่านะ
เหอะๆๆๆๆๆ
โลกมันปกติเพราะมันไม่ปกตินี่ล่ะHot!

#7 By หมาแว่น on 2008-08-21 19:16

แสดงว่า ผมสูง 185 ผิดปกติ...!!

ผมว่า...พอใจในสิ่งที่ตนมี ดีที่สุดแล้วแหละ...

#8 By ซับบาธ... on 2008-08-21 19:18

แต่เอาเข้าจริงๆ แต่ละคนก็ต่างกันconfused smile

#9 By wesong on 2008-08-21 19:24

งงกับ #6

ชายเกี่ยวอะไร?

โปรดชี้แจงคำถามของท่าน เพราะข้าพเจ้างง

#10 By on 2008-08-21 19:46

คนที่เก่งกว่าคนปกติ ก็จะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ หรือ มีความสามารถพิเศษ

ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เกิดจากการเปรียบเทียบกันเองของมนุษย์ทั้งนั้น

...และมนุษย์ส่วนใหญ่มักจะไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี

Hot!

#11 By SkyKiD on 2008-08-21 19:51

Hot! Hot! Hot!

ชอบมากเลยครับ มีเพื่อนบ่นเรื่องเตี้ยพอดีเลย ไปบ่นให้มันฟังดีกว่าconfused smile
Gene ไม่ผิด เกมผิด!! Hot! Hot!

#13 By UnknowPerson on 2008-08-21 20:00

โลกเรา มีสิ่งที่เรียกว่า "ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต" สินะครับ

มีดำมีขาว มีสูงมีเตี้ย มีแข็งแรงมีอ่อนแอ มีทนร้อนมีทนหนาว ฯลฯ

ธรรมชาติสร้างมาให้แตกต่างกันซะขนาดนี้...ต่อให้มีภัยพิบัติอะไรซักอย่าง ก็ยังมีอย่างน้อยกลุ่มนึง ทนอยู่รอดได้ และสืบเผ่าพันธ์ต่อไป


...ไอ้การแบ่งสวยแบ่งทราม โทษgeneโทษแมวอะไร...มันก็เป็นเรื่องที่เกิดทีหลัง ด้วยบรรทัดฐานของตัวเองทั้งนั้น


ยอมรับ และหาข้อดีที่มี เข้าท่ากว่ามาบ่นด่าว่า ในสิ่งที่แก้ไขไม่ได้นะ confused smile



ปล. แต่สำหรับผมแล้ว...หมอเด็กส่วนใหญ่ จะสวย ใจดี และน่ารักมากๆเลยนะ

#14 By Zieghart on 2008-08-21 20:05

สลบไปแล้วครับ Hot!

#15 By pisces on 2008-08-21 21:01

เห็นกราฟแล้วนึกถึงคะแนนมิดเทอม เอิ้ว
อยากให้มันแบ่งเป็นกราฟปกติ mode เข้าทางซ้ายจริงๆเชียว

ความแตกต่างคือสิ่งปกติของโลกใบเบี้ยวๆนี้แลcry

#16 By แมวหน้าแว่น on 2008-08-21 21:11

แอบสลบไปกับกราฟเหมือนกัน -_-"

แต่เคยเห็นนะกราฟนี้ นานมาแล้วแฮะ จำไม่ได้ -..-

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ สินะ ^^"

แต่คำถามท้ายคาบนี่สุดยอดจริงๆ~

#17 By ☆..ユキちゃん..☆ on 2008-08-21 21:22

มิน่าล่ะ.. เจ้หนูถึงเปลี่ยนไปเรียนสกิลแทน (ฮา) confused smile

#18 By [ i ]Rin on 2008-08-21 21:34

งงฮับ อาจารย์

#19 By WhiteMapleS on 2008-08-21 21:50

#6 เข้าใจว่าเป็น
"ช่าย" เกี่ยวอะไร มังครับ พิมพ์ตกไม้เอกน่ะ sad smile
คนเรามันต้องแตกต่างสิ
ชีวิตจะได้มีสีสัน

ชอบรูปประกอบมากเลยopen-mounthed smile

#21 By ARuN LiZ on 2008-08-21 22:04

สลบตั้งกะเห็นกราฟแล้ว 5555

แต่ชอบหน้าคุณครูอ่ะ สิ้นหวังได้ใจ

ให้ดาวอีกดวง 555

คอมปาจะถึงแร้วววว จะได้เจอกันมั้ยหนอ
ผมว่าการตรวจรักษาเด็กนี่ยากกว่าผู้ใหญ่มากเลย ร่างกายเด็กยังไม่พัฒนาเต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ อะไรๆก็ดูเล็กๆ ต้องสังเกตให้ละเอียดละออ อาจารย์ท่านเลยต้องเคี่ยวหน่อยconfused smile

สู้ๆ ครับ

#23 By Eddalion on 2008-08-21 22:23

ตายตั้งแต่เห็นหน้าปกหนังสือ -..-

#24 By Aelita~[-X-]~ on 2008-08-21 22:28

sad smile

#25 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-08-21 22:43

ดีจังครับวิทยาศาสตร์แบบนี้ อ่านแล้วพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู๋

แต่เรื่อง Bell curve นี่ เหมือนมีคนเคยค้านว่ามันไม่ได้รวมตัวแปรเรื่องวัฒนธรรมความเป็นอยู่เข้ามาด้วยนี่ครับ เช่นว่า คนดำอาจยากจน ได้รับอาหารไม่ดี เลยอ้วน ไม่ใช่เพราะพันธุกรรม อย่างเงี้ย

#26 By Repentant on 2008-08-21 23:00

แค่พอใจในตังของเราเอง
แค่นี้ก็จบsad smile

#27 By ~memay~ on 2008-08-21 23:17

Hot! Hot! GTA ไม่ผิด ผิดที่ตัวเด็กเล่นและผู้ใหญ่ไม่ดูแลตะหาก เกมไม่ผิดแต่คนผิดตะหากอ่าาาาา

ฮ่าๆ บล๊อกโดนใจครับ

#28 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-08-21 23:29

โอวววว จะโทษไรดี
ไม่โทษดีกว่า

เริ่มเวียน ๆละ
confused smile
อืม เป็นสถิติที่คลาสสิคจริงๆนะครับ ^-^
ออกมาเป็นรูปช้างในท้องงูของเจ้าชายน้อยเลย 55
เฮ้อ ต้องคิดซะแร่ะ ว่าหน้าตาดีเหมือนใคร question

#31 By เต่านา on 2008-08-22 01:51

ถ้าเพิ่มอุณหภูมิ curve จะเปลี่ยนครับ
อ่าว ไม่ใช่ในเคมีเหรอ อิอิsad smile

#32 By Wisor on 2008-08-22 02:44

โอ้ว อ่านแล้วเป็นห่วงลูกในอนาคตของแม่จังเลย

#33 By rusleeping on 2008-08-22 09:24

เค้าหูกางจะโทษใครดีอ่ะ ที่บ้านก็ไม่มีใครกางเลย แต่ได้รับคำปลอบใจว่าหูกางต้องเรียนเก่งแน่ๆ พอไปเจอครูที่โรงเรียนเขาก็ว่า อุ้ยหูกาง น่ารัก เรียนเก่งแน่ๆ มีจอรับเรด้าดี เอ๊....มันยังไงกันเนี่ย sad smile

#34 By Paa orKant on 2008-08-22 09:55

อืม อธิบายดีจังHot!
เพราะทุกสิ่งในโลกล้วนบ่าย(ไม่เที่ยง)
อาจารย์ถามเอง-ตอบเอง แต่ถูกต้องที่สุด big smile

#37 By Googigg on 2008-08-22 10:42

PinG~ นั่นสิ มันไม่นอมอลจริงๆด้วย confused smile

#38 By Pl@y-M@Te on 2008-08-22 11:47

หลักการณ์ทั้งหมดก็กระจายตัวแบบ Normal Curve...


แหม...อาจารย์นี่ล่ะก็sad smile

#39 By l *ก ว ย จี๊ l on 2008-08-22 12:19

ป๋าผมหัวล้าน
แต่มีแววว่าผมหัวจะล้านตามอ่ะนะ
เข้าข่ายป่ะเนี่ย
"The Weakest Link"
ดำเนินรายการโดย "ธรรมชาติ"

#41 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-08-22 12:51

กลับมาตอบครับ...(ไม่นึกว่าจะมีคนอ่านรู้เรื่อง) <<<เอ๊ะ ยังไง

3.เพราะ ทฤษฎี ใช้ได้กับสิ่งต่างๆบนโลกเพียง 50% อีก 50 ที่ใช้ไม่ได้ เพราะอยู่อีกฟากกราฟของ Normal Curve...

6.อาจารย์อธิบายยาวยืด ชั่วโมงนึงได้... โทษทีฮะที่พยายามย่อแล้วอ่านไปงงไป

11.ทำไมข้าพเจ้าอ่านแล้วกลับไปนึกถึงเอนทรี จุดเล็กๆฯ - -" ถ้ามีคนพอใจ ก็ย่อมมีไม่พอใจอยู่บนฝั่งตรงข้ามของกราฟขอรับ

14.ใครเป็นคนกำหนดกันนะ ว่าต้องสูง ขาว หรือหล่อต้องเป็นเช่นนี้...

16.ห้องผมมันเบ้ขวา - -" เหมือนคะแนนเอนท์เด็กไทยเลยหละ

17.กราฟ มอปลาย จ้า

18.กร๊ากกกก...

22.ได้สิ หุหิหุหิ...

23.ดีใจที่ข้าพเจ้าผ่านวอร์ดนั้น แม้จะเลิกเรียนไปแล้วก็ตาม

26.หามาอ่านครับ!!!! Recommend!!!
แล้วท่านจะทราบว่า สถิติแสดงสัจธรรมของมนุษย์ รวมด้านสังคมด้วยนะ เค้าปรับข้อมูลให้เข้าเป็นกราฟได้จริงๆนะเออ...

Every Person about GTA. ใช่ครับ มนุษย์ ไม่ได้มีพฤติกรรมมาจากพันธุกรรมทั้งหมดนะ หาวิธีแก้ไขที่มันเข้าท่าหน่อยเซ่!!!

30.ผมมองเป็นรูปหมวก...ว่าไปนั่น

31.เหมือนผม

32.ถ้าเป็นแมลง กราฟก็จะเป็นขั้นบันได...

34.อย่าไปโทษษษษษษ...จงภูมิใจคร้าบ อย่าไปถือเรื่องพรรค์นั้น ความงามของคนมาจากภายในน่อ

36.ฉะนั้น ก่อนบ่าย เราต้องคลายเครียด

4.ระวังความกังวล-เครียด ทำให้หัวล้านนะครับ - -"

ตอบกันเยอะแฮะ - -"

#42 By on 2008-08-22 13:24

กรั่ก...จารย์ตอบได้ใจ
ต้องตั้งชื่อเอนทรีว่าปัญหากุมารทอง ฮ่า

#43 By (^_^)/nana on 2008-08-22 14:02

เมื่อกี้มาจิ้มไว้ก่อนไปกินข้าวไม่เที่ยง(ข้าวบ่าย)

นึกว่าคุยเรื่อง กฎคัดสรร ของธรรมชาติ (พานไปคิดถึง หมวกคัดสรร อีกอ่ะเนี่ย..ถนัดนอกเรื่อง--")

ลองถ้าไม่มีคน 2% ถ่วงไว้ 2 ข้าง โลกมนุษย์คงจืดชืดพิลึก..ไม่มีประกวดนางงาม ไม่มีประกวดคณิตศาสตร์โอลิมปิก ไม่มีกินเนสต์บุ๊ค ไม่มีWR

แต่พอมีคน 13% มาเพิ่มอีก 2 ข้าง โลกเลยมันส์อย่างนี้..ไม่อย่างนั้นโลกนี้ก็จะไม่มี โฆษณาชวนเชื่อ ไม่มีแชแนล ไนกี้ ไม่มีฟิตเนส ไม่มีร้านเสริมสวย ไม่มีสปาขัดสีผิว ไม่มีความก้าวหน้าที่เกิดจาก กิเลส (ความอยากได้/ดี/มี และ ไม่อยากได้/เป็น)กำหนด ไอเดียล (รวยโว้ย สวยนี่ สูงดี เจ๋งว่ะ)..ความอยาก

คน 26 %(2ข้างรวมกัน)นี้ มันขับเคลื่อนโลกฮะopen-mounthed smile

(ยังชอบนอกเรื่องเหมือนเดิม) sad smile

#44 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-08-22 14:27

เมื่อปีที่แล้ว ตอนกำลังตั้งครรภ์ แฟนก็หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างยิ่งยวด มีบทความหนึ่งของต่างประเทศค่ะ แนวคิดของเค้าบอกว่า ธรรมชาติให้คนเหล่านี้มาเพื่อสร้างสมดุล เพราะคนประเภทนี้จะมีจิตใจที่ว่างเปล่า บริสุทธิ์ ไม่มีความชิงชังในจิตใจ และคาดว่าต่อไปจะล้างมวลมนุษย์บนโลกเสียใหม่ ให้มีจิตใจที่งดงามมากขึ้นด้วย (ให้แฟนพยายามหาบทความนั้นอีกครั้ง แต่หาไมเจอค่ะ นานมากแล้ว...ถ้าเจออีกจะส่งมาให้อ่านค่ะ)

แต่พอฟังแล้ว...ก็บอกแฟนว่า...ยังไงก็ต้องขอหมอเจาะน้ำคร่ำให้ได้...

ผลจะออกมาทางไหน...พ่อแม่อย่างเราก็มีคำตอบสำหรับสองทางเลือกเรียบร้อยแล้วค่ะ sad smile

หมอเด็กที่ไปใช้บริการอยู่ ฮ้าวมากค่ะ(เหมือนทอม)แต่ถูกใจพ่อลูก..ฮ้าวดี


sad smile

#45 By Tikkie on 2008-08-22 15:03

^^
::
::
ใช้เวลาครึ่งวัน กว่าจะตัดสินใจ post ข้อความนี้ sad smile

#46 By Tikkie on 2008-08-22 15:05

นั่นซินะ มันคือธรรดมดาโลก....

พันธุกรรมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เห็น แต่ส่วนใหญ่ที่กำหนดรูปร่างหน้าตา มักจะมาจากพฤติกรรมของเจ้าของเสียมากกว่า(ยกเว้น สีผิว และความสูง)

ไม่งั้น... ยันฮีจะมีไว้ทำไม???

#47 By pierce on 2008-08-22 16:15

มาแนวสถิติแล้วหนูขอบายค่ะพี่

โง่เลข= ="

#48 By ชาเขียวaddict on 2008-08-22 16:38

อ่ออ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

แต่ที่โทษๆกันมันก็อยู่ที่สังคมส่วนใหญ่ที่เค้ามองกันด้วยนะ

สังคมส่วนใหญ่มองว่าคนสูงดี ดูดี

คนเตี้ยดูไม่ดี กะปุ๊กลุก

งั้นแสดงว่า การมองของสังคมไม่เป็น Normal ใช่มะ อิอิ
ดูสถานการณ์โลกปัจจุบันผมไม่ค่อยอยากยึดถือกับไอ้เจ้า normal curve นี่เท่าไหร่นะครับ แล้วก็จริง ๆ ดูไม่ค่อยจะถูกจริตะรรมชาติมนุษย์เท่าไหร่นะครับ

ก็เพราะพวกเราชอบแก่งแย่งกันเป้นที่ 1 น่ะซีครับ

sad smile

แต่มันก็มีประโยชน์กับผมเหมือนกันนะ, เวลาเซ็ง ๆ เช่น ทำคะแนนสอบได้ไม่ค่อยดี ก็มักจะหยิบเอาไอ้กราฟนี่มาปลอบใจตัวเองว่าเอาน่ะอย่างน้อยเเรกก็ยังอยู่ในกลุ่มคนส่วนมาก



ส่วนถ้าเกิดตกขึ้นมา ก็ยังบอกได้ว่า เรามันแปลกกว่าคนอื่น มีจุดขายดีเหมือนกันนี่นา ฮา ๆๆๆ

sad smile

#50 By Highwind on 2008-08-22 18:40

ขอรับคุณหมอ!

#51 By Repentant on 2008-08-22 19:23

Favourites

Recommend