พัน-ธุ-สาด-จะ-ธรรม
posted on 21 Aug 2008 16:06 by mingninja in Medicine-Studentคำเตือน : Entry นี้มีการเปิดเพลง หากตกใจโปรดรีบปิด
เพลง : อ้วนดำ
ศิลปิน : พันช์ พลพล
อัลบั้ม : วันฟ้าใหม่
ไม่รู้ว่าทำไมในบรรดาสูติ-ศัลย์-Med-เด็ก
หมอเด็กจะเป็นหมอที่โหดที่สุด อาจารย์โหด พยาบาลเหี้ยม คะแนนห่วย ตัวช่วยหาย ฯลฯ สงสัยเพื่อให้นักศึกษาไม่หลงระเริงเล่นกับเด็กเพลิดเพลินเกินไปกระมัง...
ในวอร์ดเด็ก นอกจากเราจะเจอปัญหากุมารทองป่วยด้วยโรคล้านแปดแล้ว เราก็จะเจอโรคที่ล้านเก้า...<<<ไม่ใช่แล้วเฟร้ย เราก็จะเจอโรคที่พยากรณ์ได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ คือโรคทางพันธุกรรมอยู่เสมอๆครับ อย่างที่หลายคนรู้กันนครับ ว่าสำหรับคุณแม่ที่มีลูกในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงที่ลูกจะพบกลุ่มอาการหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นครับ นั่นคือ Down Syndrome (สายัณห์) นอกจากนี้ก็จะมีพวกกลุ่มที่ออกมาหน้าเหมือนลำไยกะโหลก (เอ็ดดี้ผีน่ารัก) กลุ่มคนแคระ Achondroplasia (ท็อป ชวนชื่น) ก็เลยต้องเชื่อมโยงไปจนถึงวอร์ดสูตินารี ตั้งแต่การตรวจครรภ์และให้คำปรึกษากันเลยทีเดียว แม่คนไหนมองโลกในแง่ดีหน่อยก็ดีใจ ที่ลูกตัวเองจะได้เล่นตลกคาเฟ่...
jsl.co.th
นอกจากประเด็นโรคทางพันธุกรรมที่เห็นชัดเจนข้างต้น กรรมพันธุ์พวกนี้ก็เป็นสิ่งที่หลายคนเอาไปตั้งแง่กล่าวโทษอยู่เสมอครับ ยิ่งปัจจุบันมีการอ่านตำแหน่งและ Function การทำงานบนยีนส์ของมนุษย์ได้ครบทุกจุดแล้ว เอะอะอะไรก็ไพล่ไปโทษ Gene เสียก่อน
"ชั้นเตี้ยว่ะ สงสัยเป็นเหมือนพ่อ"
"อีกหน่อยต้องอ้วนเหมือนแม่แหงๆ"
"สายทางพ่อของฉันหัวล้านหมดเลย ชักเห็นอนาคตรำไร" <<<แล้วจะซื้อยาปลูกผมมารอเรอะ
"พ่อดำ แม่ดำ ชั้นจะขาวได้ไง" <<<ใช้ ไฮเตอร์
"เป็นเบาหวานกันเกือบทั้งบ้านเลย เฮ้อ เครียด" <<<เครียดกับอนาคตที่ยังไม่แน่นอน
หนักๆเข้า Gene เลยกลายเป็นแพะรับบาปเกือบทุกข้อหาความผิดปกติอันไม่พึงประสงค์ของมนุษยชาติ ขนดก ผอม อ้วน ขี้ร้อน ท้องผูก เป็นทอม หน้าหม้อ เสียงแหบ หูกาง มะเร็ง ไส้เลื่อน หน้าเหี่ยว เอะอะอะไรก็โทษพันธุกรรม... จัดว่าเป็นกรรมของมัน
อาจารย์หมอที่ทางคณะอัญเชิญจากศูนย์วิจัยพันธุศาสตร์มาบรรยายเคยพูดถึงเรื่องนี้ และออกตัวเป็นทนายความ แก้ต่างให้กับ Gene ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ขอเล่าเท่าที่จำได้ครับ
ก่อนอื่น ขอให้ดูหนังสือเล่มนี้ครับ
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยนักจิตวิทยาจากฮาวาร์ด เป็น Best Seller ในอเมริกาในช่วงปี 1994 โดยอธิบายถึงธรรมชาติของประชากรในมุมมองของสถิติ ล้วนๆ โดยกล่าวถึงการกระจายตัวของประชากรกลุ่มต่างๆครับ
โดยเขาได้พิสูจน์ว่า การกระจายตัวของประชากร ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สีผิว ความสูง ฯลฯ ถ้าเอามาพลอตกราฟ จะได้เป็นแบบ Standard Diviation หรือการกระจายแบบสม่ำเสมอ ตามกราฟสีแดงที่แสดงในรูป
ซึ่งกราฟการกระจายตัวดังกล่าว เรียกว่า Normal Curve และก่อนที่บล็อกผมจะไปขโมย Content สมการคณิตศาสตร์ของพี่ Eddy มาพูดไปมากกว่านี้ ก็ขอตัดหาตัวอย่างไปดื้อๆเลยว่า ยกตัวอย่างเช่น คะแนนสอบ (ที่มีการแจกแจงแบบ Normal Curve แบบนี้) เต็ม 100 ก็จะมีคนได้ 0 น้อยพอๆกับคนที่ได้ 100 และคนส่วนใหญ่จะสอบได้ 50 คะแนน (แม้ในความเป็นจริงมันมักจะไม่เป็นเช่นนั้น)
พอนึกภาพตามออกไหมครับ? ทีนี้ในกลุ่มประชากร สมมติว่า ให้ความสูงคนอยู่ที่ 140 - 200 cm. ก็แปลว่า
- โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะสูงอยู่ที่ประมาณ 170
- มีคนสูงติด max และ min คือ 140 กับ 200 ตามลำดับอยู่่บ้าง (แต่น้อย)
- คนส่วนใหญ่สูง 170
- มีคนที่เตียกว่าคนส่วนใหญ่และคนที่สูงกว่าคนส่วนใหญ่ กระจายตัวไปเท่าๆกัน
ผลก็คือ จะได้ดังรูป
กลับมาดูในกลุ่มบรรดาคนขี้บ่นของเรา ไอ้กลุ่ม 2.1% ด้านซ้ายมักจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ไอ้ 13.6% ด้านซ้ายล่กลุ่มนี้แหละครับ ที่มักจะกลับกลายเป็นกลุ่มไม่พอใจในลักษณะทางกรรมพันธุ์ของตน และกล่าวหาว่าเป็น "ลักษณะที่ผิดปกติ"
อาจารย์ผมจึงตั้งคำถามว่า ถ้าเช่นนั้น ก็แปลว่า 13.6% ทางด้านขวา ก็ผิดปรกติด้วย?
ฉันมันดำเกินไป ผิดปกติก็แปลว่า ต้องมีคนขาวเกินไป ผิดปกติด้วย
แม่มันอัปลักษณ์ ลูกก็เลยหน้าเหมือนหมูผิดปกติ ก็แปลว่า ต้องมีคนที่แม่สวย แล้วลูกสวยผิดปกติด้วย
ตระกูลผมกินนิดเดียวแล้วอ้วน ผิดปกติ ก็แปลว่า ต้องมีสายพันธุ์ที่กินนิดเดียวแล้วผอมผิดปกติเป็นแน่
โลกนี้ช่างมีแต่คนผิดปกติ โอ้...สิ้นหวังเสียแล้ว
ฉะนั้น การกล่าวหาว่าเผ่าพันธุ์ของตนผิดปกติจึงเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะมันคือการกระจายตัวของธรรมชาติ มันก็เท่ากับคุณไปว่าฝั่งตรงข้ามของกราฟ ว่าผิดปกติไปด้วย
สิ่งที่ควรทำ คือการยืดอกยอมรับในสายพันธุ์ของตนอย่างน่าภาคภูมิในฐานะของมนุษย์ ไม่ใช่โทษสายพันธุ์ของตน โทษว่าเกิดมามีกรรม โทษว่าเกิดมามีลักษณะไม่ดีติดตัว
เพราะลักษณะทั้งหมด กระจายตัวอย่างปรกติสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในธรรมชาติ
ท้ายคาบ ผมถามอาจารย์ว่า
- ทำไมคนทั่วโลกมี 2% ที่ครองครองทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของโลก แต่ 60% ไม่มีอันจะกิน
- ทำไมนักการเมืองไทยเราจึงไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีคนดีเทียบเท่าถึง 1% รึเปล่า
- ทำไมคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ไม่กระจายตาม Normal Curve
อาจารย์ตอบ : เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ Normal น่ะสิ
กราฟในพันธุศาสตร์ อธิบายหลักการณ์ของโลกได้เพียงครึ่งหนึ่ง
ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง อธิบายไม่ได้ เพราะหลักการณ์ทั้งหมดก็กระจายตัวแบบ Normal Curve...
แล้วท่านผู้อ่านเองมีความเห็นยังไงกันมั่งครับ (รึว่างง สลบไปตั้งแต่เห็นกราฟ)
ขอบคุณภาพจากวิกกี้ฯ


#1 By V@R on 2008-08-21 18:23