หน่อไม้
posted on 29 Jul 2008 18:31 by mingninja in Me-Myself, Medicine-Student, Psycho-Baka, World-Society
เพลง : ไผ่ลู่ลม
ศิลปิน : So Cool
อัลบั้ม : Five
หยุดไปหลายวัน มีเรื่องอัพมากมาย ขออัพเรื่องไม่ซีเรียสก่อนนะครับ ^^''
บางคนเห็นหัวข้อ อาจจะนึกว่าผมกำลังจะรีวิวหนังสือเล่มล่าสุดของพี่นิ้วกลม... แต่ Entry นี้คือการทำ Tag สไตล์หมอเถื่อนครับ ฉะนั้น จริงๆแล้ว หน่อไม้ เหน่อมั้ย หล่อมั้ย คืออะไร โปรดอ่าน...
Tag : Save The World
ที่มาของ Tag : บล็อกไข่น้อย - cuteeggii
เพื่อให้เพื่อนๆ หันมาตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนให้มากขึ้น
นอกจากการที่เราช่วยการลดขยะจำพวกพลาสติก
การใช้ถุงผ้า การประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ
ซึ่งนอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว
ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆสามารถช่วยกัน คนละไม้คนละมือ
นั่นก็คือการ "ปลูกต้นไม้"
ถ้าหากเราหันมาทำอย่างจริงจังแล้ว
ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยโลกของเราให้ดีขึ้นอีกมากนะคะ
เพราะฉะนั้น เรามาเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้กันเถอะค่ะ
.........................................................
วันนี้ หมอเถื่อนจะพาคุณผู้ชมบุกเข้าหลังบ้านของผม...(อย่าได้คิดเสื่อมเชียว) เพื่อไปชมการปลูกหน่อไม้กันครับ
หน่อไม้ คือต้นอ่อนของไผ่ ไผ่ คือพืชที่โตเร็วที่สุดในโลก ใช้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาล และปลุกอารมณ์ของกวีให้บรรเจิด... ฉะนั้น เมื่อจะเลือกปลูกต้นไม้ ผมจึงเลือกปลูกต้นไผ่ครับ (จริงๆวันนั้นต้นไม่ที่จะเอามาลงสวนหลังบ้านเหลือต้นไผ่อยู่สองต้น ที่เหลือแม่ปลูกไปหมดแล้ว)
เอ๊ะ มีถุงพลาสติกอยู่ด้วย ว่าแต่เราจะลดโลกร้อนกันใช่มั้ย...
สวนหลังบ้านผมก็จะมีพืชพรรณธัญญาหารและสัตว์มีพิษอย่างอุดมสมบูรณ์ ช่วงนี้เป็นฤดูฝน และดอกอุตพิตกำลังบานสะพรั่งเต็มสวน อา...กลิ่นชื่นใจ... <<<เหม็นยังกะส้วมแตก ดอกไม้นรกอเวจีขุมที่ 19ส่งมาเกิดรึไงกัน
ก่อนอื่นก็ถากบรรดาเถาวัลย์รากไม้และดอกส้วมแตกออกไปให้หมดก่อน เป็นการเคลียร์พื้นที่ แล้วก็ ปิคนิคกัน เย้~.... <<< จะปลูกต้นไม้มิใช่รึ
พรวนดินให้ได้ที่ กะว่าร่วนแบบสะดวกแก่การให้หมามาฝังกระดูก
ได้ที่โล่งแล้วขุดหลุมลึกพอประมาณ ไม่ต้องมากมาย ว่าแต่ในรูปทำไมผมมันออกขาวๆ สงสัยไม่ได้สระ?
ตามความเชื่อไทยโบราณ ก่อนการเอาต้นไผ่ลงหลุม ให้หยิบดินก้นหลุมขึ้นมา มองลองหว่างขา (ไม่ใช่จะหาผีนะครับ) กลั้นหายใจไว้ แล้วเขวี้ยงดินออกไปพร้อมตะโกนว่า "แผ่ไปถึงโน่นเลยน้าาาาาาาา~" อารมณ์ประมาณว่า จะให้กอไผ่ขยายไปไกลถึงจุดที่ก้อนดินตก อันนี้แม่ผมบอก คงเหมือนตีกอล์ฟให้ถึงดวงจันทร์ แม้พลาดก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว ผมเองสงสัยว่าถ้าดินแม่มไปตกใส่หัวคน หรือติดรถสิบล้อไปถึงพัทยา กอไผ่คงขยายไปไกลพิลึก
ได้เวลาแล้ว ลงหลุมไปซะ
เอาจอบเกลี่ยดินกลบให้มิดโคน
ไม่ต้องแน่นมาก กะประมาณให้หมาไปคุ้ยแล้วไม่กระจุยขึ้นมาก็เป็นอันใช้ได้
เสร็จไปหนึ่งต้น ดูผ่านๆแล้วอ่อนแอชะมัด แข็งแรงเร็วๆนะ จะได้ตัดแกไปขายร้านข้าวหลาม... (ว่าแต่ เราปลูกต้นไม้ลดโลกร้อนกันอยู่ใช่มิ)
รีเพลย์ ทำแบบเดียวกันกับอีกต้นนึง ต้นนี้ใบใหญ่กว่า เป็นแล้วนึกถึงปลาย่างห่อใบไผ่
พลังฝ่าตีนกลบ เพื่อสยบน้องหมา และเสริมสร้างความมั่นใจให้ไผ่ของเรา แต่อย่าอัดแน่นเกินไป มันจะขาดอากาศหายใจตาย
จริงๆภาพนี้มีปัญหามาก เพราะดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองดูอุบาทว์พิลึก เหมือนโอตาคุแก่ลงพุง ทั้งๆที่จริงเปิดสะดือดูก็ยังไม่เห็นเป็นลูกซาลาเปาแต่อย่างใด
เสร็จแล้วก็ดูผลงาน... ทำไมมันกลืนๆกันไปหมด ถางป่าคราวหน้าถ้าไผ่ของเรายังไม่โตมีหวังหายสาบสูญไปในดงดอกไม้โถส้วมแหงๆ
รูปนี้คือ ยุงตัวขนาดเท่าจิงโจ้น้ำเกาะที่หลังฝ่าเท้า แม่ผมเรียกให้รีบเอากล้องไปถ้่ายอย่างตื่นเต้น (ก่อนตบแม่มให้แบน) อืม... ถ่ายมาเพราะคุณแม่ขอร้องนะเนี่ย
.
.
.
หลังจากกลับเข้าบ้าน ก็เริ่มทำอาหารเย็นครับ เริ่มต้นด้วยการหั่นเนื้อ... (ที่วางมีดเพราะไม่งั้นจะถือกล้องไม่ได้)
จัดวางให้มันดู...สตรอว์เบอร์รี่นิดนึง อาหารบ้านๆจะได้ดูไฮโซ
นี่คือวัตถุดิบของเรา ใช่แล้วครับ เนื่องจากบรรยากาศป่าไผ่ ชวนให้เกิดสุนทรียรส วันนี้เชฟกระทะเหล็กจะพาเข้าครัวไปกับ แกงเนื้อหน่อไม้ นั่นเอง <<<มันสุนทรีย์ตรงไหนกันละนั่น
เพื่อความโรแมนติก จึงขอเสนอกลอนแคนโต้ "แกงเนื้อในป่าไผ่" (แคนโต้คือกลอนสามบรรทัด ไม่มีสัมผัสอะไรทั้งนั้น)
ลมโชย
ฉันกินแกงเนื้อหน่อไม้ในป่าไผ่อย่างหิวโหยและตบยุง
แซ่บ!
ไร้สาระมาพอสมควร ขอตัดเข้าส่วนสาระบ้าง
หน่อไม้ เป็นพืชที่มีประโยชน์...น้อยมาก เพราะนอกจากกากใยที่มีมากมายมหาศาลช่วยในการขับถ่ายแล้ว มันก็แทบไม่มีคุณค่าทางอาหารอะไรเลย หลายคนอาจจะเถียงว่า เอ๊ะ มันก็มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม บลาบลาบลา แต่อาหารชนิดอื่นในปริมาณเท่ากันมีเยอะกว่าอย่างเทียบไม่ติด
หน่อไม้ดอง หรือหน่อไม้ส้ม ทำจาก การหั่นหน่อไม้ไผ่ป่าหรือไผ่รวก (ไผ่ตงไม่นิยม) ให้เป็นแว่นๆ (นิยมสาวแว่น) แล้วเอาไปหมักกับน้ำซาวข้าวสองสามวัน จนเปรี้ยวได้ที่ ซึ่งก็จะทำให้มันพิเศษขึ้น ตรงที่ว่า ถ้าเราไม่ได้ดองเอง ทางร้านมักใส่สารฟอกสีหรือกรดต่างๆลงไป แถมยังเป็นแหล่งของจุลินทรีย์ที่อาจมีพิษโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botox) ที่ทำให้เป็นอัมพาต ระบบหายใจล้มเหลว ตายกันเป็นเบือลงข่าวไทยรัฐปีที่แล้วอีกด้วย...
แต่มันอร่อยนิ
ฉะนั้น ถ้าทำเอง ก็มั่นใจในความปลอดภัยของสารปลอมปนได้ ส่วนพิษ เราก็เอามาต้มที่อุณหภูมิ 60 องศา นาน 10 นาทีขึ้นไป เพื่อสลายสารพิษโบท็อกนั่นซะ ก็จะกินหน่อไม้ดองได้อย่างปลอดภัย ต้มแล้วก็เทน้ำออก
คราวนี้มาเคี่ยวกะทิ ใส่ไปสัก 1 ใน 3 ของกล่องก็พอสำหรับแกงหม้อขนาดกลาง ใส่พริกแกงลงไปเคี่ยว รอจนกะทิแตกมัน หอมกรุ่น
ก็ใส่เนื้อลงไปเคี่ยวตาม คนไปคนมาจนเนื้อสุก
ใส่หน่อไม้ลงไป ตามด้วยน้ำต้ม
หลังจากนั้นก็คนๆให้มันเข้ากัน ช่วงที่รออยู่ก็ไปหั่นพริกเม็ดใหญ่ยาว ที่บางคนเรียกพริกชี้ฟ้า แต่บางคนเรียกพริกหยวก เอาเป็นว่า ไปหั่นพริกเม็ดใหญ่ยาวนั่นเอาไว้ เด็ดใบโหระพาตามลงไป ใส่รองปูก้นชาม จะบอกว่า สารอาหารที่มีประโยชน์ในแกงนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากพริกแกงกับโหระพานี่แหละ
ได้เวลา กะว่าเข้ากันดี (ประมาณ 5 นาที) ก็เททิ้ง <<<จะบ้าเรอะ ก็ตักแกงราดลงไปในชามพริก+โหระพาที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ
ซูมออกมาอีกหน่อย ให้เห็นเมนูวันนี้ : ขนมจีบออร์เดิร์ฟ ผัดฟักทอง แกงเนื้อหน่อไม้ กับไก่ย่างมั้ง...จำไม่ได้แล้ว (จำได้แค่มีน้ำจิ้ม)
ก็ขอจบ Tag หน่อไม้เพื่อลดโลกร้อนและเพิ่มความอร่อยไว้ ณ ที่นี้
ของแถม : กลับบ้านทุกครั้ง ต้องไม่ลืมนังลิเดีย
ลิเดียเริ่มติดเห็บ เลยต้องสร้างกรงอย่างดี แยกมันจากหมาชั้นต่ำตัวอื่นๆ น่าสงสารลิเดียยิ่งนัก ที่ต้องเฝ้ารอเจ้าชายประดุจนกน้อยในกรงทอง ประดุจโรสบนเรือไทเทนิค ประดุจหมาฟ้ากับดอกวัด...
และแล้ว เราก็ค้นพบว่า ลิเดียชอบยืน 2 ขาและเต้นระบำ = ="
หากดูจากความสูงแล้ว อีกประมาณ 1 ปีมันคงเป็นคู่เต้นรำที่ดีของน้องสาวข้าพเจ้าได้เป็นแน่แท้
จบเรื่องบ้านนอกรายเดือนไว้เพียงเท่านี้
หายไปยาวนาน


เหมือนหมาบ้านผมเลย ชอบยืน 2 ขา
แล้วเอาขาหน้ามันมาเกาะขาผมไว้ แล้วเดินไปด้วยกัน...
ส่วนต้นไผ้ หลังบ้านผมมีเยอะมาก
ผมเอามาเหลาทำคันธนูตั้งมาก ก็ยังไม่หมด
แถมเป็นรังงูเห่าอย่างดี(พูดจริงๆเลยครับ)
#1 By ซับบาธ... on 2008-07-29 21:43