นิทานรถเมล์ (ไตรภาค)
posted on 25 Jun 2008 23:20 by mingninja in Me-Myself, Psycho-Baka, World-Society
เพลง : ป้ายรถเมล์
ศิลปิน : Teletubtub
(Entry นี้ออกแนวแหกคอก โปรดอ่านอย่างระมัดระวัง มีสามภาค อ่านแล้วเซ็งก็หยุดอ่านได้)
กาลครั้งหนึ่ง ไม่นานมานี้...
วันหนึ่ง ผมกลับจากซื้อของ และเดินขึ้นรถเมล์ อีกประมาณสามป้ายจะได้ลง
รถเมล์โล่งโจ้ง ไม่เบียดเสียด ผมยืนคนเดียว เหมือนปลาร้าโดดเดี่ยวกลางไห
ก็เจอกับอาเจ๊คนหนึ่ง นั่งอยู่ตรงฝั่งทางเดิน เมินหน้าไปหาหน้าต่าง ฟังเพลงเหมือนนางเอกมิวสิควีดีโอ สายลมทำเอาผมหล่อนปลิวไสวเบาๆ ว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ เบาะเดียวกัน ฝั่งริมหน้าต่าง ไม่มีใครอยู่เลย
จะว่ากลัวลมพัดผมปลิวไปรัดคอ ก็ไม่ใช่ เพราะปิดหน้าต่าง หรือว่าเธอจะเว้นที่ว่าง ไว้ให้สามีที่ตายจาก...
ด้วยความสุภาพ ผมสะกิดแล้วยิ้มให้
(อารมณ์ประมาณว่า ถ้าไม่ได้เลี้ยงกุมารทอง ก็เถิบเข้าไปหน่อยเถอะแม่คุณ กูถือของ เมื่อย)
เธอก็ถอดหูฟัง พูดดังๆพอให้ได้ยินทั่วทั้งรถว่า "จะทำอะไรน่ะ"
โอเค คนมองทั้งรถ สถานการณ์เปลี่ยนเป็นผู้ชายลวนลามผู้หญิง
ด้วยความหน้าด้าน (กูลวนลามแต่ผู้ชายโว้ยยยย...<<<ไม่ใช่และ) ก็เลยต่อปากต่อคำกลับไปว่า "เอ่อ ช่วยเถิบเข้าไปหน่อยนะครับ ขอนั่งหน่อยครับ"
"แล้วทำไมต้องมานั่งกับชั้นล่ะ ไม่เอาหละ เถิบเข้าไปแล้วมันร้อน"
นี่ หล่อน!!! หล่อนเป็นซึนเดระเรอะ!!!! ซึนเดระใช่ม้ายยยย~~~!!!! ผิวหล่อนมันเป็นวัตถุดำดูดกลืนแสงได้ดีอยู่แล้วไม่ใช่รึงาย!!! นั่งบนรถเมล์นะเว้ยเฮ้ย ไม่ใช่ขอนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องตาในร้านไอติม...หน้าต่างไม่ใช่สร้อยพระนะแม่คุณ จะร้อนอะไรขนาดนั้น...<<<ตานี่ก็ด่าได้เวอร์ไปนิด
"โอเค งั้นผมขอนั่งใน"
แล้วก็ได้ขมิบเบียดเข้าไปนั่งดั่งฝันปอง
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมเสือกลืมไปว่าอีกไม่ถึงสิบนาที ก็ต้องลง
ก็ต้องเบียดเสียด ขมิบตูดลอดระหว่างขากับเบาะออกมาอีกครั้ง
คราวนี้เลยโดนแขวะอีก "อะไรเนี่ย เข้าๆออกๆ เห็นชั้นเป็นอะไรยะ" คนถามมันถามอะไรน่ะ? อะไรเอ่ยเข้าๆออกๆเรอะ? แปรงสีฟันล่ะเซ่...
หมุ่ย อารมณ์ประมาณตกเป็นเป้าสายตาโดยไม่จำเป็น
.
.
.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จงวางแผนให้ดี ก้าวย่างทุกเสี้ยววินาทีมีค่า แม้แต่เวลาขมิบ
ผมลงจากรถเมล์ด้วยความหงุดหงิด จิตวิปเลี้ยวพอเป็นกระสัย
-----------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------
วันต่้อมา ผมกลับจากซื้อของ และเดินขึ้นรถเมล์ อีกประมาณห้าป้ายจะได้ลง
รถเมล์แน่นนิดหน่อย คนยืนแบบขลุกขลิก ขยุกขยิกเหมือนเงาะกระป๋อง
ด้วยความที่คนที่ยืนก็มีแต่เพศชาย พอมีที่นั่งว่าง ทุกคนจึงไม่ได้เบียดตูดเข้าไปเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี แต่จะเล่นเกมตามองตา สายตาก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ...
ช่างแม่ม ผมไม่มอง เดินซื้อของทั้งวัน ตอนขึ้นรถเมล์มีแต่มนุษย์เพศผู้ ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ก็เลยได้ที่นั่ง
ป้ายต่อมา ก็มีผู้หญิงขึ้นมาสองคน
เอาวะ แม้จะเมื่อยนรกแตก ก็ลุกให้นั่ง สร้างภาพลักษณ์ตามมารยาทสังคมที่ดี
หญิง A : มองตาหญิง B ... จะนั่งมั้ยล่ะคะ
หญิง B : มองตาหญิง A ... ไม่ล่ะค่ะ เกรงใจ ถ้าหล่อนไม่นั่ง ชั้นก็ไม่นั่ง
อันกษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำฉันใด ผู้ชายบนรถเมล์ ลุกแล้วก็ไม่คืนตูดฉันนั้น เธอคนหนึ่ง ฉันคนหนึ่ง เธออีกคนหนึ่ง เราสามคน ก็เลยได้แต่เหม่อมองไปคนละทิศ ยังกะมิวสิควีดีโอรักสามเส้า แต่ในใจผมคิดว่า "เสียดายเฟร้ย เอาที่นั่งว่างคืนมา"
ยืนเป็นสามทหารเสือเฝ้าที่นั่งอยู่สักพักใหญ่ (ประมาณสองป้าย) ราชินีก็มา เป็นเก้บท่าทางแข็งแรงกำยำ และตุ้งติ้ง เธอมองปราดเดียวก็รู้สถานการณ์ทั้งหมดระหว่างเราสาม จึงเดินเข้ามาปัดพวกเรากระจุยด้วยคำว่า "ขอนั่งหน่อยค่ะ" แล้วก็นั่งลงทันที ถอนขนหน้าแข้งเล่น อะไรเรื่อยเปื่อย...
นิทานเรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า ชายหญิงอย่ามัวเกรงใจกันอยู่ ไม่งั้นเสร็จกะเทย...
ผมลงจากรถเมล์ด้วยความหงุดหงิด จิตหงุดเงี้ยวอย่างแรง
-----------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------
อีกวันหนึ่ง ผมกลับจากซื้อของ และเดินขึ้นรถเมล์ นั่งรถจนสุดสายถึงจะได้ลง
ผ่านไปไม่นาน รถเมล์เบียดเสียดขั้นสุดยอด อัดกันยิ่งกว่าปลากระป๋องชั้นดีไม่มีน้ำมะเขือเทศ
ผมนั่งเบาะหน้า ติดคนขับ และติดกระจก จึงไม่ต้องลุกออกมาสละที่นั่งให้ใครเพราะลุกแล้วกระเป๋ามีด่า "ลุกมาทำไม คนยิ่งแน่นๆอยู่ ให้ยืนไปเถอะครับเด็กน่ะ" เพิ่งรู้ว่าอย่างงี้ก็มีด้วย - -''
รถเมล์สาย 338 เป็นรถเมล์สีน้ำเงินที่ขึ้นได้ทางเดียว และลงได้ทางเดียว เพราะมีอีตัวนับเคาน์เตอร์สามแขน (ที่เป็นเหล็กหมุนๆเหมือนที่ดักอยู่หน้าประตูส้วมน่ะ) กั้นคนเอาไว้ ประมาณว่า รุกเข้าไปแล้ว ถอยกลับออกไปทางเดิมมิได้ บุกรูหน้า ต้องถอยรูหลัง
ทางขึ้นอยู่หน้าคนขับ ทางลงอยู่ท้ายตัวรถ
ในบรรยากาศฝนตก รถติดช่วยฉัน~...ช่วยอะไรวะ??? ช่วยกระจายกลิ่นเต่าในรถเมล์เรอะ
อีก 1 ป้ายก่อนจะลง แผนผังบนรถออกมาเป็นอารมณ์นี้
ถ้านี่เป็นผังการเดินใน Exteen Dungeon ผมคงเดินไปให้ศัตรูฆ่าจนติดลบเป็นร้อยแล้วครับ
แถมอีของที่พ่วงไปวันนั้น คือ กล่องขนาดประมาณเคสคอมพิวเตอร์ 2 กล่อง
อย่าเพิ่งใจร้อน ส่วนตรรกะในสมองคิดอย่างรวดเร็ว ป้ายหน้าแล้วนะ... เอาไงดี
ทางเลือกที่ 1 รอให้เลยป้ายไป สุดสายแล้วนั่งรถว่างๆกลับมา
ทางเลือกที่ 2 ขอโชเฟอร์ลงทางประตูคนขับ ไปเสี่ยงตายกับสิบล้อแถวนั้น
ทางเลือกที่ 3 ปีนหน้าต่างโดดแม่ม...
ทางเลือกที่ 4 บุกเข้าไปกลางฝูงชน
ทางเลือกที่ 5 ตะโกนว่า This is SPARTAAAAA!!!! ก่อนบุกเข้าไปกลางฝูงชน
ทางเลือกที่ 6 หาแมงมุมรังสีมากัด แล้วเริ่มไต่ขึ้นไปหาทางออกโดยผ่านหลังคารถ
ทางเลือกที่ 7 ใช้พลังจัมเปอร์ ฟุ่บ!
ทางเลือกที่ 8 ตะโกนว่า "รู้มั้ย กูนี่แหละ คู่เกย์ของดวงเฉลิม" ถ้าฝูงชนไม่หลีกทางให้ เขาก็คงรุมกระทืบคุณแทน...
หนทางมรรคทั้ง 8 ย่อมมีทางใดใช้ได้สิน่า... แต่ทว่า รถจอดป้ายซะแล้ว
.
.
.
เหตุการณ์ใน 1 นาทีต่อมาเป็นแบบนี้
- ตะโกนบอกกระเป๋า ขอลงด้วยครับ
- โชเฟอร์บอก ออกทางประตูหน้าเลยไอ้หนู (อย่าได้คิดอะไรเชียว)
- รีบปีนออกไป โดนไอ้ก้านแขนเหล็กกั้นประตู ฟาดไอ้หนูจนหน้าเขียว เกือบหัวทิ่ม
- กระโดดลงมา ท่ามกลางน้ำเจิ่งนองเกือบเข่า ถึงน้ำจะเน่าแต่ก็ยังเห็นเงาหัว
- ยังใจชื้นว่าชุดนักศึกษาไม่เป็นไร มอไซค์ปาดมา แว้วววววว!!!!!
- เน่าในไปถึงบอกเซอร์
- คนบนรถโยนของมาให้ รับได้ด้วยอารมณ์เหมือนโยนกระสอบข้าวสารลงมาให้ตูยืนรับ
- กำลังนึกในใจว่าดีนะที่ของไม่เปียก รถแทกซี่ปาดมา ซูมมมมม!!!!
.
.
.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจสายฝน คนหน้าหวาน อาจารย์ใจดี และพี่โชเฟอร์รถเมล์
เอวังก็มีด้วยประการะฉะนี้
หมายเหตุ : การ์ตูนเผาสุดๆเลยงวดนี้ ไม่มีเวลา Edit อ่ะครับ
ฮึๆ ..
โอเค ควบคุมตัวเองได้แระ


มรรค8สุดยอด ><!!
#1 By ~Resha-Valentine~ on 2008-06-26 00:12