โกหก
posted on 24 Jun 2008 20:43 by mingninja in Medicine-Student, World-Society
เพลง : โกหก
ศิลปิน : Tattoo Colour
อัลบั้ม : ชุดที่ 8 จงเพราะ
(จริงๆจะเอา "โกหก" ของโจอี้บอย รึไม่ก็ "เธอนั่นแหละ(ตอแหล)" ของแบลคเฮด แต่...อันนี้สะใจดี)
Edit : เปลี่ยนเพลง!!! อ่านข้อมูลเพลงที่บล็อกคุณพี่เอ็ดดี้ พอดีเพิ่งกลับจากฟิตเนส มันก็เปิดเพลงนี้เหมือนกัน - -''<<<แค่เพลงประกอบจะเอาอะไรนักหนา หา
คำเตือน : ขโมยเพลงจากเนตเป็นสิ่งมิงาม ... ไปหาจากเว็บดาวน์โหลดจะดีกว่า
ทุกวันนี้ เราเจอแต่เรื่องโกหกรอบตัว โดยเฉลี่ยคนส่วนใหญ่จงใจพูดสิ่งที่ผิดประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน และพูดโกหกกับ 1 ใน 3 ของคนที่เจอ ฉะนั้นหันไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องโกหก เปิดข่าวดูทีวี ถ้าข่าวไม่ตรงกันสักช่องก็แปลว่าข้อมูลนั้นโกหก แถมคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวอีกต่างหากว่าโกหกออกไป อาจจะเรียกได้ว่า โกหกกันจนติดปาก เคยชินกันเลยทีเดียว บางคนพอรู้ก็โกรธ ทำไมคนอื่นต้องโกหก ทั้งๆที่ตัวเองก็โกหก ตลกดี
คนโกหกเพื่อป้องกันความอับอาย อย่างเวลาไปค่าย แล้วมีคนตด ถ้ายอมรับคุณก็จะกลายเป็นคนหน้าด้านไปในทันที แต่ถ้าคุณร้องอี๋แล้ววิ่งหนีไปกะเพื่อน ทำเสมือนชั้นเป็นแม่พระ อย่ามาตดใส่ชั้นนะอ๊ะอ๊ะอาย คุณก็จะอยู่รวมกับคนอื่นได้ตามปกติ บางคนโกหกเพื่อให้คนอื่นประทับใจ อย่างจะหาแฟนใหม่ที ใครมันจะไปนั่งสาธยายเรื่องไม่ดีที่ทำกะแฟนเก่าให้ฟัง ก็ต้องเล่าว่า โดนฝ่ายตรงข้ามทิ้ง น่าสงสาร...เรียกร้องความสนใจ กระซิกๆ หลายคนโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด ไม่ยอมรับโทษ หรือโกหกเพื่อโกง เพื่อเอาเปรียบคนอื่น ตัวอย่างนี้พบได้ทั่วไปในนักโทษ โจร วงไพ่ เซลล์แมน นักข่าวและนักการเมือง
แต่ไม่ว่าจะสาเหตุไหน อีพวกข้างต้นคือพวกโกหกเพื่อตัวเอง ซึ่งเราจะพบได้ครึ่งหนึ่งในสังคม อีกครึ่งหนึ่งจะเป็นการโกหกเพื่อคนอื่น (White Lie) <<<ไม่ใช่ "ไว้ลาย" น่อ เกิดจากการเรียนรู้ความคิดคนอื่น แล้วโกหกคือพูดในสิ่งที่ผู้ฟังอยากได้ยิน เพื่อการติดต่อ เป็นพัฒนาการให้เข้าสังคมได้ เข้าใจกันมากขึ้น โกหกกันมากขึ้น ฟังดูขัดแย้งกันดีไหม? แม้แต่เด็กปกติ ที่ไม่ใช่เด็กเปรตเด็กผีที่ไหน ก็จะเรียนรู้จิตใจคนอื่นและโกหกเป็นตอนอายุ 4 ขวบขึ้นไป จัดเป็นพัฒนาการตามปกติ ทำให้เด็กเริ่มแยกตัวออกจากพ่อแม่ ฉะนั้นปัจจุบัน ถ้าโกหกเป็น โกหกคล่อง ก็แปลว่าเริ่มพึ่งตัวเองกันได้แล้ว
ในทางการแพทย์ Temporal Lobe ในสมองมีความสัมพันธ์กับการโกหก จากการรวมข้อมูลอันซับซ้อนของบุคคลรอบกายคนโกหกอาจจะแสดงสีหน้าแบบคุมไม่ได้ เพราะเผลอไปคิดถึงความจริงเข้า อยากเกาจมูก ไม่สบตา กะพริบตาถี่ๆ หน้าผากย่น รูม่ายตาหด จมูกแหก ปากบาน เหงื่อออก ฯลฯ (ทำไมบรรยายแล้วเหมือนนายกจังฟระ) แต่เอาเข้าจริงๆก็มีคนควบคุมอาการพวกนั้นได้ง่าย คือโกหกแบบแนบเนียน <<<รึไม่ก็หน้าตาแบบนั้นอยู่แล้ว
ปี 1920 มีการสร้างเครื่องจับเท็จจากเหงื่อ ชีพจร และจังหวะการหายใจ แต่กลายเป็นว่า สามในห้าตื่นเต้น เลยจับผิดคนไปซะยังงั้น นักจิตวิทยาเลยเริ่มใช้คำถาม เริ่มจากถามทั่วไป กินข้าวรึยัง ชื่อพ่อชื่อตานั่นตานี่ใช่ไหม แล้วจู่ๆก็ตัดเข้าไปหาคำถามที่ไม่เกี่ยวกันเลยแต่ซีเรียส เช่น เคยขโมยของจากห้างไหม เคยทำร้ายสัตว์รึเปล่า ฯลฯ ปัจจุบันประยุกต์เป็นการอ่านคลื่นสมองแทน
แต่คนบนโลก 5% จะจับโกหกเก่งอยู่แล้ว คือรู้ถึงจิตใจคนอื่น และคนกลุ่มนี้ก็จะโกหกเก่งได้เอง คือจะโกหกคนอื่น ก็ต้องหลอกตัวเองให้เชื่อก่อน สีหน้าก็ไม่เปลี่ยน ดูจริงใจตลอดเวลา เลยโกหกได้แนบเนียนจนแม้แต่อ่านคลื่นสมองยังทำได้ยาก ในขณะที่อีก 5% โกหกจนติดเป็นนิสัย โกหกพร่ำเพรื่อ จนคนรู้กันหมดว่าโกหกและไม่เชื่อใจ พวกนี้คือนักโกหกระดับห่วย โกหกแบบไม่รู้กาละเทศะ เรื่องไม่สำคัญก็ยังโกหก บ่อยครั้งมักพบว่าเป็นโรคจิต หรือมีความผิดปกติในสมองส่วนที่ใช้เหตุผล ทำให้ฟุ้งซ่าน พูดมาก แต่งเรื่องราวได้ แต่มีเหตุผลรองรับ
การโกหกเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่ก็ขัดแย้งกับศีลธรรม เห็นได้ชัดในพวกที่โกหกจนบุคลิกเปลี่ยนไป ไม่น่าเชื่อถือ มีการวิเคราะห์ว่า ถ้าสังคมมนุษย์ไม่มีการโกหกเลย ก็จะสื่อสารแบบซับซ้อนไม่ได้ ทุกอย่างจะกลายเป็น Logic ซื่อตรง โหด และไม่แคร์ความรู้สึกของผู้ฟัง เหมือนโลกหุ่นยนต์
ลองตอบคำถามง่ายๆ
คุณอ่านบทความยาวเหยียดขนาดนี้ได้ทุกตัวอักษรโดยไม่เบื่อเลยใช่หรือไม่ <<<แน่นอน ชั้นเขียนเอง...ก็เบื่อเอง
ถ้าไม่ติดงาน คุณอยากออกไปร่วมทำกิจกรรมอะไรซักอย่างกับเรื่องการเมืองในตอนนี้ใช่หรือไม่ <<<ไม่
White Lie จำเป็นต่อการดำรงชีวิตใช่หรือไม่ <<<นักวิจัย ไม่ หมอ ใช่อย่างแรง ลองบอกคนไข้ตรงๆว่า "พรุ่งนี้คุณก็คงตายแล้ว" ดูสิ
ปกติคุณโกหกประจำ แม้รู้ตัวก็โกหกใช่หรือไม่
ข้อเมื่อกี๊ ถ้าตอบว่า "ใช่" คุณคิดว่าตัวเองจะดูดีในสายตาผู้อ่านไหม
จำเป็นแค่ไหนที่คนเราต้องโกหกกัน?
หวังว่าอ่านแล้ว จะมองเรื่องนี้เปลี่ยนไปบ้างนะครับ
ขอบคุณนางแบบ : "โกหก!!!!" โดย เรนะ จาก Higurashi ฯ ภาคการ์ตูน ภาคเกม ภาคอนิเม และภาคภาพยนตร์
ดัดแปลงจาก : Lct. จิตวิทยาในการโกหก


อร๊าา สำหรับผักแล้วมันก็ขึ้นกะสถานการณ์อ้ะคะ
แต่ก็ไม่ชอบโกหกอ้ะคะ เพราะไหงซะเราก็รู้อยู่ว่าเราเป็นอะไรอ้ะคะ
แต่คนอื่น ....สำหรับผักแล้วก็ไม่สามารถทราบได้
(แน่สิว่ะเรา //โดนถีบ)
แต่ถ้าโกหกไม่มากเกินไป ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
หรือถ้าจะให้ดี ก็ไม่โกหกเลย... แต่แบบนั้นคงไม่ดีคะ
เดี๋ยวจะกลายเป็นแบบเรื่อง invasion แฮะๆ
อ้อ ขอยกเว้นหมอด้วยคนอ้ะคะ แฮะๆ
ปล. ชอบจังตรงที่ท่านเจ้าของบลอคว่า (White Lie) <<<ไม่ใช่ "ไว้ลาย" .... อิอิ
ปลล. ชอบเอนทรี่นี้จังเลยค่า ให้
#1 By b B e a r s lll what i want is what i've got on 2008-06-24 22:15