หวาน

posted on 17 Jun 2008 19:53 by mingninja  in Medicine-Student

เพลง : หวาน
ศิลปิน : ปราโมทย์ วิเลปะนะ
อัลบั้ม : หมีพูห์ ???

เคยไหมครับ ที่พอถึง เช้าวันเรียนอีกครั้งในรอบสัปดาห์ ขณะที่เสียงนกแสกบินกลับรังอย่างร่าเริง แต่เราจะต้องตื่นมาตอนเช้าๆด้วยอาการเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม สะลึมสะลือ เดินไปทางไหนทำไมมันมืดมน อึมครึมยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกหมดแรง มึนตึ้บ คิดอะไรไม่ออก คิดออกแค่ว่า น่าเบื่อชะมัด แต่ฉันต้องไป (ตามหน้าที่) อีกแล้ว...ว่าง่ายๆตามประสาชาวบ้านคือ โรคขี้เกียจเรียนนั่นเอง <<<ตูจะนอน

แต่ถ้าว่ากันตามหลักวิชาการ มันคืออาการขาดน้ำตาลครับ

ตามปกติแล้ว ฮอร์โมน Insulin ที่ทำหน้าที่เอาน้ำตาลไปสะสม (เป็นไขมัน) จะพุ่งสูงในช่วงดึก รวมทั้ง Cortisol ที่พุ่งขึ้นกับ Glucagon ที่ลดลง ส่งผลให้ในยามเช้าคนเราจะมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย

อย่าง ที่เคยเล่าไว้ ว่าหลายคนคิดว่าน้ำตาลเป็นเรื่องใหญ่ และรังเกียจที่จะเติมน้ำตาล บางคนเติมน้ำตาลมากเกินพิกัด บางคนกลัวอ้วนเพราะโค้กกระป๋องเดียว บางคนไม่เข้าใจว่าทำไมเค้ก 2 ปอนด์ทำเอาน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 5 กิโล (ส่วนตัว ผมเองก็เกลียดของหวานครับ)

มาดูเรื่องถูกผิดเกี่ยวกับน้ำตาลในชีวิตเรากันเถอะครับ (อ้างอิงจาก เอกสาร Endocrine มากมายก่ายกอง)

 

หมากินน้ำตาลทำให้ดุ

ความเป็นจริง : มีส่วนครับ เพราะนักวิจัยได้วิเคราะห์ออกมาแล้วว่า ความอ้วนเกินพอดี รวมถึงน้ำตาลในกระแสเลือด มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ (ผ่านทางฮอร์โมนอีกนั่นแล) ว่ากันตามจริง คนที่น้ำตาลในกระแสเลือดสูง (ไม่ใช่เบาหวาน) มักจะดู Alert ส่วนคนที่ระดับน้ำตาลต่ำ ก็เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน จะงัวเงียตลอดเวลา

ที่ Ren ง่วงนอนตลอดเวลาเพราะไม่ชอบของหวานรึเปล่านะ...

http://images.quizilla.com/H/HA/HAS/Hasegawa/1138946166_Gre-ren-01.gif

 

 

ก่อนออกกำลังควรกินน้ำผลไม้หรือน้ำหวาน

ความเป็นจริง : น้ำผลไม้มีน้ำตาลฟรุคโตส (ห้ามอ่านฟัคโตสเด็ด ขาด) ส่วนน้ำหวานมีซูโครส (น้ำตาลทราย) ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ทันทีไม่ได้ ต้องย่อยก่อน ดังนั้นการกินดื่มก่อนออกวิ่งไม่ได้ช่วยให้เพิ่งพลังงาน บ้าพลังขึ้นมาเลย รวมถึงการดื่มตอนดูหนังสือดึกๆ จะทำให้อ้วนมากขึ้นก็เท่านั้น

น้ำตาลฉุกเฉินที่ใช้พยาบาลผู้ป่วยเป็น ลมหรือให้พลังงานแบบดูดซับเร็ว เอาไปใช้ได้ทันทีคือกลูโคส ซึ่งค่อนข้างแพงครับ จะบดน้ำตาลทรายให้เป็นผงก็ไม่ได้กลูโคสออกมาหรอกนะ (แต่ปัจจุบันน้ำตาลปกติก็แพงนรกอยู่แล้ว)

 

คนเป็นเบาหวานมักจะผอม เพราะน้ำตาลในเลือดสูง ไม่สะสมเป็นไขมัน

ความเป็นจริง : คนเป็นเบาหวานที่อายุเยอะๆ จะเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง แต่ร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้ ก็เลยใช้โปรตีนจากกล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงาน ผลก็คือได้กรดมากมายจนร่างกายรับไม่ไหว ในการชันสูตรผู้ป่วยเบาหวานที่ถึงแก่กรรม เราจึงมักจะพบบ่อยๆว่า ที่อ้วนๆน่ะทั้งร่างกายมีแต่ไขมัน ส่วนกล้ามเนื้อลีบหายไปหมด

 

ยาแก้โรคเบาหวานซื้อกินเองได้

ความเป็นจริง : จริงๆ ยาแก้โรคเบาหวานมีหลายสูตร และแก้ตามอาการครับ บางตัวออกฤทธิ์เฉียบพลัน (คือกินหรือฉีดแล้วน้ำตาลลดฮวบฮาบ ผลคือถ้าคนกินไม่ได้กินข้าวมาก่อนก็เป็นลม) บางตัวออกฤทธิ์ทั้งวัน ผู้ป่วยจึงต้องโดนบังคับให้กินข้าวตรงเวลา ไม่งั้นกินยาแล้วม่อง สรุปคือ อย่าซื้อเองเป็นอันขาด แถมยังต้องคำนวณข้าวกับยาให้พอเหมาะ ตรงตามตารางเวลาอีกตะหาก

 

หวานเป็นลมขมเป็นยา

ความเป็นจริง : ในตำรับยาสมุนไพรไทย คัมภีร์ของขุนโสภิตบรรณลักษ์ กล่าวว่าสมุนไพรที่มีรสหวานสามารถแก้พวกโรคทางจิตหรือพวกโรคไม่กระชุมกระชวย ก็คงต้องพูดเหมือนหมอชีวกโกมารภัทร ว่าสมุนไพรทุกอย่าง ทำยาได้หมด จะหวานขมเปรี้ยวเค็มก็ตาม

 

น้ำตาลทรายแดงช่างเลิศเสียนี่กระไร

ความเป็นจริง : ว่ากันตามความบริสุทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ น้ำตาลทรายแดงไม่ผ่านการฟอกสีฟอกขาวจากโรงงานก็ย่อมมีสารปนเปื้อนน้อยกว่า และแน่นอนว่า น้ำผึ้งเป็นแหล่งน้ำตาลที่ดีที่สุด แต่ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง ทรายแดง ทรายขาว คุณสมบัติของน้ำตาลยังไม่เปลี่ยนไป ยังคงให้พลังงานและก่อโรคเบาหวานได้เท่าเดิม การกินน้ำผึ้งเยอะๆจึงไม่ได้แปลว่าจะดีต่อสุขภาพ ถ้าเอาไปปรุงยาก่อนล่ะว่าไปอย่าง

 

กินเท่าไหร่ อ้วนเท่านั้น

ความเป็นจริง : 1+1 ไม่เท่ากับสองเสมอไป ปฏิกริยาเคมีในอาหารนั้นโคตรจะซับซ้อน ยกตัวอย่างง่ายๆว่า แป้งในมันฝรั่ง (เช่นมันฝรั่งทอด) ทำปฏิกริยาได้ดีกับแป๊บซี่ ผลคือได้พลังงานเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว

ในแล็บที่ผมเรียนอยู่ ปฏิกริยาพวกนี้สร้างสีสันและงานทดลองอันน่าปวดหัวให้อย่างแรง

 

คนน้ำตาลในเลือดต่ำก็จะเป็นลม

ความเป็นจริง : ขึ้นกับสาเหตุด้วย คนน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีอาการไปทั่ว ตั้งแต่หนาว สั่น กระฟัดกระเฟียด เหงื่อแตก ปวดหัว อ้วก ท้องร้อง หิวโหย ชัก มองภาพซ้อน เสียสติ ฯลฯ เป็นลมคืออาการหนึ่งเท่านั้น การที่จะตัดสินว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ให้ดูว่า ต้องมีสาเหตุ ต้องวัดค่าได้ต่ำจริง และเมื่อให้น้ำตาลทดแทนแล้ว อาการหายไป

 

อวัยวะที่ต้องการน้ำตาลมากที่สุดคือสมอง

ความเป็นจริง : ถูกต้อง เพราะ แม้เนื้อสมองประกอบด้วยไขมัน แต่ตัวมันกลับไม่สามารถย่อยไขมันไปใช้ (ไม่งั้นสมองก็หายหมดสิเฟร้ย) ฉะนั้น น้ำตาลจึงมีผลกระทบอย่างแรงต่อสมอง คือร่างกายจะเอาน้ำตาลไปเสิร์ฟที่สมองก่อนอยู่แล้ว

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและสารเคมีที่กระตุ้นสมองได้ดีที่สุด แถมลดความอ้วนกะไขมันในเลือดอีก ฉะนั้นถ้าไม่อยากกินกาแฟโต้รุ่ง ลองหยิบแอปเปิ้ลมากินแก้ง่วงดู

 

อ่านจบแล้ว รู้สึกมึนตึ้บ หนักสมองใช่ไหม

สับสนไปหมด วางแผน Exteen Dungeon ต่อไปไม่ถููกใช่ไหม

หมดไอเดียอัพบล็อก เริ่มเบื่อแล้วใช่ไหม

 

ลองเพิ่มระดับน้ำตาลดูสิครับ

 

ประกาศข่าวเพิ่มอีกหน่อย จนถึงเที่ยงคืนวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย) Firefox 3 เปิดให้โหลดแล้ว ใครอยากได้เล่นเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ก็ไปร่วมโหลดทำสถิติลงกินเนสต์บุคกันครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น้ำตาลปัสสาวะ คิดได้ไงsad smile

#1 By คนธรรมดา on 2008-06-17 20:03

โอ้ววว ความรู้เรื่องน้าตาลแน่นเอี๊ยดเลย
ชอบๆ มีตั้งหลายเรื่อง ที่แอบเข้าใจผิดๆ ไป
แต่ว่า ทำนาน้ำตาลอย่างงั้นใครจะกล้าซื้อกิน 555

แปะดาวให้กะความหวาน
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By chenlee on 2008-06-17 20:08

อ่านจบแล้ว ผมควรจะไปทานลอดช่องต่อดีมั้ยเนี่ย sad smile

อ่านสามบรรทัดท้าย คิดว่า ควรจะไปทานอย่างเร่งด่วนเลย ฮ่าๆๆ

#3 By บอมเบย์ on 2008-06-17 20:30

ก๊ากกกกกกกกกกกกก..
แอบแขวะชาวบ้านเค้าได้อีกนะเนี่ย sad smile Hot!
ได้ความรู้ดีจริงๆ
อืม..ต้องเลิกกินมันฝรั่งกับน้ำอัดลมแล้วสิsad smile

#5 By wesong on 2008-06-17 20:42

พึ่งซัดแอปเปิ้ลไปทำไมง่วงฟะ อิๆ

คาดว่าแชมป์กะเอ็ดต้องการกระตุ้นสมองอย่างเร่งด่วน จึงหวังจะให้นมและนมข้มเข้าสู่เซลล์สมองผ่านหนังศีรษะ ก๊ากๆๆ Hot!
อยู่รอหมาไฟมะไหวมั้งคะ ><
น้ำตาลจากปัสสาวะ... - -

#7 By ~Resha-Valentine~ on 2008-06-17 21:27

มันฝรั่ง+น้ำอัดลมพลัง3เท่า sad smile

เจอที่พิมพ์ผิดครับ...ตรงนี้
v
v
-----------------------------
ก่อนออกกำลังควรกินน้ำผลไม้หรือน้ำหวาน

ความเป็นจริง : น้ำผลไม่้มีน้ำตาลฟรุคโตส
-----------------------------


ปล.การ์ตูนวันนี้ฮามากๆครับ + เนื้อหาได้สาระสุดๆ Hot!

#8 By SkyKiD on 2008-06-17 21:59

สรุปว่ายังไง กินก็อ้วนอยู่ดีสินะ
แหม จะหาข้อที่กินแล้วไม่อ้วนอยู่ open-mounthed smile Hot!

#9 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-06-17 22:06

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณค่ะ
ถึงจะอ้วนแต่ก้อเลิกไม่ได้ซะทีไอ้พวกขนมหวานทั้งหลายเนี่ย
การ์ตูนนี่...
ทำเอาไม่กล้ากินน้ำตาลในโรงบาลเลย

#12 By WhiteMapleS on 2008-06-17 22:21

ตายละอ่านว่าฟัคโตสมาตั้งนานconfused smile

#13 By VAR on 2008-06-17 22:41

สรุป(เอาเอง)ว่า
กินหวานยังไงก็สะสม(ลงพุง)หมด sad smile

#14 By -JpNc- on 2008-06-17 23:47

ผมว่าขี้เกียจมันไม่ได้เกีย่วกับน้ำตาลนะ
อิอิ


สมัยเด็กๆนึกว่าคนที่เป็นเบาหวาน
ต้องทานน้ำตาลเยอะๆ
จะได้หนักหวานsad smile
อ่าน ต่อน อวัยวะที่ต้องการน้ำตาลมากที่สุด----นึกถึงL//เพลงเข้ามาก ถึงกับขำ

#16 By hiney* on 2008-06-18 00:20

จะทำหวานเย็นกินเองก็ครานี้แล
เย่...หวานฉี่question

#17 By ฮ (125.25.20.238) on 2008-06-18 01:31

Hot! มีประโยชน์ล้ำเลยครับ

ลานปัสสาวะผู้ป่วยเบาหวาน อันนี้น่ากลัวเกิน (หรือมีคนทำจริงหรือเปล่าเนี่ย)

มันฝรั่งทอด) ทำปฏิกริยาได้ดีกับเป๊บซี่ แล้วทำไม่ดีกับโค้กหรือครับ confused smile confused smile confused smile

#18 By mnop on 2008-06-18 03:42

เป็นคนหนึ่งที่ไม่กินของหวานทุกชนิดค่ะ
ทำกับข้าวก็ไม่ใส่น้ำตาลค่ะ sad smile

คือไม่ได้ตั้งใจ แบบว่าลืมน่ะค่ะ sad smile
แต่เห็นคนกินก็กินเอร็ดอร่อยดี
ตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่ใส่น้ำตาล

แล้วก็ พี่เคยคิดจะเขียนเรื่องหวานค่ะ
แต่กะจะใช้เพลงหวานของเนอร์สเซอรี่ซาวด์ประกอบค่ะ
รู้จักหรือเปล่า เกิดทันมั้ย question

ชอบเรื่องนี้ค่ะ เพราะไม่กินหวานจริง ๆ
แต่คนรอบข้างชอบกันมาก ๆ sad smile
สาระทั้งนั้นHot!
แบบนี้ต้องหันมากินของหวานซะแล้วสิ

ปล.แป๊บซี่กับเฟรนฟราย รู้ละทำไมกินบ่อยๆถึงอ้วนsad smile

Recommend