เพลง : ซากอ้อย
ศิลปิน : So Coooooooollllll!!!!!!! แปลว่า เจ๋งสาดดดด~
อัลบั้ม : สองมั้ง จำได้แค่ว่า MV มีซากอ้อยติดเปลือกตา...เจ๋งมากๆ...

 

วันนี้ไปยืนคุยกับแม่ค้าข้าวแกง เลยได้เห็นไอเดียลดโลกร้อนแบบแปลกๆของมหาวิทยาลัยมาครับ (อุตส่าห์ไปขอป้ายจากแม่ค้ามาเข้าเครื่องแสกนให้ดูเลยนะนี่)

(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

 

สรุปเนื้อหาคือ

- กล่องผลิตจากซากอ้อยใช้งานคล้ายกล่องโฟม แต่สลายได้ใน 45 วัน

- มหาวิทยาลัยบังคับให้ทุกร้านใช้กล่องซากอ้อยแทนกล่องโฟม

- ผู้ซื้อต้องเสียเิงินเพิ่มอีก 2-3 บาท

 

อันนี้เป็นกล่องซากอ้อยที่ว่า อาหารจาก 20 บาทเลยเพิ่มไปสองบาท ได้ตังค์ทอนเป็นเหรียญมาตรึม...อย่างเซ็ง

Zoom ให้ดู Texture ชัดๆ ว่าลายมันวิจิตรกว่ากล่องโฟมมากนัก... แต่พอนึกถึงว่า ซากอ้อยจากปากใครมาใส่ข้าวเราแล้วมันแหวะๆยังไงไม่รู้...

Edit : ก่อนด่า อ่าน Rep.13 สักนิด 

Edit ซ้ำ : นี่เป็นมุข เข้าใจไหมครับ - -'' จริงๆแล้วซากอ้อยมาจากโรงงาน และผ่านกระบวนการที่มีประสิทธิภาพเรียบร้อยแล้วครับ คือไม่อยากให้โวยเรื่องประเด็นนี้น่ะครับ เพราะส่วนตัว ผมเองคิดว่า 2 บาทเพื่อ "ขยะ" นี่มันออกจะแปลกๆไปหน่อยน่ะครับ

 

คราวนี้จะมาบอกว่าซากอ้อยโหลยโท่ยไม่ได้แล้วนา...(หึหึ สงสัยบล็อกคุณวิชัยเทพโรงแรมอาจจะต้องเปลี่ยนคำอุทานเป็น "เลี้ยงส่ง" แทน ความหมายคล้ายกัน) ซากอ้อยลดโลกร้อน ลดปัญหาขยะ ลดปัญหาโฟมได้... สมควรที่หลายสถาบันจะเอาไปทำตาม...

 

แต่

 

สิ่งที่ป้ายไม่ได้บอกไว้

- กล่องซากอ้อยบังคับให้ทุกร้านสั่งซื้อจากมหาวิทยาลัย

- จริงๆกล่องนั่นราคาประมาณ 5 บาท แปลว่าทางร้านค้ากะลูกค้าต้องจ่ายคนละครึ่งทาง คือ 2.50 ซึ่งร้านใจดีจะคิดแค่ 2 บาท แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยใจดี

- ไม่ได้ห้ามใช้ถุงพลาสติก

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา

- ร้านค้าส่วนใหญ่แย่งกันซื้อกล่องแทบไม่ทัน บางร้านไม่มีกล่องใช้ไปซะงั้น

- ลูกค้าซื้ออาหารใส่กล่องลดลง ลดการใช้โฟมหรือกล่องพลาสติก แต่กลายเป็นซื้อข้าวแยกกับใส่ถุงพลาสติก (ถุงใส่ของร้อนแบบใส) แทน เพราะน้อยคนที่จะเปลี่ยนไปหอบปิ่นโตมา เลยกลายเป็นเพิ่มถุง แถมช้าอีกตะหาก

- คนบ่นว่าอาหารแพง

แล้วคุณผู้อ่านคิดว่านี่เป็นไอเดียลดปัญหาโลกร้อนที่เข้าท่ารึเปล่าครับ?????

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นความคิดที่ดี
แต่ต้องปรับให้ใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

#51 By marukogg on 2008-05-13 16:16

เราว่ามันก็ครีเอทดีนะ! แค่อาจจะลืมเรื่องการซื้อกักตุน

แล้ว pricing เนี่ย เริ่ดมากๆ เพราะว่า นอกจาก production + Overhead แล้ว เราต้องบวกต้นนทุนทางสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย

5 บาทค่ากล่อง ... คือ 5 บาทที่เราจ่ายไปเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไง!!!!

จริงๆถุงพลาสติกน่าจะบวกค่ารีไซเคิลเข้าไปด้วยนะ ... ทีนี้ละ แพงโฮกกกก

#52 By nya on 2008-05-13 16:38

เหมือนจะเข้าท่าแฮะ

ลองดูสัก 2-3 เดือน พอมีปัญหาคาดว่าน่าจะแก้ไข
ก็เข้าท่า...ถ้าสามารถผลิตได้ในปริมาณมากกว่านี้น่าจะลดต้นทุนลงไปอีก...ขึ้นอยู่กับ มหา'ลัยอยากอะเป่า 55+

confused smile ปกติไม่ซื้อกล่องโฟมอ่ะ กินที่โรงอาหารเลยยย

#54 By !!!~.C.D.~!!! on 2008-05-13 19:55

ก็เป็นความพยายามที่ดี
แต่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มรึนี่...ถ้าเอากล่องข้าวไปใส่เองเค้าจะลดราคาให้มั้ยง่ะ?

#55 By Mika on 2008-05-13 23:11

...เข้ามาอ่านไปสองสามหน้าแระ..เพิ่งสังเกตชื่อบล็อก..

1พี่เป็นพี่ไอ้ขวัญใช่ม้าย?(ไม่ใช่ให้ตบสามที)
2เราเคยเจอหน้ากันเมื่อหลายปีก่อน?
3จำหน้าไม่ได้แร้ว
4เนตมันยิ่งกว่าโลกกลม
5ยินดีที่ได้เจอ(ในเนต)อีกครั้งค่ะ

#56 By Mika on 2008-05-13 23:40

ผมว่าใช้ถาดอาหารประจำตัวเหมือนโรงเรียนประถมก็ดีนะ กินเสร็จก็ล้างเอง แล้วก็ฝากไว้ที่ร้านข้าวนั่นแหละ ถ้าชอบกินหลายร้านก็ซื้อไว้หลายถาด ต่อไปก็จะมีคนเปิดกิจการรับฝากถาดอาหารในมหาลัย แล้วผมก็จะไปเซ้งกิจการนั่นทันที คิดแค่วันละบาท ถูกกว่าค่ากล่องชานอ้อยอีกนะ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย นำไปสมทบทุนโครงการอาหารกลางเด็กยากจน เอ... ผมเพ้อเจ้อเกินไปรึเปล่าเนี่ย? sad smile

#57 By GiBB☯ on 2008-05-14 05:12

ซากอ้อยก็ยังเป็นซากอ้อยอยู่ดีsad smile sad smile

#58 By (^_^)/nana on 2008-05-14 11:33

เอาปิ่โตไปด้วยดีมั้ยจะได้ประหยัดกว่าembarrassed

#59 By pangtode on 2008-05-14 17:22

เอาปิ่นโต หรือกระปุกมาใส่กับข้าวเอง จะช่วยเรื่องโลกร้อนมากกว่ารึเปล่านะ ลงทุนครั้งเดียว ไม่ต้องคอยจ่ายค่ากล่อง"ซากอ้อย" ไปเรื่อยๆ ทีละ 2-3 บาท แบบนี้

#60 By General เบ๊ on 2008-05-14 18:39

ซากอ้อยที่นำมาทำกล่องบรรจุอาหาร เอามาจากโรงงานผลิตน้ำตาล หรือไม่ก็จากกลุ่มแม่บ้านที่ทำน้ำอ้อยบรรจุขวด ไม่ใช่เหรอครับ

ตามความคิดเห็นผม คงไม่มีใครนั่งเคี้ยวอ้อย เพื่อเอาซากอ้อย มาแปรรูปเป็นกล่องบรรจุอาหาร เพราะมันเหนื่อย หรือถ้ามีก็..... (เติมเอาเอง)

ไม่รู้ว่าผิดป่าว แต่ขอแสดงความคิดเห็นแบบนักเรียนมอปลาย เพราะผมเพิ่งอายุ ฉิบแปดต้นต้น

#61 By หนึ่ง on 2008-05-14 18:48

ใช้ใบตองสิวัสดุจากธะรมชาติ !!

#62 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-15 10:50

^^

นั้นดิ เกือบละ เกือบจะเข้าท่าแล้ว
แนวคิดดี
แต่การจัดการไม่ดี

หุหุ
ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสารพิษที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทโฟมและพลาสติก
สไตรีน มอนอเมอร์ ( Styrene Monomer) พบในโฟมทุกประเภท และพลาสติกบางประเภท
ผลต่อร่างกาย
* เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
* ระบบฮอร์โมนผิดปกติ ปัญหาต่อมไทรอยด์และประจำเดือนในสตรี
* ในหญิงตั้งครรภ์ทำให้เกิดความผิดปกติของโครโมโซมในทารกที่เกิด
* เกิดความผิดปกติของต่อมน้ำเหลืองและเกร็ดเลือดต่ำ
* มีผลต่อระบบประสาท อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย หลับยาก
ไดออกซิน ( Dioxin) พบในพลาสติกบางประเภท
ผลต่อร่างกาย
* เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง
* มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ ในเพศชายทำให้จำนวนอสุจิลดลง ในเพศหญิงทำให้มดลูกและรังไข่ผิดปกติ
* ทำให้ทารกแรกเกิดมีความผิดปกติ
ไวนิล คลอไรต์ มอนอเมอร์ ( Vinyl Chloride Monomer) พบในพลาสติกบางประเภท โดยเฉพาะ PVC
ผลต่อร่างกาย
* เป็นสารก่อมะเร็งตับ ที่สำคัญสารเหล่านี้จะปนเปื้อนเป็นจำนวนมากเมื่อ
1. แช่แข็ง หรือ เย็นจัด 3. เมื่อสัมผัสกับความร้อน
2. ใช้กับเตาไมโครเวฟ 4. อาหารที่มีไขมัน
ที่มาข้อมูล : Health Care Without Harm (HCWH) ประเทศสหรัฐอเมริกา US EPA REPORT สนใจหาข้อมูลเพิ่มได้จากwww.google.co.th พิมพ์คำว่า สารก่อมะเร็ง + โฟม, หรือ Cancer หรือ Carcinogen in Foam and Plastic

#64 By ann (124.121.242.16) on 2008-07-28 11:00

เห็นถึงผลร้ายที่มากับบรรจุภัณฑ์โฟมและพลาสติกกันแล้วนะจ้า ดังนั้เราน่าจะ เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้กล่องโฟมมาเป็น บรรจุภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันได้แล้วนะ

#65 By ann (124.121.242.16) on 2008-07-28 11:08

ซากอ้อยที่คุณเจ้าของกระทู้ว่า ไม่ได้มาจากอ้อยที่คายจากปากใครหรอกน่ะค่ะ
เท่าที่มีข้อมูลเนี่ย เขาผลิตจากซากอ้อยที่ใช้ในการผลิตน้ำตาล
และผ่านกระบวนการที่ได้รับการรับรองอย่างดีว่าปราศจากสารพิษ
จนได้เยื่อชานอ้อยที่สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นภาชนะรูปทรงต่างๆได้
ที่สำคัญสุดๆ คือบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีสารพิษ(ก่อมะเร็ง)เหมือนโฟมและพลาสติกเวลาที่เราใส่อาหารรับประทานกัน
อีกอย่างที่เด็กธรรมศาสตร์อย่างเราจะได้ทำกัน คือการช่วยโลก จะเรียกว่ากู้โลกก็ได้มั้ง เพราะว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้มีคุณสมบัติย่อยสลายจากการฝังกลบเพียง 45 วัน ซึ่งแตกต่างจากโฟมและพลาสติกที่ต้องใช้เวลาเป็นพันๆปีน่ะ
ประโยชน์แค่สองเรื่องก็คงพอสรุปได้ว่า สิ่งที่ชาวธรรมศาสตร์ทำจะเกิดประโยชน์ต่อตัวธรรมศาสตร์และโลกเองก็ว่าได้
ดังนั้น โปรดใช้และแนะนำให้คนที่เรารู้ จักใช้เถอะ เสียเงินเพิ่มอีกนิด ได้ชีวิตที่มีคุณภาพระยะยาวน่ะ มะเร็งก็ไม่เป็น แถมรักษาสิ่งแวดล้อมอีกตะหาก บ้านเราอะใช้กันทั้งบ้านเลย ขอบอกกกกก!!!!

#66 By pukpik (124.120.45.168) on 2008-07-28 13:14

จากที่รู้ข้อมูลมานะจ้า ซากอ้อยที่เพื่อนๆเรียกกันนะ เค้ามีชื่อนะจ้า เรียกว่า เยื่อกระดาษชานอ้อยจ้า แล้ว ชานอ้อยที่เค้านำมาทำบรรจุภัณฑ์นั้นนะจ๊ะ เค้าได้มาจากโรงงานน้ำตาล ไม่ได้มาจากปากใครน๊ะ ดั้งนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะน่าขยะแขยงนะจ้า ปลอดภัยจ้า และอีกอย่าง กว่าจะมาเป็นบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเนี้ย เค้าก็ได้เยื่อกระดาษชานอ้อยที่ผ่านการทำความสะอาด มาแล้ว เยื่อกระดาษชานอ้อยจากธรรมชาติที่ไม่ใช้คลอรีนในการฟอกสี ( ECF)
จึงมั่นใจในความสะอาดและปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อน และไม่ก่อให้เกิดของเสียจากกระบวนการผลิต นอกจากนี้การผลิต ได้เจ้าบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเนี้ยนะเมื่อทำแกมาเป็นบรรจุภัณฑ์แล้วยังผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภคอีกด้วยนะจ้า สะอาดแบบยกกำลัง 2 ไงละจ้า

#67 By ann (124.121.242.16) on 2008-07-29 10:25

^
^
อ่านรีพลาย 13 หน่อยครับ ผมไม่ได้รังเกียจว่ามาจากไหนครับ - -'' คือ เรื่องกรรมวิธีนี่เล่นมุกครับ

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ทีนี้ อีกประเด็นหนึ่งคือ มันแพงครับ นี่แหละคือปัญหาหลักในสายตาผู้บริโภคทั่วไป

แต่ความเห็นผมนะ ไปใช้กล่องข้าว/ปิ่นโตกัน ก็ดีแล้วละครับ

#68 By on 2008-07-29 11:00

อ่านรีพลาย 68 เห็นด้วยนะ ที่ว่ามันยังราคาแพงอยู่ เพราะลำพังค่าอาหาตอนนี้ก็ราคาขึ้นอยู่แล้ว กแต่ยังไง ก็ พิจรณา ตามความเหมาะสมของการใช้งานละกันเนอะ เพี่ยงแต่ ปัจจุบันก็ยังดีที่มีทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ได้เลือกใช้

#69 By ann (124.120.78.113) on 2008-08-21 09:48

Recommend