ประสบการณ์เกณฑ์ทหาร...ด่านถึก + Tag หัวนมจากพี่เอ็ดฯ
posted on 03 Apr 2008 12:25 by mingninja in Me-Myself
เพลง : น้ำตาจ่าโท
ศิลปิน : สุรพล สมบัติเจริญ
อัลบั้ม : รวมฮิต มนต์เพลงสุรพล
1 เม.ย. 5 ทุ่ม
วัน April Fool's Day ที่วุ่นวายที่สุดในรอบ 22 ปี - -'' มีทั้งเรื่องโดนหลอกตั้งแต่ตี 1 โดนตลอดวัน แถมเข้าห้องแล็บอาจารย์ยังเล่น มีรายการโทรทัศน์มาถ่ายทำ แถมกินเลี้ยงส่งอีก พรุ่งนี้จะกลับบ้านเพราะหยุดยาวถึงสงกรานต์ ไม่ว่าจะเรียนจบเป็นนายแพทย์หรือเป็นนักวิจัย ทำไมวันหยุดมันสั้นเหมือนกันเลยฟระ...
2 เม.ย. 8.30 น.
ตื่นมา เปิดเนต อัพบล็อกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไม่ได้แตะอินเตอร์เนตไปอีก 15 วัน ทำไมชีวิตวัยรุ่นของข้าพเจ้าหมดเร็วจริงๆ ยังไม่สะใจเลย...
9.30 น. เสร็จแล้ว และนั่งเล่นอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฝากฝังบอร์ดกับเพื่อน เชคเมล ตั้งโหลดเพลง จัดการแบคอัพข้อมูล ฯลฯ
ทำไมคนเราชอบนึกอะไรสำคัญๆที่น่าจะทำนานแล้วได้ซะตอนวินาทีสุดท้ายนะ...
เที่ยงพอดี ผมเดินไปอาบน้ำ หอพักผมคิดน้ำฟรี ทำไมช่วงเวลาที่คนใช้น้ำมากที่สุดของปีอย่างเมษายนดันกลายเป็นช่วงปิดเทอม...
12.30 น. หลังจากผ่านวิกฤตการณ์เมื่อปีที่แล้วมาได้ ทำไมชีวิตทึ่สุขสงบมันกลายเป็นน่าเบื่อซะงั้น ผมหยิบครีมนวดหลังสระผม ครีมมัยโฆษณาว่าเป็นไข่ผสมน้ำมันมะกอก...หิวว่ะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย อาบน้ำเสร็จลงไปสั่งสั่งไข่เจียวท่าจะ...
[เสียงเพลงแนว Soul โหยหวนเสียบประสาทหูดังขึ้นมาจากบนเตียง]
"หวัดดีแม่"
"อยู่ไหนแล้วล่ะลูก"
"ก็อยู่หอไง เดี๋ยวกินข้าวแล้วเดี๋ยวกลับ"
"ยังไม่มาอีกเหรอ???? วันนี้มีเกณฑ์ทหารนะ ถ้าไม่มารายงานตัวผ่อนผันเดี๋ยวก็โดนจับเข้าคุกทหารหรอก ฯลฯ..."
[404 - Page not found.Cannot connect to server]
12.45 น.
"เฮ้ย 1,500 มันไปถึงกาญจน์แล้วไม่ใช่เรอะเพ่ - -''
"รถผมใหม่นา ไม่งั้นใครจะกล้าไปส่งคุณถึงลพบุรี" <<<เกี่ยวอะไรกันเรอะ
"พันเดียวไม่ได้เรอะ" นึกขึ้นมาได้ ทำไมน้ำมันเสือกขึ้นราคาก่อนหน้านั้นพอดีวะ
"ว่าแต่ พี่จะไปให้ทันกี่โมง"
...
"บ่ายสอง"
13.00 น. แท็กซี่สีนมเย็นพุ่งออกไปจากรั้วเหลืองแดง อันที่จริง ไม่ว่าแท็กซี่จะสีอะไร ถ้าเร็วขนาดนี้แล้วแหกโค้งก็คงมีสีแดงเหมือนกัน...
ผมไม่รู้จะวุ่นวายใจไปทำไมให้ปวดไส้ติ่ง เพราะเมื่อเพื่อนปฏิเสธที่จะขับมอเตอร์ไซค์ไปส่ง ส่วนลุงที่ลาดพร้าวก็ดันติดงาน แท็กซี่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดทางออกสุดท้าย เนื่องจากผมเทเลพอชั่นไปปรากฏตัวบนที่ว่าการอำเภอไม่ได้ซะด้วย เวลาที่เหลือเฟือขณะอยู่บนรถทำให้คิดอะไรได้มากมาย...ผมเลยบอกให้แท็กซี่กดมิเตอร์เล่นๆ พร้อมยกมือสาบานว่าจะจ่ายตามที่ตกลงกันไว้ แต่อยากดูมิเตอร์เฉยๆว่าไอ้การวิ่งเป็นร้อยกิโลเมตรมิเตอร์มันจะวิ่งระห่ำขนาดไหน
ผมเองก็ลืม ว่าวันที่ 2 เมษาของทุกปีเป็นวันรายงานตัวทหารแห่งชาติ แม่ก็ลืมเลยต้องลุกมาหาเอกสารทั้งๆที่เป็นไข้อยู่ พ่อก็อยู่โรงพัก คุยกับเพื่อนตามประสาพ่อที่ดี ส่วนทางการมันก็ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรล่วงหน้าซักกะติ๊ด ผู้ใหญ่บ้านก็เพิ่งโทรมาตามแม่ตอนเที่ยงตรง...ในตอนที่กำลังจะเริ่มจับใบดำใบแดงกันแล้ว
ทำไมคนเราเวลามีปัญหาชอบค้นหาว่าใครผิด ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้แก้ปัญหานั้นขึ้นมาแต่อย่างใด
พ่อโทรมาบอกว่า ถ้าไปไม่ทันแน่ๆ ให้ดิ่งเข้าไปโรงยาบาล จะผ่าแปลงเพศ ทำตัวให้บ้า หรือทำเป็นป่วย ขอใบรับรองแพทย์ ยังไงก็ได้ จะได้รอดพ้นจากคุกทหาร...ช่างเป็นพ่อที่ดี
ผมสงสัยว่าผมอาจจะได้เข้าโรงบาลเพราะอุบัติเหตุ รึไม่ก็เข้าคุกตำหนวดไปก่อนคุกทหาร เพราะแท็กซี่มันขับรถยังกะอยู่ในเกม Need for Speed ถ้ามีดริฟท์อีกนิดผมคงคิดว่าอยู่ในเกมเดียวกับทาคูมิฟูจิวาระแห่ง Initial D เป็นแน่แท้...
14.00 น. เพิ่งเข้าเขตจังหวัดลพบุรี ผมดีใจที่ไม่หลงทาง (ขนาดเคยบอกทางเพื่อนจากจตุจักรมาธรรมศาสตร์ยังหลงทางได้ คิดดู) นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่สุดของวัน
"นี่ไกลมากเลยนะเนี่ย"
"น้ำมันแพง ต่างจังหวัดไม่มีก๊าซด้วย"
"รถใหม่ๆโทรมหมด"
"ปกติไม่มีใครเขามาส่งหรอกนะรู้มั้ย"
และสารพัดกระปอดกระแปด แท็กซี่กลับมาวิ่งช้าขนาดสิบล้อขนอ้อยยังวิ่งแซง
"อ่ะ ผมเพิ่มให้อีกสองร้อย"
แล้วไอ้ราคาเหมารถที่ติดไว้หลังเบาะข้างหลังกับที่มึงตกลงไว้ตอนแรก มึงจะมาตกลงราคาให้เสียเวลาทำไมเรอะ
หลังเพิ่มราคา รถแท็กซี่ก็แล่นแซงสิบล้อขนอ้อยแล้ว...
14.30 น.
ยัดเยียดเงินให้แท็กซี่พันสี่ ราคาที่มิเตอร์บอกคือ 837 ถ้ากูรอดทหารจะเอาไปซื้อเลข 3 ตัวซัก 100 นึง ผมคิดในใจ
"ทำไมมาสาย"
"วิดพื้น 10 ยก"
รีบอยู่ไม่ใช่เรอะ
วิดไปห้าที
"พอ...ถ้ามีใบผ่อนผันก็เอาไปยื่นที่จุดตรวจ"
รู้สึกดีที่เอกสารบางส่วนผมพกติดตัว แต่พอค้นดูในแฟ้มเก็บเอกสารที่พกประจำ...
ใบเปลี่ยนชื่อฉบับถ่ายเอกสารใช้หมดไปแล้วพร้อมใบเปลี่ยนนามสกุล ทะเบียนบ้านเป็นฉบับเร่งด่วน (ไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเลย) ใบปั๊มยืนยันตัวหายไปคาดเดาว่าอยู่กับใบผ่อนผันที่แม่ ใบเรียกตัวเป็นของปีก่อน ใบปลิวหนังเรื่องนาค ใบลดราคาหมึกปรินเตอร์ ใบเสร็จเซเว่น ฯลฯ
โอเค ทั้งเนื้อทั้งตัวผมมีบัตรประชาชนใบเดียวที่ใช้ได้ ชื่อไม่ตรงกับใบเรียกตัวอีกตะหาก
หันไปมองผู้ใหญ่บ้าน
"เค้าจับไปเท่าไหร่แล้วลุง"
"รอบนี้รอบสุดท้าย เหลือ 20 คน เหลือแดง 1 มั้ง"
ทำไมเศรษฐกิจห่วยขนาดนี้คนสมัครทหารยังน้อยวะ รึต้องรอให้เศรษฐกิจพังมากกว่านี้อีก แต่ถ้าเศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้นล่ะ...เป็นไปได้เรอะ
อืม...ถ้าเพิ่มผมเข้าไป ก็จะเป็น 21 คน โอกาสที่จะจับใบแดงคือ 4 เปอร์เซนต์กว่าๆ หรือจับฉลาก 100 คนจะมีคนซวยแค่ 4 คนกว่าๆ ซึ่งเท่ากับ 1 ใน 21 นั่นเอง...<<<จะคิดไปทำไมเรอะ - -''
ถ้าจับแล้วได้ใบดำ ก็คือหลุดรอดไปตลอดชีวิต ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน...(เพียงหมื่นห้า แล้วคุณก็จะได้รับการวินิจฉัยหลุดจากเกณฑ์เพราะพิการว่า นิ้วกลางเท้าขวาเบี้ยว หรือนิ้วก้อยมือซ้ายแป) ไม่ต้องผ่อนผัน ไม่ต้องเดินทางเป็นฟงอวิ๋นแบบนี้ทุกปี...
"โอเคคับ ผมไม่ได้ผ่อนผันครับ"
15.00 น.
ตรวจร่างกายเสือกผ่าน เพราะหัวนมอักเสบรึไงไม่รู้ทำให้รอบอกใหญ่ขึ้นจนเกิน 75 เซนต์ไปซะมากมาย ตามรูปหัวนม (ทำแถกหัวนมไปด้วยเลย เหอๆๆๆ ถ้าเห็นรอยฟันแสดงว่าท่านตาดีเกินไปแล้วหละ)
.
.
.
แถมผมดันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ส.
ทั้งๆที่ชื่อเดิมอยู่ อ. ดีๆ เลยกลายเป็นว่า ต้องจับฉลากคนแรก
เอาน่า 1 ใน 21 นะเว้ย...
ตอนถูกเรียกชื่อ ผมนึกถึงเพื่อนที่เคยด่าผมสมัยเลิกเรียน รด. ตอน ม.6
"เรียน รด.มา 2 ปี อยู่ๆมึงเลิกเรียนแล้วถ้าติดทหารจะเป็นไงวะ"
"ถ้าติดก็สมัครเป็นทหารเด่ะ เหลือปีเดียว แต่อย่างกูไม่ติดหรอก ลพบุรีมันจังหวัดทหารเว้ยยยย...คนสมัครเยอะ"
"ถ้ามึงติดจริงจะทำไง"
"จัดโต๊ะจีนเลี้ยงคนทั้งรุ่น"
...
ตอนนั้นก็ปากดีไปงั้น พอมาตอนนี้โคตรสั่นเลยเว้ยยยย~
เสียงคนรอบข้างเชียร์กันอื้ออึง ไอ้ญาติคนอื่นที่ไม่ได้จับก็เชียร์ "ใบแดง ใบแดง ใบแดง" เสียงเชียร์ใบดำทำไมไม่ได้ยินวะ ผมแว่วคำว่า "เอาเลย เอาเลย เอาเลย" เป็น "ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่" หยุด หยุด ตัดประสาทการฟังออกไปซะ...
โหลสีดำสนิทเหมือนไหกระแช่หมักชั้นเยี่ยมถูกยกแล้วเขย่า
ผมล้วงลงไป หยิบกระดาษสากๆ ความรู้สึกเหมือนมันเป็นการ์ดเกมชนิดหนึ่ง แต่มันลื่นเหงื่อเหมือนเล่นเกมมรณะ
หยิบและชู สิ่งที่อยู่ในมือ คือ...
.
.
.
กระดาษที่มีสีดำเหมือนปมเชื้อราของ Tinea Nigra
กระดาษที่ดำเหมือนโดนเผาด้วยไฟจากเกศาเพลิงเนตรอัคคี
กระดาษที่กดทดสอบสีดูแล้วได้ #000000
.
.
.
ผมอยากให้เป็นแบบนั้น...
แต่ความเป็นจริง กระดาษแม่งแดง...แดงเหมือนผ้าปูโต๊ะจีน...
แล้วเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น เหมือนกับแรมของผม ที่รู้สึกราวกับมันหลุดออกจากเมนบอร์ดไปโดยอัตโนมัติ พร้อมๆกับซีพียูที่กำลังปะทุไฟ
15.10 น.
จริงๆมันก็ไม่เวอร์ขนาดนั้นครับ เล่าให้ตื่นเต้นไปแบบนั้นเอง เพราะชีวิตคนเราจะมีปรากฎการณ์ Ex Machina สักกี่ครั้งกันเชียว...ถ้าคุณไม่เข้าใจปรากฏการณ์นี้ โปรดอ่านเรื่องสั้นของคุณภูมิชาย บุญสินสุขในหนังสือ ABC ของ A book ถ้าคุณพลาด ไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มาจากงานสัปดาห์หนังสือ... Ex Machina แปลว่าเหตุการณ์โคตรพระเจ้าเหาะลงมาช่วย...เอ๊ะ ว่าแต่ว่า เราเพิ่งจับใบแดงมาใช่มั้ยนี่...
เรื่องของเรื่องคือ คุณแม่ผมเธอมาถึงสนามตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และดำเนินเรื่องไปเรียบร้อย ยื่นเอกสารไปหมดแล้ว ผลการจับใบแดงจึงสมควรจะเป็นโมฆะ ทหารนายหนึ่ง กลิ่นแอลกอฮอล์หอมกรุ่น คละเคล้ากับกลิ่นกายและเรือนหนวดน่าซุกไซร้...(จริงๆคือ เหม็นเหล้าผสมเหงื่อมากๆจนแทบอ้วก แต่นึกได้ว่าข้าวยังไม่ได้กินแต่เช้า อ้วกไปก็ไม่มีอะไรออกมา เลยไม่อ้วก) จึงเป่านกหวีดหยุด แล้วมาลากผมออกไป และเขียนสัญลักษณ์แห่งการผ่อนผัน ทับไปที่แขน ล่อให้มะเร็งผิวหนังกินจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแม่ผมไม่ใช่โคตรพระเจ้าเหาะลงมาช่วย กรรมการทหารชั้นผู้ใหญ่ คาดเดาว่าเป็นพลจัตวา บอกว่าใบแดง ประกาศต่อสาธารณะไปแล้ว แถมเจ้าตัว (คือผม) สะเออะบอกขอจับใบกบดำกบแดงด้วยตัวเองไปก่อนแล้ว แต่แม่ผมก็พ่นลมหวัดโต้แย้งบอกว่ายื่นเรื่องผ่อนผันเรียบร้อยไปก่อนเจ้าตัวประกาศ...ซึ่งผมก็แย้งในใจ ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงกันนะแม่ - -'' ใบต่างๆก็มีไม่ครบ หลักฐานก็ขาด หากันไม่ทัน ที่สำคัญ ตอนผมบอกขอจับแม่ยังมาไม่ถึงไม่ใช่เรอะ
แต่เรื่องนี้ เงียบไว้น่าจะเป็นผลดีมากกว่า
แถมอีกเรื่อง
นิ้วเบี้ยวก่อนจับ คือหมื่นห้า ราคาหลังจับ คือห้าหมื่น
หืม...ผมไม่ได้ตั้งใจให้คิดถึงคอรัปชั่นใต้โต๊ะนะ...ผมหมายถึง เอ่อ...ราคาคอมของผมก็แล้วกัน
เป็นอีกเรื่องที่เงียบไว้ดีกว่า แต่ว่า...วันนั้นนอกจากแท็กซี่ราคาเชือดคอ ผมกับแม่ก็จ่ายแค่ค่าลูกชิ้นปิ้งหน้าอำเภอไป 20 บาท แค่นั้นจริงๆครับ ไม่ได้จ่ายอะไรอีก แถมกลับไปท้องเสียที่บ้านอีกตะหาก...
3 เม.ย.
เมื่อคืนเรากลับมาอย่างมึนๆ บรรยากาศโคตรมาคุ เพราะทะเลาะกันจนไม่รู้ว่าผลเป็นยังไง ผู้ใหญ่บ้านเลยอยู่รับหน้าต่อ เพราะแม่ไม่สบาย ส่วนผมยังไม่กินข้าว เลยขอตัวกลับก่อน
ตอนเช้าผมขอแม่ไปอำเภออีกรอบ ไม่ได้ไปยื่นเรื่องคำร้องโอดครวญตะไลตะลานบานเบอะอะไรนะครับ ไปเล่นเนต และเว็บแรกที่ผมเปิดคือ
www.iannnnn.com
เพราะ...ผมจำได้ว่าคุณไอ้แอนนนนนติดทหารนั่นเอง - -'' แค่นั้นจริงๆ
เวลาผมจมอยู่ในภวังค์แห่งความเครียดและการรอคอย ผมจะมึนงงและฟุ้งซ่านครับ ซึ่งเป็นลำดับที่ขัดแย้งกับกลไกรับมือกับความเครียดตามหลักจิตวิทยาของมนุษย์โดยทั่วไป ผมพยายามวินิจฉัยตัวเอง แล้วรู้สึกว่าเปล่าประโยชน์ ผมโพสท์สั่งลาโลก (หมายถึง สั่งลาบอร์ด DCS สั่งลาบล็อกและไดอารี่ทั้งเก่าและใหม่ทุกแห่ง สั่งลาเพื่อนที่คณะ สั่งลาเพื่อนผ่านอีเมล โทรและเมสเสจไปบอกหลายคนที่รู้จัก อย่างไรก็ตาม รู้สึกว่าตัวเองมีสติพอที่จะเสียดายเงิน จึงไม่ส่งหมดทุกคน) มองหน้าต่าง มองไดอารี่ที่เขียนแล้วก็จินตนาการว่าตัวเองเป็นดาวจุฬาที่อกหัก แล้วก็ได้สติว่า ถ้าต้องเป็นทหารจริงก็เล่นคอมได้นี่ ทำงานอดิเรกได้ อ่านหนังสือได้ อ่านการ์ตูนได้ ไม่ต้องเครียดด้วย แค่เล่นบิทไม่ได้ ไปเที่ยวตามใจไม่ได้ ต้องพักการเรียน 1 ปี ทำวิจัยไม่ได้ แล้วก็ต้องทำตามคำสั่งของนายเหนือหัวอย่างไร้เหตุผลโดยขัดขืนไม่ได้ โอ้ว~ล่ามผมไว้ เฆี่ยนผมได้เลย...
โดยสรุป : เป็นการฟุ้งซ่านที่สนุกดี... แต่เวลาเรากังวล สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ นั่งสมาธิสงบจิตใจ ดังนั้น 1 ชั่วโมงผ่านไปผมเลยปิดคอม แล้วกลับบ้านไปกินโยเกิร์ตรสธัญพืชก่อนนั่งสมาธิกลางสนามหญ้า...เอากลดมาปักเถิด ข้าพเจ้าจะนั่งให้ไปถึงฌาณระดับ 7...
ทำไมคนเครียดแล้วขาดสติ
ทำไมต้องให้กฏทหารมาครอบคลุมกฏหมายอื่นและชีวิตประจำวันของวัยรุ่นชาย
ทำไมประเทศไทยต้องเกณฑ์ทหาร (เคยคุยกะเพื่อนชาวญี่ปุ่นและเยอรมันเรื่องนี้ วิจารณ์กันโคตรรรรรมันส์ครับ)
ทำไมต้องใต้โต๊ะ
ทำไมยศมาก่อนความสามารถ
ทำไมวะ...
และแล้ว...
ก่อนที่จะฟุ้งซ่านมากไปกว่านั้น...
ลุงผู้ใหญ่ก็เอาผลลัพธ์มาบอก
ก่อนที่ผมจะหลุดปากถามไปว่า ทำไมไม่มาซะตอนรายงานตัวเกณฑ์ทหารเลยล่ะ
"เออ ไม่ต้องเป็นทหารแล้วนะ"
เออ-ไม่-ต้อง-เป็น-ทะ-หาร-แล้ว-นะ
เ-อ-อ ไ-ม่-ต้-อ-ง-เ-ป็-น-ท-ห-า-ร-แ-ล้-ว-น-ะ
.
.
.
เหมือนประกาศว่า School Day จะสร้างต่อภาคหลัง
เหมือนมีสินค้าตกค้างเต็มคลัง แล้วมีคนมารับเหมา
เหมือนยกภูเขาเอเวอเรสต์ออกจากอกไปถมช่องแคบยิบรอลตาจนเต็มเหว
เหมือนคนเลวหายหมดไปจากรัฐสภา
เหมือนคนบ้า...
"1101000101......!!!!! /me ตะโกนสามบ้านแปดบ้าน"
แต่ก็ต้องมีข้อแม้ ตามฟอร์มของหนังตลกร้าย
"แต่กลายเป็นโดนผ่อนผันเหมือนเดิมแทน กลับไปเรียนได้ตามปกติ แต่ปีนี้เรียนจบ ปีหน้าต้องเข้าเกณฑ์แล้วนะ" แถมท้ายด้วยว่า กรรมการทหารฝากมาด่า ว่าทีหลังผ่อนผันแล้วก็บอกก่อนเด่ะ ไม่ใช่มามั่วขอจับแบบนี้ ทีหลังจับติดแล้วต้องเป็นนะเฟร้ย ฯลฯ ทั้งนี้เกิดมาจากความคิดบ้าๆบอๆชั่ววูบนั่นเอง แต่ว่า แค่ได้เรียนปีนี้ จบได้ก็สุดยอดแล้วท่าน ใครจะมีโอกาสได้จับใบดำๆแดงๆสองรอบล่ะ <<< อยู่ในวงไพ่ไง จับหลายรอบเลยหละ
พระเจ้า...ปกติผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพรรค์นี้หรอก แต่ไม่รู้ว่าแม่หรือพ่อไปบนอะไรไว้ที่ไหนรึเปล่า ถ้ารู้ผมจะเอาโต๊ะจีนไปเซ่นซักโต๊ะ
.
.
.
ถ้าซื้อหวย 837 ถูกซะก่อนล่ะก็นะ...
โอ้ย~โคตรดีใจว่ะครับ ^^
ตอบข้อเท็จจริงคำถามล้านแตก รับรองด้วยความสัตย์จริง Animal for Sure...
1.ตอน ม.ปลาย ผมเรียน รด. 2 ปี หากต้องติดทหารก็ชดใช้กรรม 1 ปี ส่วนเรื่องชื่อ ผมเปลี่ยนชื่อ+นามสกุลเมื่อปีที่แล้ว เพราะแต่งงาน <<<ไม่ใช่ละ
2.ผมยื่นผ่อนผัน แต่วันที่ไปรายงานตัว เสือกมั่นใจในความน่าจะเป็น โดยลืมไปว่า "เข้าใกล้ศูนย์ไม่ไช่แปลว่าเป็นไปไม่ได้" เลยไม่ได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าผ่อนผัน โชคดีที่แม่มาช่วยลูกทันเวลาพอดี กระซิกๆ
3.ได้แถกหัวนมมา เลยปรับให้เข้าบรรยากาศ งืมๆๆๆ
4.ถ้าอยากหลุดทหาร นอกจากอ้วนจน BMI เกิน 35 หรือแปลงเพศ หรือวิกลจริต หรือพิการ หรือจ่ายเงิน คุณยังหลุดได้ด้วยการบวชหรือรับราชการเป็นเวลานาน 10 ปีขึ้นไป
5.เป็นทหารใช่ว่าจะไม่ดีนะครับ เงินเดือน 7000 ฝึกหนักแค่ 2 เดือนแรก อาหารที่พักพร้อม ผมละสงสัยจริงๆทำไมคนไม่อยากเป็น
>>สับสน? หลงทาง? หาไม่เจอ?<< คลิก


ว่าแต่มาเล่าหลังสงกรานต์นานไปมั้ยคะ 55+
#1 By 〖 ริโอะ 〗 on 2008-04-03 12:39