Brain Ctrl เรื่องประสาทๆ : สั่งให้ลืม สั่งให้เปลี่ยน สั่งให้เชื่อ
posted on 25 Mar 2008 21:35 by mingninja in Medicine-Student
เพลง : เธอบอกให้ลืม
ศิลปิน : ใครสักคนที่ไม่ใช่พลพลและเอ็นโดรฟิน ลืมไปแล้ว
อัลบั้ม : ชื่อศิลปินยังลืมเลยจะรู้ชื่ออัลบั้มได้ไง
ยังจำอาจารย์ Neuroendocrine ผมที่ผมเคยกล่าวถึงอาเจ๊ว่าจบจากอเมริกา + ใส่สายเดี่ยวสอนได้ไหมครับ??? (ถ้าจำได้ แสดงว่าหื่นใช่ย่อยนะเนี่ย - -'')
วันนี้มีประชุม "การประชุมวิชาการครั้งแรกด้านประสาทวิทยา"
สรุปเนื้อหาจากแหล่งข่าว + จากอาจารย์ก็คือ ปัจจุบันมีการทำแผนที่ทางระบบประสาทได้สมบูรณ์ขึ้นมากโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเราถือว่า ระบบสมอง มีผลต่อพฤติกรรมมนุษย์มากกว่ายีนส์หรือ DNA นั่นคือการผ่าตัด รวมถึงการใช้ฮอร์โมน (Neuroendocrine) จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ได้ รวมถึงการพัฒนาการของสมองโดยโภชนาการในช่วงแรกเกิดถึง 5 ปี (หลังจากอายุ 5 ปี สมองจะตายวันตายคืน ไม่พัฒนาอีก)
www.yugioh-cards.net
อันนี้ข่าวเต็มๆ จากผู้จัดการ <<<ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเป็นข่าววิทยาศาสตร์ มาจากแหล่งข่าวนี้เชื่อถือได้ ^^''
ศาสตร์การแพทย์ในอนาคตแสนเจิดจ้า
ฉายแสงแนวทางรักษาโรคทางสังคมได้ด้วยความเข้าใจในกลไกสมองที่ควบคุมการแสดง
ออกของพฤติกรรม ติดเหล้ายา การพนัน หรือพฤติกรรมจี้ ปล้น ฆ่า
ก็รักษาได้ด้วยประสาทวิทยาศาสตร์
สมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,
ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย
และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ร่วมกันจัดการประชุมวิชาการครั้งแรกด้านประสาทวิทยาศาสตร์
(The First National Conference on Neuroscience) ระหว่างวันที่ 25-26
มี.ค. 2551 โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นเป็นทางการเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25
มี.ค.
ต่อจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บทบาทเทคโนโลยีชีวภาพกับประสาทวิทยาศาสตร์" โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ประสาทวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย: อดีต, ปัจจุบัน และอนาคต (Neuroscience in Thailand : Past, Present, and Future)โดย รศ.ดร.นัยพินิจ คชภักดี อุปนายกสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย และผอ.ศูนย์วิจัยชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรม ม.มหิดล
ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า
ประสาทวิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาการทำงานของสมองจากการสูญเสียหน้าที่บาง
อย่างเมื่อสมองได้รับบาดเจ็บ
โดยในอดีตใช้วิธีการผ่าตัดสมองบางส่วนเพื่อศึกษาถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ต่อมามีแนวคิดที่จะสร้างแผนที่สมองและภาพ 3 มิติ
เพื่อขยายศักยภาพการศึกษากลไกการทำงานของสมอง
และเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทให้มากยิ่งขึ้น
จนมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการทำแผนที่สมอง เช่น ซีที (Computed Tomography: CT), เอ็มอาร์ไอ (Magnatic Resonance Imaging: MRI), สเปคท์ (Single Photon Emission Computed Tomography: SPECT) เพ็ทอฟเอ็มอาร์ไอ (functional MRI)
“เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้นักวิจัยศึกษาวิเคราะห์ได้ไม่ยากว่าสมอง
ส่วนใดมีความผิดปกติ ส่งผลอย่างไร และควรรักษาอย่างไร
หรือรู้ว่าสมองส่วนควบคุมการทำงานอยู่ตรงบริเวณไหน (Motor area)
เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในบริเวณ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดปัญหาความผิดพลาดได้
สามารถศึกษาเปรียบเทียบการทำงานของสมองในกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมต่างๆ ได้
เช่น คนติดเหล้า ติดยา หรือติดการพนัน อาจเป็นโรคที่รักษาได้ในอนาคตด้วยประสาทวิทยาศาสตร์” ศ.นพ.จรัส กล่าว
ด้าน รศ.ดร.นัยพินิจ เผยว่า แนว
โน้มในอนาคตของการศึกษาด้านประสาทวิทยาศาสตร์
จะเป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองและระบบประสาทที่มี
ส่วนควบคุมการแสดงออกของพฤติกรรมทางสังคม
เพื่อหาวิธีการรักษาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม
“ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน
การศึกษาทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในยุคคลาสสิค ศึกษากายวิภาคของ,
ชีววิทยา หรือเคมีของระบบประสาท ต่อมาเข้าสู่ยุคโมเลกุล
ก็เป็นการศึกษาประสาทวิทยาศาสตร์ระดับเซลล์ โมเลกุล และยีน
เพื่อทำความเข้าใจกับกลไกในระบบประสาท
และหาวิธีรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท ซึ่งก็มีเทคโนโลยีต่างๆ
เกิดขึ้นมากมายที่ช่วยให้ศึกษาการทำงานของสมองได้ไม่ยาก” รศ.ดร.นัยพินิจ
กล่าว
“แต่ในอนาคตการศึกษาทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะสมองและระบบประสาทมีผลกับชีวิตและสังคมมากยิ่งกว่ายีนหรือดีเอ็นเอเสียอีก
ซึ่งจากการศึกษาทางพันธุกรรมพบว่ายีนมากกว่า 60%
เป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
และประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวพันกับการทำงานของสมองและจิตใจ
เป็นสิ่งควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางพฤติกรรม” รศ.ดร.นัยพินิจ แจง
รศ.ดร.นัยพินิจ กล่าวว่า
การศึกษาที่ผ่านมาทำให้นักวิจัยเริ่มรู้แล้วว่าการแสดงออกทางพฤติกรรม
ลักษณะต่างๆ นั้นถูกควบคุมด้วยสมองส่วนใด และหากศึกษาให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
ประสาทวิทยาศาสตร์จะช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาทางสังคมได้ (Social neuroscience) ได้แก่ พฤติกรรมรุนแรง ก้าวร้าว การติดยา ติดการพนัน และพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายต่างๆ เช่น การปล้น จี้ หรือฆ่า
ประสาทวิทยาศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่จะมีบทบาทมากขึ้นคือ การศึกษาทางด้านโภชนาการที่มีผลต่อพัฒนาการทางสมอง (nutritional neuroscience) ซึ่ง
รศ.ดร.นัยพินิจ เผยว่า สมองเป็นรากฐานของการเรียนรู้
หากขาดสารอาหารในวัยเด็กหรือมารดาขาดสารอาหารขณะตั้งครรภ์
จะส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง และการเรียนรู้ในเวลาต่อมาได้
“การศึกษาประชากรในประเทศกำลังพัฒนาที่ขาดสารอาหาร
พบว่ามีการพัฒนาของสมองด้อยกว่าประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้ว
ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เด็กเกิดใหม่มีสุขภาพทางสมองที่ดีและมีพัฒนาการด้าน
การเรียนรู้ที่ดีได้ โดยไม่ถูกปัจจัยใดมาขัดขวางการพัฒนาของสมองได้”
รศ.ดร.นัยพินิจ เผย
nyannyan.animeblogger.net
[พลัง"ซีทรู"] มองตาข้าแล้วจงเชื่อฟังซะดีๆ!!!
แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ???
ก็มีการสัมมนา รวมถึงพูดคุยกันกว้างขวางในหมู่นักวิจัย ว่าพฤติกรรมอะไรเปลี่ยนแปลงได้บ้าง
- พฤติกรรมก้าวร้าวปล้น จี้ ฆ่า ข่มขืน หื่นกาม ... แง้้้้้~.....แล้วผมจะหาความบันเทิงจากข่าวฆาตกรรมได้ที่ไหนล่ะ... <<<ไอ้โรคจิต!!
- พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ใครอยากมั่นใจว่าไม่อยากให้สามีเป็นไบฯ จะหนีไปรักผู้หญิงไม่ได้ิี (เอ๊ะ?) ก็ให้ยืนยันผ่านวิธีนี้
- วงจรการหลับนอน <<<นอนหลับเฟร้ย!!! ใครที่ขึ้นเครื่องบินบ่อยๆจะสามารถเปลี่ยนเวลาตื่นได้ทันที
- ความทรงจำ การระลึก อ้าว ถ้างั้นเพลงคลาสสิกแบบ "อยากลืมกลับจำ" "น้ำตาหล่นบนขอบเตียง" "โบว์รักสีดำ" อะไรแบบนี้ก็ขายไม่ออกน่ะสิ
- ลดความอยากทางเพศ แผ่นโป๊ใน หลอดซีดีจะถูกเอาไปผูกไล่แมงวัน พระจะไม่เล่น "ฮิห้า"(Hi5) กับสีกา ทุกคนจะบริจาคเงินเข้ากระทรวงวัฒนธรรม ใครพูดคำว่า "เสพเมถุน" จะโดนตบ
- ความเชื่อ ความคิด เปลี่ยนแปลงโดยทางลัด ฉีดฮอร์โมนเข้าสมอง จงเชื่อว่าเขาจะไม่มีบทบาททางการเมืองจริงๆ~ ชินเมโจต๊ายยยยย~...
โอ้ววววววว...~ สารพันกระแสความคิด (ผลจากฮอร์โมนกับพื้นที่ของสมองครับ) น่าสนุกยังกะคิดของวิเศษใส่กระเป๋าโดราเอมอน อาจารย์ผมมีส่วนร่วมในงานวิจัยที่อเมริกา เรื่อง "ฮอร์โมนในสมองกับการลืมการจำ" นี่แหละครับ
หญ้าหลงลืม ของวิเศษจากโดราเอมอนที่ทำให้ลืมเรื่องที่ทำขณะนั้นไป (www.thaidora.com)
ผมคุยกับอาจารย์เรื่องที่มาของงานวิจัย
อาจารย์ : มีผู้หญิงคนนึง น่าสงสารมากเพราะเค้า Suffer จากการ Lost สามีไปกับ Tsunami เธอ Get Mad จนไม่สามารถ Ctrl ตัวเองได้ ฮอร์โมน [สงวนชื่อเพราะงานวิจัยยังไม่สิ้นสุด] นี่แหละที่จะสามารถควบคุมให้เธอลืมได้แล้วกลับมาใช้ Lifestyle แบบเดิมๆ
ผม : อาจารย์จะศึกษา โดยให้เป้าหมายลืมเรื่องสามีของเขาที่ตายไปแล้วน่ะเหรอครับ???
อาจารย์ : ไม่หรอกค่ะ มันเป็นหนึ่ง Choice ของทางรักษา ถ้าเธอลืมเรื่องของสามีได้ทุกอย่างก็จบค่ะ เธอก็จะอยู่ำื่ Enjoy Life อย่างสุขสงบ
ผม : (นอตหลุด) อาจารย์ครับ ผมสงสัยว่า แล้วถ้าเกิดกลับไปใช้ชีวิตในสังคม แล้วเกิดมีคนเสือกลืม หลุดปากถามว่า "ผัวเธอหายไปไหน" เขาไม่ตามหาสามีจ้าละหวั่น หรือพยายามนึกถึงอดีตจนเป็นบ้าเหรอครับ!!!???
อาจารย์ก็อึ้งครับ ไม่ได้อึ้งกับคำว่าผัวหรอกนะครับ (อ่า...สงสัยผมมันพูดแรงเป็นกิจวัตร ก็เลยขอโทษอาจารย์ไปตามระเบียบ) แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้เค้าลืมไปนะ (รึเปล่า)
ผมนึกถึงหนังเสียดสี เรื่อง The Stepford Wives ที่เนื้อหาเป็นการสร้างเมืองสวยงามในอุดมคติ สาวน้อยสาวใหญ่ต่างสวยสะพรั่งและเป็นกุลสตรีทุกระเบียบรัฐ ด้วยผลพวงของความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางสมอง แต่ลืมนึกถึงหลักจริยธรรมการวิจัยและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ (ที่เอามาจากยูทุบคือรุ่นเจ๊นิโคล คิดแม่นยำแสดงนะครับ ไม่ใช่สมัยปี 1975 คำแนะนำ : เปิดลำโพงดังๆ)
Edit : ตัวนี้หากกดไม่ติด ให้เข้าไปดูที่
http://www.youtube.com/watch?v=yzkmq2A_HbA
นะครับ
เทคโนโลยีกำลังก้าวกระโดดอย่างน่ากลัว ผมอาจจะคิดในแง่ร้าย เป็นพวกขวางการพัฒนาของมนุษยชาติมากไปหน่อย เพราะจะว่าไปมันก็เหมือน Death Note มันจะตกอยู่ใต้เงื้อมมือที่เหมาะสมจริงๆหรือเปล่า? เอาเป็นว่า ช่วยกันคิดก็แล้วกันนะครับ
ระวังตัวให้ดีนะครับ เผื่อวันพรุ่งนี้ คุณอาจถูกกลุ่มก่อการรัฐประหารวางยาใส่น้ำดื่มน้ำใช้ ตื่นขึ้นมา มองรูปอดีตนายกที่หัวเตียง แต่กลับนึกไม่ออกว่าเขาหรือเธอเป็นใคร <<<นี่ก็ Sci-fi (ใส่ไฟ) ซะเวอร์จริงๆ - -''


#1 By azlaz on 2008-03-25 21:40