เพลง : เธอบอกให้ลืม
ศิลปิน : ใครสักคนที่ไม่ใช่พลพลและเอ็นโดรฟิน ลืมไปแล้ว
อัลบั้ม : ชื่อศิลปินยังลืมเลยจะรู้ชื่ออัลบั้มได้ไง

 

ยังจำอาจารย์ Neuroendocrine ผมที่ผมเคยกล่าวถึงอาเจ๊ว่าจบจากอเมริกา + ใส่สายเดี่ยวสอนได้ไหมครับ??? (ถ้าจำได้ แสดงว่าหื่นใช่ย่อยนะเนี่ย - -'')

วันนี้มีประชุม "การประชุมวิชาการครั้งแรกด้านประสาทวิทยา"

สรุปเนื้อหาจากแหล่งข่าว + จากอาจารย์ก็คือ ปัจจุบันมีการทำแผนที่ทางระบบประสาทได้สมบูรณ์ขึ้นมากโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเราถือว่า ระบบสมอง มีผลต่อพฤติกรรมมนุษย์มากกว่ายีนส์หรือ DNA นั่นคือการผ่าตัด รวมถึงการใช้ฮอร์โมน (Neuroendocrine) จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ได้ รวมถึงการพัฒนาการของสมองโดยโภชนาการในช่วงแรกเกิดถึง 5 ปี (หลังจากอายุ 5 ปี สมองจะตายวันตายคืน ไม่พัฒนาอีก)

 

http://www.yugioh-cards.net/Merchant2/graphics/00000001/tlm/TLM-EN038.jpg

www.yugioh-cards.net

 

 

อันนี้ข่าวเต็มๆ จากผู้จัดการ <<<ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเป็นข่าววิทยาศาสตร์ มาจากแหล่งข่าวนี้เชื่อถือได้ ^^''

ศาสตร์การแพทย์ในอนาคตแสนเจิดจ้า ฉายแสงแนวทางรักษาโรคทางสังคมได้ด้วยความเข้าใจในกลไกสมองที่ควบคุมการแสดง ออกของพฤติกรรม ติดเหล้ายา การพนัน หรือพฤติกรรมจี้ ปล้น ฆ่า ก็รักษาได้ด้วยประสาทวิทยาศาสตร์

สมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ร่วมกันจัดการประชุมวิชาการครั้งแรกด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (The First National Conference on Neuroscience) ระหว่างวันที่ 25-26 มี.ค. 2551 โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นเป็นทางการเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 มี.ค.

ต่อจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บทบาทเทคโนโลยีชีวภาพกับประสาทวิทยาศาสตร์" โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ประสาทวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย: อดีต, ปัจจุบัน และอนาคต (Neuroscience in Thailand : Past, Present, and Future)โดย รศ.ดร.นัยพินิจ คชภักดี อุปนายกสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย และผอ.ศูนย์วิจัยชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรม ม.มหิดล

ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า ประสาทวิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาการทำงานของสมองจากการสูญเสียหน้าที่บาง อย่างเมื่อสมองได้รับบาดเจ็บ โดยในอดีตใช้วิธีการผ่าตัดสมองบางส่วนเพื่อศึกษาถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ต่อมามีแนวคิดที่จะสร้างแผนที่สมองและภาพ 3 มิติ เพื่อขยายศักยภาพการศึกษากลไกการทำงานของสมอง และเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทให้มากยิ่งขึ้น จนมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการทำแผนที่สมอง เช่น ซีที (Computed Tomography: CT), เอ็มอาร์ไอ (Magnatic Resonance Imaging: MRI), สเปคท์ (Single Photon Emission Computed Tomography: SPECT) เพ็ทอฟเอ็มอาร์ไอ (functional MRI)

“เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้นักวิจัยศึกษาวิเคราะห์ได้ไม่ยากว่าสมอง ส่วนใดมีความผิดปกติ ส่งผลอย่างไร และควรรักษาอย่างไร หรือรู้ว่าสมองส่วนควบคุมการทำงานอยู่ตรงบริเวณไหน (Motor area) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในบริเวณ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดปัญหาความผิดพลาดได้ สามารถศึกษาเปรียบเทียบการทำงานของสมองในกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมต่างๆ ได้ เช่น คนติดเหล้า ติดยา หรือติดการพนัน อาจเป็นโรคที่รักษาได้ในอนาคตด้วยประสาทวิทยาศาสตร์” ศ.นพ.จรัส กล่าว

ด้าน รศ.ดร.นัยพินิจ เผยว่า แนว โน้มในอนาคตของการศึกษาด้านประสาทวิทยาศาสตร์ จะเป็นการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองและระบบประสาทที่มี ส่วนควบคุมการแสดงออกของพฤติกรรมทางสังคม เพื่อหาวิธีการรักษาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

“ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน การศึกษาทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในยุคคลาสสิค ศึกษากายวิภาคของ, ชีววิทยา หรือเคมีของระบบประสาท ต่อมาเข้าสู่ยุคโมเลกุล ก็เป็นการศึกษาประสาทวิทยาศาสตร์ระดับเซลล์ โมเลกุล และยีน เพื่อทำความเข้าใจกับกลไกในระบบประสาท และหาวิธีรักษาโรคทางสมองและระบบประสาท ซึ่งก็มีเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมากมายที่ช่วยให้ศึกษาการทำงานของสมองได้ไม่ยาก” รศ.ดร.นัยพินิจ กล่าว

“แต่ในอนาคตการศึกษาทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะสมองและระบบประสาทมีผลกับชีวิตและสังคมมากยิ่งกว่ายีนหรือดีเอ็นเอเสียอีก ซึ่งจากการศึกษาทางพันธุกรรมพบว่ายีนมากกว่า 60% เป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท และประสาทวิทยาศาสตร์เกี่ยวพันกับการทำงานของสมองและจิตใจ เป็นสิ่งควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางพฤติกรรม” รศ.ดร.นัยพินิจ แจง

รศ.ดร.นัยพินิจ กล่าวว่า การศึกษาที่ผ่านมาทำให้นักวิจัยเริ่มรู้แล้วว่าการแสดงออกทางพฤติกรรม ลักษณะต่างๆ นั้นถูกควบคุมด้วยสมองส่วนใด และหากศึกษาให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ประสาทวิทยาศาสตร์จะช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาพฤติกรรมที่เป็นปัญหาทางสังคมได้ (Social neuroscience) ได้แก่ พฤติกรรมรุนแรง ก้าวร้าว การติดยา ติดการพนัน และพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายต่างๆ เช่น การปล้น จี้ หรือฆ่า

ประสาทวิทยาศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่จะมีบทบาทมากขึ้นคือ การศึกษาทางด้านโภชนาการที่มีผลต่อพัฒนาการทางสมอง (nutritional neuroscience) ซึ่ง รศ.ดร.นัยพินิจ เผยว่า สมองเป็นรากฐานของการเรียนรู้ หากขาดสารอาหารในวัยเด็กหรือมารดาขาดสารอาหารขณะตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อการพัฒนาของสมอง และการเรียนรู้ในเวลาต่อมาได้

“การศึกษาประชากรในประเทศกำลังพัฒนาที่ขาดสารอาหาร พบว่ามีการพัฒนาของสมองด้อยกว่าประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เด็กเกิดใหม่มีสุขภาพทางสมองที่ดีและมีพัฒนาการด้าน การเรียนรู้ที่ดีได้ โดยไม่ถูกปัจจัยใดมาขัดขวางการพัฒนาของสมองได้” รศ.ดร.นัยพินิจ เผย


 

http://nyannyan.animeblogger.net/Images/CodeGeass/Episode24/03.jpg
nyannyan.animeblogger.net

[พลัง"ซีทรู"] มองตาข้าแล้วจงเชื่อฟังซะดีๆ!!!

 

แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ???

ก็มีการสัมมนา รวมถึงพูดคุยกันกว้างขวางในหมู่นักวิจัย ว่าพฤติกรรมอะไรเปลี่ยนแปลงได้บ้าง

- พฤติกรรมก้าวร้าวปล้น จี้ ฆ่า ข่มขืน หื่นกาม ... แง้้้้้~.....แล้วผมจะหาความบันเทิงจากข่าวฆาตกรรมได้ที่ไหนล่ะ... <<<ไอ้โรคจิต!!

- พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ใครอยากมั่นใจว่าไม่อยากให้สามีเป็นไบฯ จะหนีไปรักผู้หญิงไม่ได้ิี (เอ๊ะ?) ก็ให้ยืนยันผ่านวิธีนี้

- วงจรการหลับนอน <<<นอนหลับเฟร้ย!!! ใครที่ขึ้นเครื่องบินบ่อยๆจะสามารถเปลี่ยนเวลาตื่นได้ทันที

- ความทรงจำ การระลึก อ้าว ถ้างั้นเพลงคลาสสิกแบบ "อยากลืมกลับจำ" "น้ำตาหล่นบนขอบเตียง" "โบว์รักสีดำ" อะไรแบบนี้ก็ขายไม่ออกน่ะสิ

- ลดความอยากทางเพศ แผ่นโป๊ใน หลอดซีดีจะถูกเอาไปผูกไล่แมงวัน พระจะไม่เล่น "ฮิห้า"(Hi5) กับสีกา ทุกคนจะบริจาคเงินเข้ากระทรวงวัฒนธรรม ใครพูดคำว่า "เสพเมถุน" จะโดนตบ

- ความเชื่อ ความคิด เปลี่ยนแปลงโดยทางลัด ฉีดฮอร์โมนเข้าสมอง จงเชื่อว่าเขาจะไม่มีบทบาททางการเมืองจริงๆ~ ชินเมโจต๊ายยยยย~...

 

โอ้ววววววว...~ สารพันกระแสความคิด (ผลจากฮอร์โมนกับพื้นที่ของสมองครับ) น่าสนุกยังกะคิดของวิเศษใส่กระเป๋าโดราเอมอน อาจารย์ผมมีส่วนร่วมในงานวิจัยที่อเมริกา เรื่อง "ฮอร์โมนในสมองกับการลืมการจำ" นี่แหละครับ

http://www.thaidora.com/ttimages/45book/book009a.jpg

หญ้าหลงลืม ของวิเศษจากโดราเอมอนที่ทำให้ลืมเรื่องที่ทำขณะนั้นไป (www.thaidora.com)

 

ผมคุยกับอาจารย์เรื่องที่มาของงานวิจัย

อาจารย์ : มีผู้หญิงคนนึง น่าสงสารมากเพราะเค้า Suffer จากการ Lost สามีไปกับ Tsunami เธอ Get Mad จนไม่สามารถ Ctrl ตัวเองได้ ฮอร์โมน [สงวนชื่อเพราะงานวิจัยยังไม่สิ้นสุด] นี่แหละที่จะสามารถควบคุมให้เธอลืมได้แล้วกลับมาใช้ Lifestyle แบบเดิมๆ

ผม : อาจารย์จะศึกษา โดยให้เป้าหมายลืมเรื่องสามีของเขาที่ตายไปแล้วน่ะเหรอครับ???

อาจารย์ : ไม่หรอกค่ะ มันเป็นหนึ่ง Choice ของทางรักษา ถ้าเธอลืมเรื่องของสามีได้ทุกอย่างก็จบค่ะ เธอก็จะอยู่ำื่ Enjoy Life อย่างสุขสงบ

ผม : (นอตหลุด) อาจารย์ครับ ผมสงสัยว่า แล้วถ้าเกิดกลับไปใช้ชีวิตในสังคม แล้วเกิดมีคนเสือกลืม หลุดปากถามว่า "ผัวเธอหายไปไหน" เขาไม่ตามหาสามีจ้าละหวั่น หรือพยายามนึกถึงอดีตจนเป็นบ้าเหรอครับ!!!???

อาจารย์ก็อึ้งครับ ไม่ได้อึ้งกับคำว่าผัวหรอกนะครับ (อ่า...สงสัยผมมันพูดแรงเป็นกิจวัตร ก็เลยขอโทษอาจารย์ไปตามระเบียบ) แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้เค้าลืมไปนะ (รึเปล่า)

 

ผมนึกถึงหนังเสียดสี เรื่อง The Stepford Wives ที่เนื้อหาเป็นการสร้างเมืองสวยงามในอุดมคติ สาวน้อยสาวใหญ่ต่างสวยสะพรั่งและเป็นกุลสตรีทุกระเบียบรัฐ ด้วยผลพวงของความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางสมอง แต่ลืมนึกถึงหลักจริยธรรมการวิจัยและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ (ที่เอามาจากยูทุบคือรุ่นเจ๊นิโคล คิดแม่นยำแสดงนะครับ ไม่ใช่สมัยปี 1975 คำแนะนำ : เปิดลำโพงดังๆ)

Edit : ตัวนี้หากกดไม่ติด ให้เข้าไปดูที่

http://www.youtube.com/watch?v=yzkmq2A_HbA

นะครับ

เทคโนโลยีกำลังก้าวกระโดดอย่างน่ากลัว ผมอาจจะคิดในแง่ร้าย เป็นพวกขวางการพัฒนาของมนุษยชาติมากไปหน่อย เพราะจะว่าไปมันก็เหมือน Death Note มันจะตกอยู่ใต้เงื้อมมือที่เหมาะสมจริงๆหรือเปล่า? เอาเป็นว่า ช่วยกันคิดก็แล้วกันนะครับ

ระวังตัวให้ดีนะครับ เผื่อวันพรุ่งนี้ คุณอาจถูกกลุ่มก่อการรัฐประหารวางยาใส่น้ำดื่มน้ำใช้ ตื่นขึ้นมา มองรูปอดีตนายกที่หัวเตียง แต่กลับนึกไม่ออกว่าเขาหรือเธอเป็นใคร <<<นี่ก็ Sci-fi (ใส่ไฟ) ซะเวอร์จริงๆ - -''

อยากสั่งให้สมองมันลืมไอ้เรื่องไม่จำเป็นมั่งไอ้ที่เรียนมาตอนเด็กๆแล้วไม่ได้ใช้น่ะ sad smile

#1 By azlaz on 2008-03-25 21:40

หากเราลบความทุกข์ออกไปได้หมด
เราจะเรียกตัวเองเป็นมนุษย์ได้อย่างไร...

โหมด สลัดยา มากๆsad smile
นึกถึงหนังเรื่อง Equilibium นักบวชฆ่าไม่ต้องบวช (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกมั้ยนะครับ)ขึ้นมาตะหงิดๆ ตอนอ่านถึงบรรทัดล่างๆ sad smile

#3 By SkyKiD on 2008-03-25 22:00

ันจะเลือกเรื่องทีะให้ลมได้หรือครับ
กลายเป็นว่าลืมเหี้ยน ซวยเลย

#4 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-03-25 22:11

ขอบคุณที่เข้าไปเม้นให้หนูนะคะ ตั้งใจจะเป็นหมอที่ดี ไม่โรคจิตค่ะ เหอๆๆ เหมือนพี่จะโรคจิตนิดๆเลยอ่ะ รึป่าวคะ

#5 By NS_Swanz on 2008-03-25 22:17

sad smile ฮะๆๆ

#6 By [ i ]Rin on 2008-03-25 22:23

ตอบพี่โก๋ - เขาก็คงพิจารณาให้เลือกได้แหละครับ ไม่งั้นคงไม่กล้าเอาออกมาใช้...ว่าแต่ "ความผูกพัน" นี่มันสั่งให้ลืมกันยากนะครับ

ส่วนเรื่องหนัง เอ่อ นึกออกอีกเรื่องแฮะ Minority Report ครับ

#7 By on 2008-03-25 22:31

ทุกคนกลายเป็นคนดี แบบนี้โลกก็ขาดสีสันแย่สิ

sad smile

#8 By UnknowPerson on 2008-03-25 22:31

น่าเอามาใช้กับเจ้าหนี้... confused smile

#9 By Penz on 2008-03-25 23:05

โอ้ว....หลอนนะนี่ ..

#10 By (^_^)/nana on 2008-03-25 23:11

เพลงวันนี้ โอ้ว อ๊าว กริ๊วกร๊าว เยี่ยม!พึ่งเคยฟังเวอร์ชั่นนี้

#11 By HineyHelsinki on 2008-03-25 23:35

ต้องเอาคำพูดของคิระแห่ง Seed Destiny มาใช้

"มนุษย์เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง" แต่เลือกมาก็มักจะผิดบ่อยๆน่ะนะ

เคยมีพล็อตของหนังและอนิเมที่จะเข้าควบคุมคนไม่ให้ทำผิดตั้งแต่ระดับยีน กันเลย ก็คงค้ลายกับวิธีนี้สินะ คือมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ใช้วิธีต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ววิธีนี้ก็มักจะถูกต่อต้านเสมอๆ

ปล.ใช้วิธีตามที่ว่าตอนท้ายประเทศเราอาจจะสงบสุขได้นะครับ อิๆ

#12 By tamanxzg on 2008-03-25 23:36

อ่านยังไม่จบนะ แต่ดูคร่าวๆแล้ว นึกถึงหนูดีเลย
แต่คนเราเล่นบทพระเจ้าไม่ได้หรอก มันขัดกับธรรมชาติ เราคิดอย่างนี้นะcry
ตอนจบ -_-' sci-fi ยังไงนั่น
นึกว่าหนังสยองขวัญซะอีก เหอๆ
ไม่ชอบการ์ด Brain Control อย่างแรง เล่นเกมทีไร โดนคอมมันโกงตลอด confused smile

#15 By manop on 2008-03-26 08:42

ฟังๆดูแล้ว
น่ากลัวพิลึก

แต่ไอ้เรื่องสุดท้ายนี่
พูดขึ้นมาแล้ว
แม่ง จี๊ด ว่ะค่ะ

#16 By Nokontherock on 2008-03-26 10:26

ไม่ว่าความทรงจำที่ดีหรือแย่...มันจะมีประโยชน์กับคน ๆ นั้น และคนรุ่นหลังนะครับ...ในชื่อที่เรียกว่า ประสบการณ์...


คิดว่าน่ะฮะ ^^
ตรงที่พี่หมอคุยกะจารย์หมออ่ะ
เนิสก้อคิดเหมือนพี่เลยอ่ะ
แบบว่าคิดแย้งซะตั้งแต่แรกเลย 55+

บางทีหลักการกะชีวิตจิงมานก้อไม่ได้เข้ากันดีซะทุกอย่าง

Hot!

#18 By THE NERD on 2008-03-26 11:22

โห ฮอร์โมน นี่จะทำไได้ขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย คิดว่ามันน่าจะมีขีดจำกัดมั่งนา แบบว่า ไม่ลืมแต่ก็ไม่เศร้าเท่าไหร่sad smile

เพราะถ้าบอกว่ามันมีผลต่อนิสัย ก็อาจจะใช้การเปลี่ยนให้เรื่องนั้นเป้นเรื่องที่ไม่สำคัญไป ก็จะได้ไม่เสียใจ

#19 By หมูทอดซามะ on 2008-03-26 15:14

มันรวมการผ่าตัดเข้าไปด้วยน่ะสิครับ - - ลำพังฮอร์โมนอย่างเดียวแก้ได้ขนาดนั้นไหม คำตอบก็คงไม่ครับ

#20 By on 2008-03-26 15:48

เพิ่งจะดู The Stephord Wives เมื่ออาทิตย์ก่อน..

คนดีๆ คงไม่คิดเปลี่ยนเมียตัวเอง.. แต่ดูแล้วอดสงสัยไม่ได้ ว่า เอาจิงๆ ถ้ามีคนมายื่นข้อเสนอเปลี่ยนภรรยาให้เปนสาวสวยเพอร์เฟกต์สมบูรณ์ทุกกระเบียดได้ขนาดนั้น จะยังคิดถึงศีลธรรมอยู่จิงป่าว?

#21 By llPnG on 2008-03-26 18:47

Favourites

Recommend