Music : Wake up call
Artist : Maroon 5
Album : It won't be soon before long

 

(เขียนด้วยอารมณ์เหนื่อยๆ)

อะไรจะเกิดขึ้น หากคนที่เรียนหมอไม่ขอจบหมอ ?

หมอเสริม คดีหั่นศพ ได้วุฒิอะไร ?

คณะอะไรมีอัตราคนจบต่อปีน้อยที่สุด ?

 

คำตอบคือ

.

.

.

"วิทยาศาสตร์การแพทย์" (Medical Science) ครับ

ถ้าใครเรียนคณะวิทยาศาสตร์ แล้วงงว่าสาขานี้มันมีกะเค้าด้วยเรอะ??? ก็ไม่แปลก เพราะเป็นหลักสูตรลับที่ซุกซ่อนอยู่แทบทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนแพทย์นั่น แหละ เกิดจากหมอที่ขอจบการศึกษาก่อน / เรียนไม่จบ / หักดิบ ฯลฯ เท่า ที่ลองถามเพื่อนที่อื่นดู มันก็เปิดเกือบทุกที่ละนะ - - เพียงแต่ส่วนใหญ่หลักสูตรจะไม่ชัดเจน เอาไว้เป็นทางเบี่ยงเฉยๆ อย่างที่นี่หลักสูตรยังเขียนไม่เสร็จ แต่มีคนจบไป 4-5 รุ่นแล้ว - -'' อัตราคนจบทั่วประเทศต่อปีก็ ประมาณ 30-50 คนครับ

เรียนยังไง? ถ้าเป็นที่ มธ. ก็เหมือนเรียนหมอทั่วไป แต่เรียนภาคทฤษฏีทั้งหมดให้ครบ (ปี 1-2-3) แล้วก็ วิชาเฉพาะอีก 1 ตัว ก็แปลว่า ถ้าหมอปี 4-5-6 คนไหน เจอคนไข้แล้วป๊อด เกิดไม่อยากเป็นหมอขึ้นมา ก็ทำเรื่อง ขอเรียนวิชาพิเศษตัวนั้น แล้วก็จบได้เลย เหมือนเป็นข้อบังคับอะไรซักอย่างในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ที่อื่นๆก็จะคล้ายกัน คือขอให้จบปี 3 เถอะ แล้วเรียนวิชาเลือกอีกนิดหน่อย

จบไปแล้วงานก็หลายหลากมากมาย มีตั้งแต่เป็นนักวิจัย/ทำงานสาธารณสุข เงินเดือน 8,000 ไปจนถึงทำงานบริษัท เงินเดือน 200,000 (คนที่จบส่วนใหญ่ก็...ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ไปเรียนตรี/โทตัวอื่นแทน - -'')

ด้วยความที่ผมตัดสินใจย้ายไปลงหลักสูตรนี้ ก็เลยเป็นเหตุให้ผมต้องไปเลือกวิชาโท เพื่อเพิ่มบรรทัดอะไรลงในแผ่นกระดาษตอนจบซะมั่ง ไม่งั้นอาจจะต่อโทหรือใช้กับงานได้ลำบาก (ถ้ามันต้องใช้นะ มีไว้ดีกว่า เผื่อวันหน้า ICT บล็อกเว็บ eBay)

สรุปวิชาปีหน้า 2 ตัวบังคับ คือ 6 หน่วยกิต ในเทอม 1 (ขอรีเกรดหน่อยเหอะ ยังไงก็ว่างทั้งปีนิ) กับตัวพิเศษ 3 หน่วยกิตนั่น รวม 9 หน่วยกิตแล้วก็ว่างทั้งปีครับ

ก็มีวิชาโทที่เข้าตากรรมการมา 3 ตัว

- วิทยาศาสตร์คอม อันนี้ใฝ่ฝันอยากเรียนมานาน
- นิติศาสตร์ เพราะเป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ แล้วก็ชอบอีกตะหาก
- วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน หลังเข้าแพทย์ก็ไม่เคยยื่นคะแนนมันติดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

(ไม่เกี่ยวกะหมอเลยแฮะ - -'')

เหลือเวลาอีก 2 เทอม วิทย์คอมบังคับ 4 เทอม ตัดทิ้ง อีกสองตัว คิดว่าพยายามก็น่าจะทำได้ซักตัว ก็เลือกนิติโลด ฉะนั้นปีหน้า รวมเทอมแรกวิชาหมอ 6 + วิชานิติ 18 = 24 หน่วยกิต (กระอักเลือดตาย) เทอมสองอีกสามวิชา 9 หน่วยกิต สบายๆ

ก็เลยไปวิ่งทำเรื่องโยกนั่นโยกนี่ เพราะรุ่นนี้มีผมขอเรียนคนเดียว โยกวิชาได้ตามใจ มันส์มากครับ แล้วก็ได้เรียนสมใจ...เหอๆ

จนกระทั่ง ผมได้เจอกับเธอ หญิงสาวผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล...<<< เริ่มน้ำเน่า

.

.

.

เพราะเธอเป็นผู้ป่วยจิตเวชครับ - -''

เธอเรียนหมอชั้นคลินิก แต่ชีวิตคลินิกของเธอคงไม่งดงามเท่าไหร่ เธอต้องรักษาสุขภาพจึงกระโดดลงมาเรียนกะผมซะงั้น และเธออยากพ้นภาวะนักศึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด เธอจึงบอกให้คณะย้ายวิชา 3 หน่วยกิตนั่นมาไว้เทอมแรก คณะตกลง แต่ผมโคตรซวยโดนหางเลขไปด้วย กลายเป็นว่าเทอมแรกผมต้องเรียน 9 หน่วยกิต ก็จะลงนิติอีก 18 หน่วยเป็น 27 หน่วยกิตไม่ได้เพราะเกิน 25 ไปแล้ว พอไปถามอาจารย์ให้เปิดสอนเทอม 2 แทน อาจารย์เลยบอกให้ไปของร้องอาเจ๊...เอ่อ...ให้ไปขอร้องผู้ป่วยคนนั้นให้ไป เรียนเทอม 2 ด้วยกัน (ซึ่งคนปกติก็ยากที่จะตกลงอยู่แล้ว นี่เป็นผู้ป่วยอีก น่าสงสารเข้าไปใหญ่)

.

.

.

บทสนทนาขอร้องทางโทรศัพท์ระหว่างผมกับผู้ป่วยจิตเวชจึงเริ่มขึ้น

เธอ : ฮัลโหล

ผม : หวัดดีครับ ผม...(แนะนำตัวเสร็จสรรพ)

เธอ : อ้าว มีธุระอะไรเหรอ?

ผม : (เออ เจ๊ก็พูดจาปกตินี่หว่า) คือ เรื่องวิชาพิเศษน่ะครับ ผมอยากขอร้องให้คุณย้ายไปเรียนเทอมสองได้ไหมครับ เพราะพอดีผมมีปัญหาเรื่องการลงวิชาโทตัวอื่น หน่วยกิตมันเกิน

เธอ : คงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะดิฉันตกลงกับพ่อแม่ไว้เรียบร้อยแล้ว คุยกะทุกฝ่ายแล้ว ดิฉันต้องเรียนเทอม 1 เท่านั้นค่ะ กำหนดการของดิฉันตายตัวนะคะ ฉันวางแผนการให้ตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว คงยอมให้เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอกค่ะ

ผม : อ้าว แล้วเทอม 2 ว่างจะไปทำอะไรเหรอครับ <<< จริงๆมันก็เรื่องของเค้า

เธอ : ดิฉันก็คงไม่อยู่ที่นี่แล้วน่ะค่ะ อาจจะไปไหนดิฉันก็ไม่รู้ค่ะ

ผม : (ก็ไหนว่าวางแผนแล้วไง - -'' เอาเถอะ เรื่องนี้เข้าใจได้) ยังไงช่วงนั้นก็คงมาเรียนไม่ได้อยู่แล้วใช่มั้ยครับ

เธอ : ใช่ค่ะ ฉันมีกำหนดการณ์ของชีวิตเรียบร้อยแล้ว ฉันจะรีบจบจากคณะแพทย์ไปให้เร็วที่สุดค่ะ จะได้ไปทำตามฝันอย่างอื่นแทน

ผม : (อ้อ อยากจบไวๆ) ครับผม ถ้างั้นเลื่อนมาเป็น Summer นี้ได้ไหมครับ

เธอ : ยังไงคะ

ผม : เรียนภาคฤดูร้อนนี้เลยน่ะครับ จะขอให้อาจารย์เปิดสอนให้

เธอ : ไม่ได้ค่ะ ฉันจะไม่เร่งตัวเองค่ะ ฉันต้องการพักผ่อนกะครอบครัว

ผม : (อ้าว ไหนบอกว่าอยากจบเร็วๆ) เอ่อ ถ้ายังไงผมขอให้เรียนไวขึ้นได้ไหมครับ

เธอ : ไม่ค่ะ!!!! (แล้วเธอก็ร้องไห้ เสียงสั่น)

.

.

.

ผม : (กูพูดอะไรผิดอีกวะเนี่ย หรือมันซับซ้อนจนเกินไป แล้วทำไมคนที่ไม่ใช่จิตแพทย์ต้องมาเกลี้ยกล่อมผู้ป่วยจิตเวชด้วยวะ) เอ่อ ไม่เป็นไรนะครับ?

เธอ : ไม่เป็นไรไม่ได้ค่ะ!!!

ผม : (จู่ๆก็หยุดร้องไห้แฮะ มีเสียงสะอื้นนิดหน่อย) เอ่อครับ ถ้างั้น...

เธอ : ดิชั้นต้องการรักษาตัว ดิชั้นมีกำหนดการไว้แล้ว ดิชั้น...บลาบลาบลาบลา (คราวนี้พ่นแบบติดจรวดเลยครับ นึกถึงเพลงถ่านไฟฉายตรากบ เจ๊พูดเร็วกว่านั้น งัดเหตุผลได้เป็นร้อยเป็นพันไม่ซ้ำกัน ชนิดที่ว่านึกตามไม่ทัน จับใจความได้แต่คีย์เวิร์ด อะไรวะ ว่าง? กำหนด? รักษา? เรียน? พ่อ? ดิชั้น?)

ผม : ครับ ไม่เป็นไรครับ (หงุดหงิดกับนิสัยคนไทยที่พูดว่าไม่เป็นไรจนติดปากไหมครับ ในสถานการณ์นี้โคตรเลวร้ายครับ)

เธอ : ก็บอกว่าเป็นไงคะ!!!! (เธอวีนแตก หูแหกได้)

ผม : ครับ เข้าใจครับ

เธอ : ดิชั้นต้องการรักษาตัว ดิชั้นเลื่อนไม่ได้แล้ว ดิชั้นมีกำหนดการณ์ ดิชั้นต้องดูแลตัวเอง ... บลาบลาบลา(เหมือนกลับไปฟังนาทีที่แล้วอีกรอบ)

ผม : ครับ

เธอ : ค่ะ ดิชั้นขอโทษนะคะ ดิชั้นทำตามคำขอคุณไม่ได้จริงๆค่ะ (แล้วเธอก็ร้องไห้)

ผม : (ทำไมกูโง่ยังงี้วะ น่าจะให้อาจารย์จิตเวชคุยให้ ตอนนี้สายไปแล้วละ - -'') ครับ ไม่เป็น...(ดึงขนจมูกตัวเองสิบเส้น) ครับ เอาเป็นว่าผมเข้าใจคุณนะครับ ผมก็เคยคิดแบบนั้น (วิธีการรับมือกับผู้ป่วยจิตเวชที่ดีที่สุดที่จำได้จากห้องเรียน คือทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ามีแนวร่วมไปกับเธอครับ)

เธอ : เหรอคะ ดิฉันดีใจจริงๆที่คุณคิดแบบเดียวกัน (บรรหารแจ่มใสในทันที)

ผม : ถ้ายังงั้น ผมจะไปหาวิธีอื่นก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้...

เธอ : ค่ะ เพราะดิชั้นต้องรักษาตัวเอง พ่อแม่ดิชั้นคงไม่ยอม ดิฉันเลื่อนไม่ได้แล้วจริงๆ...บลาบลาบลา (เฮ้ย!!!! หล่อนอัดข้อความไว้แล้วเปิดให้มันเล่นแบบแรนดอมรึไงวะ!!!! ฟังมาสามรอบแล้วนะเนี่ย...)

ผม : ยังไงก็ขอบคุณมากนะคร...

เธอ : ...(กระแทกหู)

ผม : ...

 

ได้อะไร?

เสียเงินค่าโทรศัพท์ 20 กว่าบาท ได้ประสบการณ์สายตรงกับผู้ป่วย และรู้ว่า อุปสรรคของวิชาโท นอกจากเวลาแล้ว ยังมีสิ่งอื่นๆอีก

แล้ววิชาโทล่ะ?

วารสารศาสตร์ ถ้าลงไม่ได้ก็โทเสรีไปเลย (ก็ดูไร้ประโยชน์อยู่ดี - -)

รู้สึกยังไง?

สงสารผู้ป่วยครับ

Recommend