หมอผี

posted on 27 Feb 2008 13:51 by mingninja  in Medicine-Student, World-Society

 

เพลง : ปอบผีฟ้า
อัลบั้ม : รวมเพลงประกอบละคร ดาราวีดีโอ

Entry นี้เป็นสิ่งที่เจอมาช่วงวันสอบ

 


ถ้าหากคุณ...เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า สิ่งลี้ลับมีจริง........

ถ้าหากคุณ...เชื่อมั่นในโลกวิญญาณ และมั่นใจในโลกหลังความตาย..........

ถ้าหากคุณ...เชื่อในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ และสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้............

.

.

.

เรา...ขอเชิญให้คุณ..........

.

.

.

เปลี่ยนไปชม Page อื่นซะ -*- เพราะ Entry นี้จะ่ไม่มาตามล่าหาความจริง แต่จะขอพูดถึงประเด็นนั้นในแง่วิเคราะห์มากกว่า

 

 

เย็นวันหนึ่ง ผมเห็นรุ่นน้องผมในกลุ่มคนนึงร้องไห้อยู่ โดยมีเพื่อนๆรุมล้อม ด้วยความสอดรู้ (เพราะตานี่เคยเป็นพ่อสื่อให้ผมกับแฟนคนที่แล้ว) ก็เลยเข้าไปเงี่ยฟังกะเค้า ได้ความว่า ญาติผู้ใหญ่ของเขาเสียชีวิต ทุกคนก็แสดงความเสียใจไปตามประสา...ซักพัก

รุ่นน้อง : เราผูกพันกะเค้ามาก รู้สึกเสียใจที่วันสอบเราไม่ได้กลับไปหาเค้า...

คนอื่น : เอาน่า ถ้าเค้ามีชีวิตอยู่ แล้วรู้ว่า แกโดดสอบกลับไปหาเค้า เค้าก็คงไม่ดีใจหรอก <<< ผมกะจะยิงมุข "ถ้ามีชีวิตอยู่แล้วแกโดดสอบไปหา เค้าก็จะโบ้กบาลแกน่ะสิ" แต่นึกขึ้นได้ว่าผิดกาลเทศะ

รุ่นน้อง : ใช่ เรารู้ว่าเค้าเป็นห่วง คือวันที่เค้าเสีย เราเป็นคนเดียวที่ไม่กลับบ้าน น้องเราเล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ชั้นล่างทั้งคืน

คนอื่น : (มองตากัน นายกะลังคิดเหมือนเราป่ะ B1... ฉันกะลังคิดอยู่นะ B2)

รุ่นน้อง : ไอ้วันที่สอบตัดเกรด พอรู้ข่าวเราก็ปล่อยโล่งไป 50 ข้อ (ข้อสอบ 200 ข้อครับ) แต่เราไม่ตก เค้าคงมาช่วยเราจริงๆ...

คนอื่น : (คิดยังไงกันไม่รู้ แต่ผมคิดว่าอีนี่มึงแฟนตาซีดีจัง ถ้าตูเป็นอย่างงั้นมั่งก็คงดี)

ทันใดนั้นก็มีคนเสนอ เย้...พระเอกขี้หมาขาวมาแร้วววว...

พระเอก : เออ เรารู้จักคนทรงเจ้าหละ ให้อัญเชิญวิญญาณเค้ามาลงมั้ยล่ะ จะได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว...

.

.

.

เฮ้ยยยยย~... เมิงหลุดมาจาก Holiday Howl เรอะ อารมณ์ไหนวะพ่อคุณ ยังดีที่อีตารุ่นน้องไม่พยักหน้า ผมชวนไปปฏิบัติธรรมกะ Roommate เก่าแทน (ซึ่งเรียนวิทยาคอมฯ และบอกผมเรื่องนั่งทางใน ฯลฯ บ่อยๆ สมัยที่อยู่กะตานี่ผมก็มีอาการคล้ายๆจะเดจาวูบ่อยๆเหมือนกัน ดูหลอนๆชอบกล) เอาเป็นว่า วันนั้นเรื่องจบลง โดยที่รุ่นน้องหมอ (คนมีเรื่อง) ก็ไม่ได้ไปไหน ส่วนพระเอกหมอขี้หมาขาวนั่นก็กลับไปทำมนต์ดำต่อไป...

http://images.amazon.com/images/P/B00006IXA2.03._SCLZZZZZZZ_.jpg
www.police.go.th ^^^ รูปนี้เกี่ยวกันด้วยรึ???

 

ว่าด้วยเรื่องความเชื่อไสยศาสตร์

พื้นฐานมนุษย์เรามี 2 สิ่งที่สนใจ คือสิ่งที่จะให้ผลประโยชน์กับตนเอง และสิ่งที่ทำให้ตนเองกลัว(หรือเสียผลประโยชน์) นั่นเป็นสาเหตุที่ สิ่งลี้ลับ อันอธิบายหาสาเหตุไม่ได้ คนถึงสนใจกันนัก <<< ถ้าอธิบายได้แล้วมันจะไปลี้ลับต่อได้ยังไง -*-

 

ถ้าถามผมว่าเชื่อว่าผีหรือปรากฏการณ์ทางวิญญาณมีจริงไหม จากประสบการณ์กับอาจารย์ใหญ่ มันออกแนวความศรัทธามากกว่า คือ สิ่งที่อธิบายไม่ได้ ใช่ว่าจะไม่มี คำอธิบายของผมคือ เคารพคนต่อคนตาย ปฏิบัติเหมือนตอนที่เขามีชีวิต ถ้าผีหรือวิญญาณที่มีผู้พบเห็นมันมีจริง ก็อาจจะเป็นเพราะเค้ายังมีห่วงอยู่ทางฝั่งนี้ เช่น ถ้าผมโหลด Lucky Star มาดูถึงตอน 25 แต่ตอน 26 เกิดเลือดกำเดาไหล ตายไปซะก่อน ถ้าผมกลายเป็นวิญญาณที่มีตัวตน ผมก็คงอยากอยู่บนโลกจนกว่าจะได้ดูตอนจบนั่นแหละ... ดังนั้น ตามทฤษฎีถ้าเรามีโอกาสเจอ เราก็ไม่น่าจะไปแหกปากกรี๊ดใส่เขาแล้ววิ่งหนีแบบที่หนังผีปัญญาอ่อนชอบทำ ก็ควรจะแผ่ส่วนกุศลให้เขาดีๆ... ถ้าสติไม่กระเจิงไปซะก่อน

 

ไสยศาสตร์ ก็เหมือนศรัทธาในศาสนา (เพราะศาสนาก็มีพื้นฐานมาจากความเชื่อ จริงไหม) ผมไม่ได้ไปบังคับให้คุณ "เลิกเชื่อ" แต่จะเชื่ออะไรก็น่าจะมีเหตุผล ฝรั่งที่นับถือคริสต์หลายคนยังเชื่อตามคัมภีร์เก่าที่บอกว่ามีน้ำท่วมโลกอยู่เลย แต่เพราะข่าวว่ามีการขุดพบหัวเรือโบราณบนภูเขาอะไรซักอย่าง (ซึ่งป่านนี้แม่งก็ยังขุดกันไม่เสร็จ) โอเค อันนี้จัดว่ามีเหตุผล

 

ตัวอย่างที่น่ายกย่องคือเรื่องพลังจิต ตอนนี้กำลังมีการศึกษาอยู่ค่อนข้างเยอะ ของรัสเซียวิจัยได้ก้าวหน้ามาก สมกับที่มีรายงานว่าพบบุคคลที่มีพลังพิเศษเยอะเป็นอันดับแรกของโลก ของไทยผมจำไม่ได้ว่าวิทยาลัยสอนเรื่องนี้อยู่ที่ไหนหรือไปถึงขั้นไหน แต่ที่รู้ๆ ผมเคยเห็นบาง Webboard ติด Password ไว้ ว่า "โปรดใช้การนั่งฌาณ เพ่งกระแสจิตของท่านเพื่อค้นหา Password จึงจะเข้าสู่บอร์ดของเราได้" นับเป็นการทดสอบหาผู้มีพลังจิตที่...เอ่อ...ดี???

 

แต่ไอ้การที่เด็กซักคนจะ Hydrocephalus หรือเกิด Cleft Palate อันจัดเป็น Congenital Anormaly หรือมีการแบ่งเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะสัตว์ที่ออกลูกเป็นครอก หมู หมา แมว เซลล์มันแบ่งตัวเยอะ ก็ผิดพลาดบ่อยจริงไหม แล้วคนเอาไปบูชาว่าให้โชคลาภ ขอเลข ขอหวย อันนี้ออกแนว เชื่อจนงมงาย ไม่หาเหตุผล จับทุกอย่างที่มันไปด้วยกันได้มาเข้าเหตุผลของตัวเอง ทำนองอุปนัยว่า "ของแข็งสีเหลืองคือทอง ทองเป็นวัตถุมีค่า อุนจิมีสีเหลือง อุนจิจึงมีค่า" ประมาณนั้น...

 

คุณเชื่อได้ ศรัทธาได้ นั่นปกติ อารมณ์เหมือนการนับถือศาสนา แต่ไอ้การเหมารวมว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ชั้นเชื่อ นั่นคือเหตุผล นั่นคือความจริง ที่มันอธิบายไม่ได้น่ะเหรอ ก็เพราะมันเป็นพลังลี้ลับไง วะฮะฮ่า... อันนี้เหมาะสมกับคำว่า งมงาย เป็นที่สุด ผมไม่ได้ลบหลู่ แต่ไอ้การเชื่อซะเป็นตุเป็นตะ ถึงขนาดผูกโยงเรื่องราวทุกอย่างรอบตัวเข้ากะสิ่งที่ตัวเองพยายามบอกว่าจริงนี่ มันขัดลูกกะตายังไงไม่รู้...รึว่าผมจะเริ่มใช้เหตุผลมากเกินไปแล้ว -*-

 

คิดมากไปก็ฉี่เหลือง (มีค่าอีกสิ?) อ่านหนังสือทำรายงานต่อดีกว่า...

Recommend