เก็บตก #2 : ห. บรรหาร (Romantic Version)
posted on 21 Feb 2008 10:31 by mingninja in Me-Myself, World-SocietyEntry ตกค้าง กะจะ Publish นานแล้วแต่ลืม มานึกได้ตอน Clear รูปออกจากมือถือ - -'' คำเตือน : โหลดโหดพอสมควร
เพลง : หนุ่มสุพรรณ ศิลปิน : คาราบาว อัลบั้ม : ลุงขี้เมา
การไปดำเนินโครงการออกชุมชนของกลุ่มผมที่สุพรรณบุรีนั้น (ปลายมกราคม) ทั้งสนุก และโคตรเหนื่อย เพราะอยู่กลุ่มที่ควบคุมโดยอาจารย์ไทเฮา (อ่านเกี่ยวกับโครงการ ที่นี่ มันเป็นโครงการที่มันส์มากจอร์จ เรื่องเกี่ยวกับอาจารย์ไทเฮา อ่านที่นี่ ) ทำให้งานที่ออกมาโคตรมีคุณภาพ ชาวบ้านมาเสนอตอนท้ายโครงการว่า "อยากได้เรื่องนวดประคบมากกว่า" อ้าว แล้วตอนนั้นไม่บอกว่าอยากให้เป็นหมอนวด ปล่อยให้ตูทำหน้าที่เป็นหมอยาอยู่ได้...(ห้ามลืมสระอา เด็ดขาด)
อย่างน้อยก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้น เพราะมีเส้นสายให้ได้เข้าเมือง ก็เลยได้รูปมาฝากครับ...
Pre~senting..........
Entry พาเที่ยว ไปหอคอย บรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่กลางตัวเมืองสุพรรณบุรี ภายในมีมูลนิธิบรรหารแจ่มใส สวนน้ำขนาดยักษ์ สวนสาธารณะขนาดยักษ์ บ้านพักขนาดยักษ์ น้ำพุขนาดยักษ์ และหอคอยขนาดเล็ก (อ้อ ลืมบอกว่าชื่อ Entry ห. บรรหาร ห. มาจาก "หอ" นะครับ...)
หมายเหตุ : ขอเขียนแบบ โรแมนติก เนื่องจากมีคนวิจารณ์ไว้ว่า "เขียนแบบหวานๆซึ้งๆ ไม่เป็นรึไง" เอาละ ได้ จะลองดู...แต่เนื่องจากตอน มกราคม ยังไม่มีแฟน จึงสมมติให้น้องในกลุ่มคนหนึ่งเป็นตัวแทนของ "ที่รัก" ไปก่อนละกัน...
เมื่อผมและเธอเดินผ่านทางเข้า แลเห็นน้ำพุ และสวนสาธารณะ งดงาม ด้านหลังเป็นสวนน้ำมีสไลเดอร์ ส่วน "น้ำพุดนตรี" เต็มไปด้วยสาหร่ายสีเขียวล้วนๆ น่าเก็บเกี่ยวมาใส่ซองเถ้าแก่น้อยยิ่งนัก...
ค่าเข้าชม 10 บาท ค่าขึ้นหออีก 40 บาท ค่าสวนน้ำ 30 บาท (สไลเดอร์มันยกมาจากสวนสยองเรอะไง ใหญ่โคตรๆ) ผมหันไปมองเธอ เธอบีบมือตอบ กระซิบว่า ไม่เป็นไร...เงินกลุ่ม ก็เลยโอเค ขึ้นกันทุกคน
เราพากันถ่ายรูปโดยไม่อายผีสาง... เนื่องจากผนังทุกด้านกรุกระจกปรอท เพดานก็เป็นกระจกปรอท - -'' ให้บรรยากาศกันขโมยยิ่งกว่าในห้างซะอีก
เข้าไปถึงก็มีเจ้าหน้าที่มาท่องสคริปท์ให้ฟังเหมือนเทปที่กรอซ้ำไปซ้ำมา ผมมองเหม่อเหมือนฟังเลคเชอร์อาจารย์ จนเธอต้องตบบ้องหู จึงได้สติ และหันไปเขกกบาลที่รักของผม 1 ที...
เจ้าหน้าที่ลากเราขึ้นลิฟท์ไปชั้น 4 ซึ่งอยู่สูงสุด บนชั้นนี้มีกล้องส่องดาว (เพราะจริงๆแล้วมันคือหอดูดาวนะครับ - -'') หยอดเหรียญ 10 บาท เพื่อดูได้ และก็มีกล้องหยอดดูวิว ซึ่งผมเสร่อ หยอดกล้องดูดาวแต่เอาไปชมวิว ก็เลยเสียตังค์ฟรี เพราะมันซูมแทบจะเห็นแบคทีเรียหัวสิวบนใบหน้าของหญิงสาวที่รดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านเธออยู่ในอำเภอข้างเคียง (เวอร์จริงๆ) ที่รักพูดปลอบใจผมว่า "ว้าย...โง่นี่"
เราจะมองเห็นทุกด้านของจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าฟ้าโปร่งก็คือเห็นทุกอำเภอ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอไปยืนใกล้หน้าต่างแล้วรู้สึกเหงื่อแตกผิดปกติ ต้องรบกวนให้ที่รักส่งผ้าขี้ริ้วมาซับเหงื่ออยู่เรื่อยๆ... จริงๆถ้ามองไปฝั่งตรงข้าม เราจะเห็นทางรถไฟที่ผมเพิ่งรู้ว่าจังหวัดนี้มันมีด้วย และมองเห็นศาลหลักเมืองสุพรรณบุรีที่โดนไฟไหม้ไปและซ่อมแซมใหม่ ในรูปทรงที่ทำให้ผมนึกถึงโปเกมอนตัวหนึ่งที่คล้ายๆปลาคาร์ป...
เนื่องจากที่รักไม่ชอบดูวิวกับใครนอกจากในCamfrog เราจึงหันกลับไปชมด้านในหอ ซึ่งมีการตกแต่งด้วยภาพศิลป์ขนาดยักษ์ ลง มาชั้นล่างก็จะมีทั้งผลงานศิลปะเลียนแบบและของแท้ปนกัน และเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกประเภทของเจ๊กทำที่ซ้ำๆซากๆกันทุกชั้น ผมซื้อเต้าเจี้ยวมาฝากพ่อแม่ด้วยละ...
(หมายเหตุ : "ดูวิว" เป็นศัพท์แสลงในนักเล่นแคมกบ หมายถึง "มาเปิดกล้องกันเถอะ")
(เสียงพิลึกในคลิป ยังหาต้นตอไม่ได้ว่าใครพูดมาจนถึงปัจจุบัน)
ภาพศิลป์เหล่านั้น ทำให้ผมนึกถึงหนังสือภาษาไทย สมัย ม.ปลาย แต่เธอระลึกไม่ได้ เพราะเธอเรียนอาชีวะ...
เราพากันจูงมือ เดินขึ้นลง ชั้น 3-4
นานเท่าไหร่ก็ได้โดยไม่มีใครว่า แต่ถ้าลงลิฟท์มาถึงชั้นหนึ่ง ก็คือ
"หมดเวลาสนุกแล้วสิ" ลิฟท์เป็นลิฟท์แก้ว ทำให้นอกจากจะทำให้หวนระลึกถึงพารากอนแล้ว ผมยังรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในหุ่นรบ จูเรนเจอร์ กำลังจะเดินตะลุยเมือง โดยมีที่รักยืนเคียงคู่...ในฐานะกระปุกเกียร์
ด้วยความที่สวนด้านล่างเป็นสวนสาธารณะที่สวยงามและไม่ห้ามคนเดินลัดสนาม ผมและที่รัก รวมถึงน้องๆทั้งกลุ่ม 12 คนจึงวิ่งเข้าไปวิ่งเล่นราวกับหลุดมาจากอนิเมเรื่อง Sister Princess เราไม่หยุดเหยียบย่ำจนกว่าดินในสนามและรองเท้าจะเละไปข้างหนึ่ง รูปที่ออกมาจึงอุบาทว์ดีเพราะมีหญ้าที่เพิ่งตัดใหม่ติดเต็มเสื้อไปหมด... จึงขอเอารูปที่ถ่ายตอนนอนแผ่บนสนามหญ้ามาลงจะดีกว่า
ภาพนี้คือโขลงช้าง
สัญลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี จากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
พระนเรศวรทรงกระทำการยุทธหัตถี ที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์
ที่มีข้อมูลใหม่ว่าน่าจะอยู่ที่กาญจน์หรือตากหรือฝั่งพม่ามากกว่า
ในเมืองสุพรรณมีไม้ดัดรูปช้างเต็มไปหมด แต่ไม่ยักเห็นช้างตัวเป็นๆเลยซักเชือก...ยกเว้นที่รักของผม 1 เชือก แปร๋นนนน...
ภาพต่อมาคือ Mystery Circle ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าจะตัดหญ้าให้มันดูแนวแบบนั้นไปเพื่ออะไร... คาดเดาว่าคนตัดหญ้าอาจชอบภาพยนตร์เรื่อง Signs มากเป็นพิเศษ ที่รักผมบอกว่า เธอรู้สึกระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งอยู่บนดาวอังคาร ผมตบกะโหลกเธอ และบอกเธอว่า "ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์นะจ๊ะที่รัก"
และในมุมมองนี้ เรา 2 คนก็ค้นพบว่า...
นอกจากจะมีรูปร่างแบบแบคทีเรีย Yersinia pestis แล้ว มันช่างเหมือนไอติมโคนซะจริงๆ...พวกเราจึงชวนกันข้ามฟากไปกิน "ไอศกรีม-ซ่าหริ่ม" แห่งจังหวัดสุพรรณ ซึ่งมันอร่อยมากเพราะเอาเส้นซ่าหริ่มมาใส่ไอศกรีม ไม่เหมือนในกรุงเทพที่รู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยววุ้นเส้นสด...
ผมสั่งกล้วยหอม 2 ลูก และพบว่ารสชาติมัน "่ก่วย" มากๆ ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ทางการค้า หันไปถามแกมบังคับกับที่รักและรุ่นน้องในกลุ่ม ว่าต้องการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือไม่ ในอัตราครึ่งลูกต่อครึ่งลูก ผลสุดท้ายในชามผมจึงมีไอศกรีมต่อไปนี้อย่างละครึ่งลูก คือ ชาเขียว มะนาว กล้วยหอม ช็อคโกแลต ส้ม วนิลา ชาเย็น เผือก และเม็ดแป๊ะก๊วยอีก 2 เม็ด ที่ได้เกินมามากมาย เพราะเป็นการค้ากำไรเกินควร เด็กดีไม่ควรเลียนแบบ...
กลับไปถึงวัด นอกจากจะดื่มน้ำตามมากๆป้องกันอาการท้องเสียแล้ว ยังต้องรีบไปล้างตัว เพราะคันจากหญ้ามากๆ เกาตลอดทางจนดูโทรมเหมือนลิงตกต้นไม้...ที่รักช่วยผมเกาด้วยหละ~รู้สึกดีเหมือนได้หาเห็บให้กัน...
พวกเราแวะถ่ายภาพนี้ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านบางใหญ่ หมู่ที่ 1 ต.บางใหญ่ อ.บางปลาม้า ที่กำลังต้องการเงินบริจาคค่อนข้างมาก เพื่อเด็กน้อยตาดำๆ (นี่คือที่มาของภาพปริศนาท้ายเก็บตก #1) แต่ถ้าท่านสนใจจะบริจาคจริงๆ ก็ติดต่อผ่านทาง อบต.บางใหญ่ จะดีกว่า เพราะมีคนท้องที่มากระซิบว่า มีการคอรัปชั่น...
ท้องนา~กว้างไกล แผ่นดินไทยเขียว~ขจี อุดมสมบูรณ์ดี ทุกชีพพลีทุกเวลา~
จากทุ่งนา สู่ข้าวสีทอง สู่ความหวังดังใจปอง เป็นข้าว...มาบุญครอง~ของทุกคน
สนับสนุนโดย MBK, และที่รักของผม
และก็ขอจบการออกชุมชนจังหวัดสุพรรณแบบสมบูรณ์ซะที เก็บตกจบแล้วครับ - -
ของแถม : ไหนๆก็เอารูปมาลงและ แถมนิดหน่อย
ขอตั้งชื่อว่า "ธรรมศาสตร์ ในบรรยากาศ Silent Hill" (?)
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีช่วงเวลาที่ตึกแห่งนี้ดับไฟเกือบทั้งอาคาร
หลัง "ยิมเต่า" ที่ให้อารมณ์เหมือนมันเป็นสุสาน และอีกฟากหนึ่งของมันคือแม่น้ำมรณะ (?) ทอดอยู่ก่อนหนทางไปสู่แดนพิพากษา (คณะนิติศาสตร์)
ถนน ที่ดูราวกับวงแหวน Möbius (?) ปลายทางของมันคือ Clock Tower (?) กระนั้นหรือ...
สนามหญ้าและตึก SI (?) เอาหละ Jill Valentine (?) ภารกิจได้เริ่มขึ้นแล้ว...
/me รู้สึกดีที่วันนั้นผมไม่บังเอิญเจอ "ที่รัก" ในตอนเช้า ไม่เช่นนั้นผมคงนึกว่าเราอยู่ในเกม The House of the Death (?) จริงๆ... - -''

