Music : Bad News Brown Artist : Typecast

หากคุณได้ยินข่าวต่อไปนี้

 

"จากการตรวจสอบแอร์ในกรุงเทพ มีเชื้อ Legionella 15% ซึ่งอาจก่ออาการปอดบวมได้"

แล้วคุณรีบปิดแอร์ในบ้าน หันมาใช้พัดลม และส่ง Mail FWD ...

"ค่าย [บันได] จะ LC อนิเมอีก 20 เรื่อง เดือนมีนาคม"

แล้วคุณรีบเปิดเว็บโหลดบิท โยนลิงค์ทั้งหมดลงไปอย่างบ้าระห่ำ ...

"นาตาชาเผย อยู่กินกันมานาน พาราดอนแทกซ์เป็นเกย์"

แล้วคุณรีบโทรศัพท์บอกเพื่อนทุกคน เข้า MSN เปลี่ยนชื่อดิสเพลย์ของตัวเอง ประกาศข่าว ...

"ประวัติศาสตร์พลิก พบหลักฐานชาวไทยอพยพมาจากลาว"

แล้วคุณรีบโทรหาญาติภาคอีสานของคุณด้วยความดีใจ ...

"ค่าเงินบาทมีแนวโน้มจะแข็งตัวขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นอาจตกลงโดยฉับพลัน น้ำมันขึ้นราคา"

แล้วคุณรีบขายหุ้นทั้งหมดในมือทิ้งไป เอาตังไปซื้อน้ำมันใส่โอ่ง เก็บไว้หลังบ้าน ...

"ผลสำรวจ Exteen เป็นบล็อกที่กำลังถูก ICT เพ่งเล็งมากที่สุด"

แล้วคุณรีบเข้า 1000 Tips ตั้งกระทู้ด่าตามประสาเกรียนที่ดี ...

"ท่านนายกเผย อาจเป็นมะเร็งในโพรงจมูก"

แล้วคุณรีบโทรชวนเพื่อนออกไปฉลองหมูหมัก หมูกระทะ ...

http://i252.photobucket.com/albums/hh6/mingninja/10th/news.jpg

 

 

ทำใจเถอะครับว่า คุณกำลังร้อนวิชา ถูกข่าวสารและความรู้ชักนำเข้าซะแล้ว

หลังเรียน Infect ระลอก 2 (การติดเชื้อที่เจอจริงๆ) หลายๆคนถึงกับประสาทกลับ หลอน พอจะกินข้าวก็ลวกช้อนซะช้อนส้อมแทบหลอมละลาย พอเจอชามก๋วยเตี๋ยว ก็นึกถึงข่าวพบไส้เดือนในผักบุ้ง จะเดินไปไหนก็ใช้ผ้าปิดปาก... ถึงขนาดไปคุยกับอาจารย์หมอจิตแพทย์ ก็มี

ปรากฏการณ์นี้เป็นอาการทางจิต คล้ายๆกับ Fantasy ผสม Anxiety Disorder คือ เมื่อได้รับความรู้ใหม่ คุณจะเกิดอาการหลอนและพยายามเชื่อมโยงความรู้นั้นเข้ากับตัวเอง (เพื่อนผมมันเชื่อมั่นว่าโทโมงาระแห่งพิภพแดง ในฟิคชั่นเรื่อง ชานะ มีจริงๆ และตัวมันก็คือ ทอร์ช ที่คงดับสลายไปในวันหนึ่ง...) ถ้าคุณเรียนภาษาตุรกีอยู่ คุณก็คงเชื่อมโยงกะตัวเองไม่ค่อยได้หรอกจริงไหม แต่ถ้าคุณเรียนหมอล่ะ...

จบวิชา Brain : สงสัยต้องเป็นไมเกรน อ่านหนังสือดึก เส้นเลือดในสมองจะแตกมั้ยวะ...
จบวิชา Infect : ช้อนในโรงอาหารอุดมเชื้อโรค ต้องกระแดะกินช้อนพลาสติก
จบวิชา Thorax : ต้องเป็นโรคหัวใจ (ขาดรัก) แน่ๆ - -

...

 

รู้มากก็ยิ่งบ้ามาก ถ้าเชื้อโรคมันจะติด มันก็ติดไปนานแล้วเฟร้ย... อย่างโรคซ่อนเร้นน่ะ คนไทยมีวัณโรคแฝงอยู่ตั้งเยอะ แต่มันจะเล่นงานเมื่อร่างกายอ่อนแอเท่านั้นแหละ ไปดูแลสุขภาพตัวเองสิป๊ายยยย... -*-

หลังจาก Entry "โรคจูบ" ที่ประสบผลสำเร็จเข้าขั้นเวอร์ไปเลย (คนเข้าบลอกวันนั้นแตะพัน ปกติวันละ 200) ทำให้ผมคิดได้ว่า My God!!! ต่อแต่นี้ชาว Exteen คงแปรงฟันก่อนจูบกันหลายคนทีเดียว (เหอๆ)

http://i252.photobucket.com/albums/hh6/mingninja/10th/over.jpg

ถือโอกาสขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมนะคร้าบ

 

ในความเป็นจริงแล้ว กรณีเรื่องโรคนั้น ถ้าเป็นอะไรที่คุมไม่ได้ (แบบ พบในของกิน พบในอากาศ) ผมว่าทำใจครับ - -'' สำหรับกรณีโรคจูบ คนไทยเราควบคุมกันได้ แต่มันเป็นโรคปกติในคนอเมริกัน ใครไม่มีนี่คือเชย (ไม่เคยจูบล่ะสิ ว้าย~ว้าย~) จะติดโรคก็ติดไปเถอะ มันไม่แสดงอาการจนกว่าเราจะเป็นเอดส์หรือป่วยหนักหรอกครับ ตามรูปแบบ สัพเพสัพตู สัตมีรูคือ... สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อาเมน ปล่อยวางเสียเถิด สาธุ

พอมาดูข่าวอื่นๆใน TV ก็เห็นอีช่องนั้นเสนอแง่มุมนั้น อีช่องนั้นเสนอแง่มุมนี้ คนที่เป็นสาวกช่องนั้นก็มากัดสาวกช่องนี้ เอ๊ะ อีข่าวช่องนี้นี่มันขายตัวเองนี่หว่า -*- (ถ้ามันเสนอขัดแย้งกันเองมันก็ขายไม่ได้สิจริงไหม)

หันมาดูฝั่งหนังสือพิมพ์ดูจะฉลาดกว่า หากพิจารณาบทความในหนังสือพิมพ์ "ไทยลับ" ปรากฏว่า หน้านี้ กัดอีตานี่ หน้านี้ กลับมาชมอีตาคนนั้นอีกแล้ว - -'' อาศัยคนเขียนคนละคน คนอ่านก็เลือกอ่านส่วนที่ชอบที่ชอบเอาละกัน...นึกถึงใน Harry Potter เล่มไหนซักเล่ม "หนังสือพิมพ์ Daily Prophet มีไว้ขายตัวเองจ้ะ...เด็กโง่"

 

 

อีกรูปแบบหนึ่งของการตื่นข่าว บ้าข้อมูล ก็คือ

"ว้าย ว้าย วันนี้ชั้นเรียนเรื่อง Ubuntu หละแก ดีมากๆเลยนะ"

"เรอะ - - จะมาขอร้องให้ไปช่วยติดตั้งให้ ว่างั้น?"

"ไม่ได้หรอกแก ชั้นชอบ Linux มากกว่า เพื่อนชั้นแนะนำ Linux ให้ฟัง"<<< มันก็เป็นสับเซตกันไม่ใช่เรอะไงครับเจ๊...

กรณีนี้คือ ร้อนวิชา ชั้นรู้แล้ว!!! กรี๊ด!!! ฉันรู้!!! โอ้พระเจ้า ฉันรู้!!! เชี่ย~!!! เค้ารู้กันนานแล้ว -*-

 

 

วิธีป้องกันตัวเอง ไม่ให้บ้าไปกับข่าว (อุตส่าห์ไปเปิด ท.606 ดูเลยนะนี่)

1.ฟังข่าวหลายแหล่ง ถ้ามัวแต่ฟังช่องนี้ ชมแต่พรรคนี้ตลอด พอมาเจอช่องอื่นด่า เราก็จะเกิดกลไกต่อต้านในใจโดยอัตโนมัติ ลองถามตัวเองดูว่าบริโภคข้อมูลแหล่งไหนมั่ง

2.ถ้าจะเชื่อ ฝังข้อมูลนั้นลงสมอง ก็หาข้อมูลซะก่อน ว่าแหล่งข่าวนั้นชัวร์ วันที่เกิดตอนไหน ไม่ใช่ข่าวปีมะโว้เอามายำ หรือถ่ายมุมกล้องต่ำๆเล่นๆ ให้นึกว่าสนามบินมีรอยแยกกว้างยังกะโลกแตก

3.ไม่จำข้อมูล แต่รู้แหล่งหา คือรู้ว่า อีสาระแบบนี้ หาที่กูเกิล อีนี่ หาในวิกิพีเดียได้ อีเว็บนี่อ้างอิงได้นะ แต่อีเว็บนี้ค้าขาย อ้างอิงไม่ได้ ตอนเรียน Stat ผมก็ไม่รู้อาจารย์จะให้จำสูตรและค่าคงที่มหาศาลทศนิยม 4 หลักไปทำไม ในเมื่อใช้จริงก็เปิดหนังสือดู จำข้อมูลทั้งหมดคงบ้าตายไปก่อน -*- เรื่องนี้ใช้ได้ดีตอนเขียนรายงาน

4.วิเคราะห์ด้วยตัวเองก่อน แล้วก็ อย่ารีบนำเสนอ เคยเห็นกระทู้ตั้งว่า "บิ๊ก D2B ตายแล้วจริงเหรอ หนังสือพิมพ์ไม่ได้อ่านเมื่อเช้า แต่ข่าวออกช่อง 9 เมื่อกี๊ ช่อง 11 ก็พูด โอ้ยตอนนี้ช่อง 3 ก็ประกาศ ใครก็ได้ยืนยันที" <<< อยากจะตามไปยืนและยันมันถึงห้อง ถ้าข่าวมันออกมาเยอะแบบนั้นก็ค่อนข้างชัวร์แล้วสิแม่คุณเอ้ย... -*- ดูหลายช่องแล้วจะให้ตามไปถ่ายรูปถึงเตียงผู้ป่วยรึไงกัน อีกแบบนึงคือ "เป็นหวัดอย่ากินทิฟฟี่นะ อ่านในเมล FWD บอกว่าทำให้เลือดออกในสมอง" อีตัวยาพรรค์นั้นมันก็ต้องแก้ไขนานแล้วเซ่... มันถูกถอนจากบัญชียาหลักไปตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้วไม่ใช่เรอะ หล่อนจะปล่อยให้ Mail FWD วนเวียนหลอกหลอน รอให้บริษัทเจ๊งอยู่เรอะไง...

5.ถ้าข้อมูลไหนไม่จำเป็น เก็บแต่แหล่งหาไว้ ลืมๆข้อมูลนั่นไปมั่งก็ได้... เชื่อเถอะว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลย โลกสดใสกว่าเยอะ (อ่าน กระทู้ที่อุตส่าห์ไปขุดมาจากบลอก Nachiaphoto)

 

 

/me บ่นอะไรวะเนี่ย สงสัยวันนี้อ่านหนังสือสอบหนัก รับข้อมูลเยอะเกินไปจริงๆ...

 

หมายเหตุ : ขอหยุดอ่านหนังสือสอบไป 3-4 วันนะครับ...

ระหว่างนั้น ฝากคำถาม FAQ ไว้ได้ครับ... (พอดีโดน Tag มา)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหมือนถ่อ_(。◕‿◕。 )/ View my profile

Recommend