ซินเจียหยู่อี่ ชินวัตรฮวดใช้...ขอให้มีเงินใช้มากมายแบบชินวัตรครับ

เมื่อวันก่อน (แถวๆนี้แหละครับ ไม่ไกลมาก) ผมได้ไปร่วมดูแลน้องที่รายงานตัวใหม่ด้วย เนื่องจาก มีไอ้เกรียนละแวกบ้าน 1 ตัว ที่ผมไปสอนพิเศษถึงบ้านมันมา และละแวกบอร์ดอีกตัวนางหนึ่ง แสล๋นได้โควต้าเข้าคณะ โผล่มาสองตัว เจอใน MSN ทักทันที "เพ่.......ไปรายงานตัวหมอทำมะสาดดดดดดีมั้ย" "หมอทำมะสาดดียังไงคะ ถ้าหนูไม่เอาโควต้า หนูจะติดหมอจุฬามั้ยคะ" - -'' นอกจากเกรียนนายนี้ หลายคนที่ผมไปสอนพิเศษก็บอกอยากเป็นหมอกัน อืม...7 ใน 10 เอ้า ก็เลยถามคำถาม

 

ทำไมอยากเรียนหมอกันนักฟระ?!?!

 

หมายเห็ด : อันที่จริง ผมไม่สนับสนุนการใช้ภาษาวิบัติหรือการกัดกันระหว่างสถาบันร่วมชาติเป็นที่ยิ่ง แต่ด้วยภาวะที่...ถ้าไม่ติดขัดอะไรป่านนี้คงเรียนหมอปี 5 รึไม่ก็ Extern ไปแล้ว การดูแลให้เกรียนรุ่นน้องใช้มารยาแบบมีมารยาท ไม่จบหมอไปตบกะโหลกคนไข้คาห้องตรวจซะก่อนก็เป็นสิ่งที่ว่าที่รุ่นพี่ควรทำ

คำเตือน : Entry นี้ไม่ได้บอกว่าสถาบันไหนดีกว่ากันยังไง แต่มีจุดประสงค์เพื่ออุทิศสำหรับน้อง ม.5 - 6 หรือท่านทั้งหลายที่มีญาติวัยเยาว์หรือมีความฝันของตัวเอง อยากให้เค้าเรียนหมอ ว่าเหตุผลที่เลือกเรียนมันเหมาะจริงๆรึเปล่า... ว่ากันตามจริง ผู้เขียนตอนนี้ก็ยังไม่ได้จบมาทำงานหมอ (และคงไม่ขอจบเป็นหมอ) จึงขอนำเสนอเท่าที่ตัวเองจะมีความสามารถ โปรดใช้วิจารณญาณ ด้วยรักและห่วงใย จากใจครับ <<< เมิงจะเ่ท่ไปถึงไหน

http://www.highlighthealth.info/images/medicine20logo.jpg
www.highlighthealth.info

 

 

เข้าเรื่องดีกว่า

หลังจากที่ราวๆสัปดาห์ก่อน หมอศิริราชเรียกรายงานตัว 3 ครั้ง (คือ ตัวสำรองไม่มาเอาซะที เอ็งจะเรียนไม่เรียน หา?!?) ก็เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักศึกษาและคณาจารย์ว่า "หรือหมอจะไม่ใช่อันดับ 1 อีกต่อไป????"

พอเจอไอ้เด็กเกรียนนั่น มันก็นั่งตาแป๋ว รวมกลุ่มกับเพื่อนๆเค้าได้แนบเนียน พอพวกรุ่นพี่ไปถาม "ทำไมน้องๆอยากเรียนหมอคะ" ก็ตอบประสานเสียงพร้อมกับเพื่อน "เพราะอยากรักษาคน" "อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์" "น่าสนุกดี ใจรักค่ะ เป็นความใฝ่ฝันของซาร่ามาแต่เล็กแต่น้อย" บลาๆๆๆ อู้ลันล่า...น่ารักที่สุด ตามรูปแบบการตอบสัมภาษณ์ยังไงให้ผ่านเป๊ะ แต่ถามตรงๆ ว่าธาตุแท้ของคน มีกี่คนที่คิดแบบนั้นจริงๆ???

ตอนเจอกันในเอ็ม ผมตั้งคำถามสวมบทกรรมการสอบสัมภาษณ์ (เคยคุยกับอาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์ตัวเอง ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังแต่ละคำถาม สนุกดี รู้สึกตัวเลยว่าตอนผมจบมัธยมปลายใหม่ๆนี่งี่เง่ามาก - -'') ให้น้องเกรียนและไม่เกรียนลองตอบๆกันดู เสร็จปุ๊บ ก็ถามเหตุผลจริงๆบ้าง จึงพอสรุปเป็นข้อๆได้แบบนี้ครับ




1.หมอเรียนยากดีคับพี่ ท้าทายดี ต้องInwจริงๆ <<< พูดง่ายๆคือหมอแม่งเทพใช่มั้ย???

ตัวผู้เขียนเองเห็นว่า เมื่อก่อน เวลามีเด็กเก่งๆ เค้าก็จะสนับสนุนกันว่า "เรียนหมอสิคะ" แต่เดี๋ยวนี้ จำนวนปีที่ใช้ในการจบ นอกจากหมอและทันตะจะเหนื่อยจบช้ากว่าชาวบ้าน (6 ปี) เรื่องความยากในการเรียนที่คณะต่างๆก็พอๆกัน (ผมเคยไปช่วยเพื่อนทำโปรเจกต์ Sony Vegas ส่งงานคณะวารสารศาสตร์ เหนื่อยนรก) ฉะนั้น ประเด็นที่คนมักจะบอกว่า "หมอแม่งเรียนยากกว่าชาวบ้านว่ะ จะจบได้ต้องขั้นเทพ" อันนี้ผมขอเถียงใจขาดดิ้น กรุณาอย่าดูถูกคณะไหนอื่นใดครับ... เรื่องความรู้สึกยากง่าย มันอยู่ที่ความตั้งใจ + สนใจของเรามากกว่า

 

 

 

2.หมอเป็นอาชีพที่มั่นคง ไม่มีวันตกงาน<<< Never say die My Job???

หมอก็เป็นคน มีดี เลว ชั่ว สัปดน ปนกันไป นอกจากเรื่องหมอที่แต่เดิมมีไม่พอ จนต้องมีการผลิตแบบเน้น Quantity มากกว่า Quality (เรื่องการเมืองอีกแล้ว) ก็ยังมีนโยบายที่ออกกันมาเรื่อยๆทั้งจากภาครัฐและภายใน ทำให้ดูเหมือนกับตอนนี้นอกจากการกีดกันกันเองภายใน แถมมีการฟ้องร้องจากภายนอกอีก (ข้อมูลจาก สสส.ปี 2550 - มีการฟ้องร้องหมอเพิ่มเยอะจนโคตรน่าตกใจ) ไม่อยากโบ้ยให้การเมืองทั้งหมด แต่ขอถามว่า
"ในสังคมไทยที่เริ่มจะเบี่ยงไปทางอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ (แบบเอะอะ มีอะไรขึ้นมา ฟ้องได้ฟ้อง) และมีการเป่าหูจากทนายมากมาย ข้อกฏหมายพลิกผัน (แบบกรณี หงิกมีปัญหา) แต่ว่า ความรู้ของคนยังเท่าเดิม - -'' จบเป็นหมอใหม่ เงินเดือน...อ่ะ ให้สามหมื่นไปเลย ทำหมันคนไข้ ติดเชื้อ ตาย (เวอร์ไปมั้ย) โดนฟ้อง 10 ล้าน ขายบ้านขายช่องขายซ่องขายซอย ก็ใช้สอยไม่หมดชาติ หมอยังมั่นคงอยู่รึเปล่า"

เด็ก ม.ปลาย มันเคยถามพี่ๆตอนมาเข้าค่าย น้องปี 2 ตอบว่า

"อู้ยยยยย...ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแพทยสภาก็ช่วย"

บ้านอาอี๊อากงอาแปะอาม่าของหล่อนเซ่!!! (เลยตรุษจีนวันแรกแล้วสินะ ด่าได้ - -'') หล่อนใช้สมองส่วนไหนคิดฟระ ไขสันหลังเรอะ... ผ่าผิดขา อ่ะ โดนฟ้อง เจาะรูสะดือเบี้ยวไป 30 องศา อ่ะ ถูกฟ้อง ใส่ซิลิโคนนมบิด ไม่เท่ากัน มันก็โดนฟ้อง ถ้าแพทย์สภามาช่วยทุกราย ยึดทรัพย์ทักษิณมาหมดก็ไม่พอ 3 วัน

หมายเห็ด : ผู้เขียนคิดว่า นี่คงเป็นสาเหตุที่เด็กระดับเทพๆ เช่น อันดับ 1 ของไทยหันไปเรียน วิศวะ หรือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ แทน ปัจจุบัน คนเรียนหมอส่วนใหญ่คือคนเก่งระดับกลางๆครับ

 

 

 

3.หมอรวย <<< ง่าย ตรง สั้น แต่ห้ามใช้มันตอบสัมภาษณ์

Your Father ครับ Your Father!!!! โอเค จบ บรรจุ เป็นหมอธรรมดา กินเงินเดือนหมื่นกว่า ถ้าอยู่เวรก็ได้เพิ่มมหาศาล แต่...แลกมาด้วยความเหนื่อย ชนิดที่ว่า เวลานอนสำคัญกว่าเวลากิน คุณจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เวลานั้นจะถูกอุทิศเพื่อมวลชน <<< แต่ตอนเรียนเท่านั้นนี่ที่หนัก ทำงานไม่หนักเลย เรื่องนี้ผมคงใช้ประสบการณ์เถียงไม่ได้ เอาเป็นว่า รูมเมทผมที่จบเป็นหมอยืนยันว่ามันเหนื่อยจนไม่อยากอยู่เวรเลยหละ บางทีทั้ง รพ.มีหมอคนเดียว เพราะว่าเมืองไทย หมอมีไม่พอ >>> ผลิตหมอเพิ่ม >>> แข่งกันเรียนต่อ / เปิดคลินิก >>> ก็ยังมีหมอไม่พอแบบเดิม...

สรุป ถ้าอยากรวยแบบมีเวลาใช้เงิน อย่าเรียนหมอ (แนะนำหมอฟัน จัดสรรตารางได้)

 

 

 

4.หมอแม่งสบาย เปิดคลินิก วันๆไม่ทำอะไร พ่นๆฉีดๆ <<< ไปเป็นเกษตรกรสิ

คนเป็นหมอต้องเจอกับ... (อ้างอิงจาก อาจารย์หมอจากรามาฯ ท่านหนึ่ง)

- Difficult แหงละมันยาก มันเหนื่อยมากด้วย
- Dangerous เช่น ทาทายัง มีด ตะไกร โรคติดเชื้อ (เพื่อนผมตอนเป็นนศพ.ปี 4 ทุกคนต้องตรวจวัณโรคก่อนขึ้นคลินิก ผลคือ 4 ใน 5 คนจะติดวัณโรคจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว) เลือด เลือด เลือดดดดดด.... (เอ๊ะ สะใจซะงั้น)
- Doraemon Dirty คิดดู ตื่นมาเจอกับอะไร? ก่อนนอนเจอกับอะไร?
- Supportive รับผิดชอบเชี่ยเชี่ยครับน้อง ถ้าคิดตื้นๆก็เตรียมตัวตาย อ่านข้อ 2 ได้เลย

 

 

 

5.อยากทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ค่ะ <<< ไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์สิ

ตอนแรกผมว่าเหตุผลนี้โคตรเข้าท่าเลยว่ะ (ตอน ม.6 ตอนหลังรู้สึกตัวว่าตอนนั้นงี่เง่าพอควร) พี่ที่รามาฯ บอกว่า "อย่าตอบสัมภาษณ์แบบนี้เป็นอันขาด" อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อ่ะ "ไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์สิ รึไม่ก็บริจาคเงินแกซะ" อยากให้ทุกคนมีความสุข "ไปเป็นนางสาวไทย" อยากช่วยเหลือ [คนป่วย] "สหเวชก็ทำได้" อยากดูแลเค้าแบบใกล้ชิด ประดุจคนรักในอ้อมอก "นั่นพยาบาล" อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พ้นทุกข์ "ไปบวชไป๊" อยากเตะรุ่นพี่แล้วว่ะ...

อาชีพนี้เป็น ทุกขนิยม คนที่มาหาเรามีความทุกข์ เราจะมีความสุขเมื่อเขาหาย (ยืนยันครับ แม้ผมอาจจะดูโรคจิต แต่คนไข้ถูกฟันหัวแบะมาผมก็ไม่ดีใจไชโยโห่ฮิ้วหรอกนะ) หมอหลายคนเครียดเพราะเอาความทุกข์ชาวบ้านเข้าไปสะสมในตัวเองด้วย (เคยอ่านข้อมูลราวๆ 5 ปีที่แล้ว จิตแพทย์ไทยฆ่าตัวตาย 8 คน) ฉะนั้น ช่วยตอบเหตุผลที่จำเพาะเจาะจงหน่อยครับ

 

 

 

6.ไม่รู้จะเรียนอะไรค่ะ / พ่อแม่แนะแนวแกมบังคับให้เรียนครับ <<< อีนี่เลือกได้สินะ - -

บอกพ่อแม่ให้อ่าน Entry นี้ ถ้าไม่เข้าใจหรือพยายามไม่เข้าใจหรือกลัวภาษาเกรียนหลุด ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษ - -'' หากพ่อแม่แอ๊บแบ๊วอีก ให้แปลเป็นภาษาเกาหลี เขมร ญี่ปุ่น... <<< ไม่ช่วยสินะ เอาจริงๆ คุณก็ต้องเรียกพ่อแม่มา ตบหน้า ตบเข่าคุยกัน ว่าจริงๆแล้ว คุณอยากเรียนอะไรกันแน่ คุณมีจุดประสงค์อะไร มีเหตุผลแบบไหน อย่าตามใจเมื่อผู้ใหญ่คลุมถุงชน (ถ้าคุณมั่นใจว่าเหตุผลของคุณนั้นดีและรอบคอบ) ฝืนใจบังคับให้อยู่กับงานที่ตัวเองไม่ได้รักไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก...(เด๋วจะเป็นแบบผม เหอะๆ)

 

 

 

7.หมอมันเท่ห์ สาวติดตรึม <<< หนุ่ม (Y ทุก Type) ก็ติดตรึม (เยอะกว่าสาวอีก เลือกได้ เลือกได้ ^^'')

"หมอที่มีเวลาให้คนรักน่ะหายาก แต่คนรักที่ยอมรับว่าหมอไม่มีเวลาเพราะต้องไปช่วยเหลือคนอื่นน่ะ หายากกว่า" ภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ

 

 

 

ถึงตอนนี้ หลายคนคงด่า "อ้าว แล้วแบบนี้คนจะแย่งกันเป็นหมอไปทำพระแสงด้ามง้าวอะไร" ก็เพราะเหตุผลอื่นไงครับ อันนี้ผมคงไม่ตอบ ให้คิดเองจะดีกว่า แต่ถ้าเหตุผลคุณไปวนเวียนอยู่กับ 7 เหตุผลข้างบนล่ะก็ ทบทวนใหม่ซะนะครับ ขอให้โชคดีในการสอบสัมภาษณ์

คนเป็นหมอ เงินเดือนต่ำ คุณธรรมสูง เพื่อนฝูงหนีหน้า คอยเป็นขี้ข้ารุ่นพี่ - หนังสือ Formulae - นิสิตแพทย์จุฬา

 

ปล. Last Edit (15/2/2007)

อ่านคอมเมนท์ผู้มีประสบการณ์ที่ # 6, 7, 13, 17, 18, 24, 25, 27, 28, 30, 34

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ และขอโทษจากใจ ที่เขียนใส่อารมณ์มากจนวกวนไปหน่อย - -''

คุณจะเลิกล้มความตั้งใจดีไหม??? ผมไม่แนะนำดีกว่านะครับ ตรงนี้ต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เพราะมันเป็นอนาคต มันเป็นอาชีพที่อยู่กับคุณ คุณต้องเจอมันไปจนวันตาย

คุณจะเรียนอะไรดี??? ถ้าชีวิตคุณกำหนดจุดมุ่งหมายไม่ได้ขนาดนั้น ก็จงยินยอมให้ผู้ที่ฉลาดกว่า มีประสบการณ์มากกว่า จูงจมูกคุณขึ้นไปได้เลย

นี่เป็น Entry เกรียนด่าหมอใช่ไหม??? เรียนอะไรก็สนุกครับถ้าใจรัก ส่วนตัว ผมรักวิชา Infection แต่เกลียด Anatomy ครับ แล้วก็...ไม่ชอบการเจอผู้ป่วยบนวอร์ดจริงๆ - -'' ถ้า อ่านแล้ว พิจารณาแล้ว คิดว่า "นั่นไม่ใช่ปัญหาของฉัน ฉันเพลิดเพลินกับชีวิตการเรียนหมอ ฉันใฝ่ฝันจริงๆ ฉันมีเหตุผลที่ดีจริงๆนะ" ผมก็ยินดีและสนับสนุนครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แฮ่ .. เลือดลาดเลย blog นี้










*

ดีนะที่เราโง่ :)

#1 By ว่างงาน on 2008-02-08 01:34

เป็นนักดนตรี.. ดีกว่า

#2 By iMase on 2008-02-08 01:36

กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฮาได้อีกค่าาาาาาาา
ขอAdd favcry Hot!

#3 By *-*นู๋บู่*-* on 2008-02-08 02:31

ฮาแต่จริงครับ...Hot!

#4 By s23697 on 2008-02-08 02:31

ข้อ6นี่เห็นหลายคนแล้วก็เข้าทรมาน /อวยพรได้ เร้าใจ

#5 By hiney* on 2008-02-08 02:39

เอนทรี่นี้ถูกใจผมมากๆเลยครับ (ผมไม่ได้เป็นหมอนะ)

ผมรู้สึกว่าค่านิยมที่คนเก่งต้องเรียนหมอ ยังไม่หมดไปจากสังคมไทยซะทีเดียว ....ทุกวันนี้ที่บ้านผมบางคนยังมาบ่นเสียดายว่าทำไมผมไม่เรียนหมอ (ยื่นคะแนนไปก็ไม่ติดหรอก 555open-mounthed smile)

สำหรับผมแล้วผมไม่เลือกหมอมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วล่ะ เพราะผมโง่ชีวะ และ เคมี ....ชอบแต่คณิตศาสตร์(ณ ตอนนั้นนะครับ) คงไปใช้แค่การคำนวณหรือใช้ตรรกะรักษาคนไข้ก็ไม่ได้หรอก ....confused smile

"เป็นหมอมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"-ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นอีกประโยคนึงจากเรื่อง หมอเจ็บ นะครับ

ปล.แปะดรากอนบอลให้ครับ Hot!

#6 By SkyKiD on 2008-02-08 02:39

คิดเหมือนพี่หมอทุกข้อเลยค่ะ เรื่องจริงที่เจอมากะตัว(แต่ตอนนี้แป้งก็ยังเรียนอยู่ล่ะนะ เลยพูดอะไรมากไม่ได้)

ส่วนตัวมีน้องๆหลายคนแอดเอ็มมาถามนู่นนี่เกี่ยวกับการเรียนหมอบ้างล่ะ การเตรียมตัวสอบเข้าหมอบ้างล่ะ ซึ่งเหตุผลของน้องๆเหล่านั้นก็วนเวียนในวัฏจักร 7 ข้อที่พี่ว่ามาเป๊ะตามสูตอย่างกับวิชาเลขไม่ผิดเพี้ยน คือเราฟังแล้วก็ขำๆนะ บางคนที่เขาตั้งใจมาเป็นหมอจริงๆก็ดีไป แต่บางรายที่ฟังเหตุผลหรือดูนิสัยจากการคุยผ่านเอ็มไปได้สักพักก็รู้สึกว่าน้องคนนั้นเป็นหมอไปมีหวังคนไข้ได้หนีกระเจิงแน่ ขนาดนั้นเลย

สมัยนี้เรื่องหมอถูกฟ้องร้องบ่อยมีเยอะค่ะ จนบางทีคนเป็นหมอแบบเราหรืออ่านข่าวแล้วเห็นรุ่นพี่อาชีพเดียวกันโดนฟ้องแล้วอดสงสารพี่และสังเวชใจคนไข้ไม่ได้ คือเรื่องแบบนี้มันก็ sensitive สูงนะ จะว่าคนไข้หรือหมอก็ไม่ได้หรอก หมอเองก็ตั้งใจเต็มที่ๆจะรักษาคนอยู่แล้ว ไม่งั้นมาเป็นหมอทำไมหรือหากทำงานส่งๆเลินเล่อไปงั้นๆ มีหมอที่ไหนที่อยากจะเสี่ยงเข้าคุกหรือโดนฟ้องบ้าง? ด้านคนไข้เองเข้าใจว่าอาจเกิดจากความเข้าใจผิดหรือเพราะความไม่รู้ (ก็ไม่รู้กรรมวิธีการรักษาของหมอจริงๆน่ะสิ) ทำให้เวลาเกิดเหตุสุดวิสัยจึงทำให้อะไรๆก็ฟ้องดะไปหมดแหล่ะ ดีไม่ดีเดี๋ยวนี้มันจะเป็นเทรนด์กระแสแฟชั่นนิยมเสียด้วย ว่าใครไม่ฟ้องหมอเป็นตกเทรนด์อีกตะหาก มันมีจริงๆนะเออ แต่ไม่อยากพูดลึกมากกว่านี้เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปซะเปล่าๆ

#7 By Lavenya on 2008-02-08 04:42

Hot! โหวตให้ 1 แต้มค่ะ

#8 By Lavenya on 2008-02-08 04:43

แล้วทำไมถึงมีคนไม่อยากเป็นหมออีกเยอะแยะล่ะ?

หรือเราจะคิดถูกที่ไม่เรียนหมอ
เพราะเราเกรียนนนน ...

#9 By O~o SORA on 2008-02-08 06:54

ยิ่งคิดยิ่งเศร้าครับ
คนที่ทำได้นี่ ด้วยใจ จริงๆครับ...

#10 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-02-08 08:30

งั้นขอเป็นหมอผีดีกว่า

#11 By นายฉิม on 2008-02-08 08:58

เอนทรีนี้ได้ใจมากมายฮับ
...รู้สึกดีที่ทางบ้านใช้การแนะแนวแกมบังคับให้เข้าหมอไม่ได้ผล...
...แต่ที่เรียนอยู่นี่ก็หนักหนาพอกันนี่หว่าฮับ

#12 By DDP on 2008-02-08 12:01

คำตอบหลายๆข้อใน 7 ข้อ ก็เป็นมุมมองของคนที่ยังไม่ได้เป็นหมอจริงๆนะ แต่พอเป็นแล้ว หรือสัมผัสจริงจังแล้ว มีอะไรแฝงอยู่อีกเยอะ มีเรื่องต้องเรียนรู้อีกมาก

หมอก็มีความลำบากเหมือนกันนะ เครียดกับงานไม่พอต้องเครียดกับผลของงานด้วย เป็นงานที่ยากจริงๆ ขอให้คุณหมอทุกคน สู้ๆนะ

ปล.เคยมาอยู่บ้านหลวงด้วยเหรอครับ มาไกลนะเนี่ย ผมยังไม่เคยไปบ้านหลวงเลยsad smile

#13 By นายป้อ on 2008-02-08 12:03

ก็สนุกดีนี่ครับ แต่โคตรเครียด...

ปล.เห็นด้วยทุกประการconfused smile

#14 By หมอผี (203.131.209.141) on 2008-02-08 12:07

เรื่องซีเรียสแต่เขียนได้ขำ cry

#15 By pisces on 2008-02-08 13:21

อ่านแล้วก็จริงนะ ทุกข้อเลย
เมื่อก่อนก็อยากเป็นหมอ แต่เอ็นท์ไม่ติด 555+
ตอนนี้เรียนสายสุขภาพ(สหเวช)อยู่
พอมาเรียนแล้วคิดได้ ไม่น่าเรียนสายนี้เลยกรู
เหอๆ


ตอนที่เราจบ ม.6
คิดว่าบางทีเราก็ยังไม่รู้ตัวเองหรอก
ว่าความจริงแล้วชอบอะไร
พอมาเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วถึงจะรู้นะ
sad smile Hot!

#16 By ~memay~ on 2008-02-08 14:13

เป็นอาชีพหนึ่งที่ไม่เคยอยากเป็น เพราะแม่เป็นพยาบาล อยู่กับโรงพยาบาลมาแต่เด็ก แม่ไม่เคยบังคับอะไรเรา ขอเรื่องเดียวเท่านั้นคือ

"อย่าเป็นหมอ / พยาบาลนะ"

ด้วยความเป็นลูกกตัญญูเลยไม่ไ่ด้เป็น เอิ้ก เพราะไม่ชอบและเห็นสภาพงานมามาก เลยไม่นึกอยากเป็นเลย ความใฝ่ฝันด้านนี้เป็น 0 เรียกได้ว่าเป็นเพราะแม่มองการณ์ไกลโดยแท้ ปัจจุบันอยากใกล้ชิดหมอ เพราะจะขอข้อมูลไปเขียนนิยาย เอิ้ก sad smile
อ่านไปก็นั่งขำไป
เพราะคิดถึงพี่ของตัวเอง555
[ตอนนี้มีพี่เรียนเเพทย์อยู่สองคน555]

เห็นด้วยหลายๆอย่างเลย เเต่ก็คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะสังคมไทยปลูกฝังเด็กให้โตมาคิดเเบบนี้ด้วย

เเต่ไม่ว่าจะเรียนอะไร เลือกที่จะทำอย่างไหน ขอให้มันอยู่ในสิ่งที่ดี ที่ถูกที่ควร ก็พอ big smile Hot!

#18 By Fay_Zenryu on 2008-02-08 15:31

ไม่ขอจบเปนหมอsad smile .. จะเรียนจิตเวชหรอครับ .. ผมเรียนจิตคลีนิกอยู่คับ .. จะไปเปงเบ๊หมอครับ 55+ ..

#19 By vincentz on 2008-02-08 16:16

เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกได้สิ่งที่ดีๆ

เมื่อก่อนก็แปลกดี

ตะก่อนผมบอกว่าอยากเปงหมอ

โตขึ้นมาหน่อย อยากเปงทหาร

ตอนนี้เรียนวิดวะ

แต่ยังไม่รู้เลยว่าอยากเปงไร

5 5 5+

#20 By Under Constuctive Man on 2008-02-08 17:00

เด็กมักคิดแต่สิ่งที่ได้ครับ

ไม่ชอบคิดถึงสิ่งที่เสียหรือตามมา

#21 By doggiestyle on 2008-02-08 18:26

ัเหอๆ จริง sad smile

#22 By nidting on 2008-02-08 18:37

ตอนแรกแม่ก็บอกอยากให้เรียนหมอ

แต่ตอนนี้พี่ได้หมอไปแล้ว

เลยบอกว่าอยากให้เป็นจิตแพทย์sad smile

แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นอะไร

ทั้งที่ใครๆก็บอกว่าผมเก่งกว่าพี่

#23 By UnknowPerson on 2008-02-08 18:44

เรียนหมออยู่ปี 4 ค่ะ
เริ่มเดิมที ตอนสอบสัมภาษณ์ ก้อใช้เหตุผลข้อ 6 เหมือนกันค่ะ .. แต่ตอนนั้นเพราะว่ามันเคว้งๆ ด้วยแหละ ไม่รู้จะเรียนอะไรจิงๆ มอหกนี่เป็นช่วงเวลาสับสนสุดขีด
แบบว่าอยากจะเรียนนิเทศน์ แต่สวยไม่พอ (ฮา)
ก้อเลยโดนกรอกหูทุกวันจนฝังลึกลงไปในไขสันหลังและไขกระดูก sad smile

แต่พอเข้ามาเรียนแล้วก้อดีนะคะ อาจารย์และรุ่นพี่ทำให้รู้สึกดีกะอาชีพหมอขึ้นเยอะเลย ที่คณะมีสอนพวกจริยธรรมอะไรพวกนี้อยู่เสมอ รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ surprised smile

#24 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-02-08 19:09

ตอนสัมภาษณ์เหตุผลก็วนเวียนอยู่ในข้อข้างบนนี่เหมือนกันเลยค่ะ
พอมาเรียนแล้วก็นะ กว่าจะรู้ตัวว่ามันเหมือนจะไม่ใช่
ก็เหลืออีกแค่ปีเดียวแล้วเนี่ย กลับตัวกลับใจไม่ทันซะแล้ว
คิดไปคิดมาก็ไม่อยากจบ และก็ไม่อยากจะทำงานซักเท่าไหร่
สังคมเดี๋ยวนี้น่ากลัว จะขยับตัวทำอะไรทีก็หวั่นใจ
ดีไม่ดีได้ไปเที่ยวศาลกันได้ง่ายๆ เหอๆ
ชีวิตหมอเดี๋ยวนี้ไม่ได้สุขสบายสวยหรูเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะเนอะ
ว่าแล้วก็ต้องไปอ่านหนังสือต่อ -"- สอบบ่อยเกินไป -"-
ถูกใจ ๆ โคตรไม่อยากเป็นหมอ
แต่คนรอบข้างยังคง...เฮ้อออ

#26 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-02-08 20:11

หมอ เป็น1ในหลายอาชีพที่อยู่ในสายตาน้องท่อค่ะ

ยอมรับค่ะว่าคำว่า หมอ ยังติดปากของผู้ใหญ่คนไทย
แต่ก็ต้องยอมรับนะค่ะ ว่าคนเก่งๆในสมัยนี้
เบนไปเรียนพวกวิศวะ บัญชี เศรษฐศาสตร์
หรือพวกที่เกี่ยวกับการเงินของประเทศ

confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
โห... สุดยอดค่ะพี่
ถึงหนูเองไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนหมอ
แต่ก็ยอมรับเหมือนกันว่าตอนเด็กๆ ก็คิดว่าจะเรียนหมอ
หลายสิ่งหลายอย่างในเอนทรี่นี้ เหมือนกระจกเลยค่ะ
กล้าพูดได้เลยค่ะว่า ไอ้เหตุผลทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่
เมื่อถามว่าทำไมถึงอยากเป็นหมอ ก็เคยคิดจะตอบแบบนั้น
แต่พอจนถึงตอนนี้ ไม่ได้คิดที่จะเรียนหมออีกต่อไป
แต่ก็ยังมีเพื่อนอีกหลายคนในห้องที่คิดจะเรียนหมอ
ก็อยากให้เค้าลองมาอ่านดู เผื่อเค้าจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกับหมอได้มากขึ้น
อ่านแล้ว ฮา + สาระ สุดๆค่า^^
big smile

#28 By ★SICKI★ on 2008-02-08 20:43

ก็แค่ค่านิยม

#29 By book on 2008-02-08 21:48

นั่งอ่านอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงกลับไปกลับมา...เรียบเรียงยากจัง...คงเป็นอะไรที่เข้าถึงยาก...สรุปว่าเดี๋ยวคนไม่เก่งจริงมาเรียนหมอเพราะความไม่อยากเจอทั้ง7ข้อที่คุณเขียนมา...แล้งงั้นก็เดาเอาว่าอีกไม่เกิน10ปีวงการแพทย์ไทยตกต่ำสุดๆ...

#30 By Tequila on 2008-02-08 21:51

อืม หมอเป็นแบบนี้นี่เอง :3

#31 By bahamute on 2008-02-08 23:08

โดนจริงค่ะ เกรียนมาก ตอบแบบว่า รักสังคม อยากช่วยเพื่อนมนุษย์ เหอะๆHot! Hot!

#32 By :::[[Hisoka]]::: on 2008-02-08 23:17

โอ้วว โนคอมเม้นต์เลยดีก่า 555
อ่านแล้วรู้สึกมันจี๊ดจิตคะ
เหอะๆ

แต่ตอนที่ชินะสอบสัมภาษณ์
อาจารย์ถามว่า ทำไมอยากเรียนหมอ
ก็ตอบไปว่า ได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนเรื่อง เทรุ

แต่ชีวิต เด็กแพทย์ ก็มีสีสันได้เหมือนกันนะ ถ้าเรากล้าที่จะเติมสีสันลงไป

#34 By shirubi on 2008-02-13 22:18

ข้อสาม จี๊ดมากก ตรงใจจริงๆ

รุ่นผมจบมาถ้าเป็นstaff ต่อ ก็ไม่ได้เป็นข้าราชการแล้ว เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ..
ขั้นเงินเดือน =ไม่แน่นอน
สวัสดิการพ่อแม่ (และลูกเมีย ในอนาคต) = ไม่มี
อนาคตจะเป็นอย่างไร = ไม่รู้

สรุป เป็นหมอนี่รวยและมั่นคงจริงจริ๊งงงงง

ลืมบอกไปอย่าง... เพื่อนที่ออกไปข้างนอก เป็นพนักงานของรัฐ เงินเดือนสตาร์ทที่ ซีสี่ ฮ่ะ คุณน้อง

#35 By Beluga on 2008-02-16 12:05

sad smile เหอๆ เรียนอะไรก็ขอให้เป็นตามที่ฝันที่รักจะดีกว่า

#36 By Ex-Thep : NEKU on 2008-03-03 06:59

หนูเปนคนนึงที่ไปสัมภาษณ์วันนั้นค่ะพี่
เหตุผลที่ตอบจารย์หมอน่ะหรอ
ไม่ต่างจากที่พี่เขียนไว้เลยนะ
เชื่อว่าเพื่อนคนอื่นๆ คงตอบอย่างนี้เหมือนกัน
มีพี่ปี 6 เค้ามาพูดให้ฟังว่า
\\\"คำตอบสัมภาษณ์ของน้องอาจจะเหมือนกัน แต่พี่อยากให้น้องนึกภาพแรกที่พูดถึงหมอแล้วน้องนึกถึง ให้พยายามเปนอย่างนั้นให้ได้ตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งวันที่จบออกมาเปนหมอ\\\"
พี่เค้าพูดดีนะ ดีมากๆๆ

จนถึงตอนนี้หนูก้อเปนเพียงเด็กม.6 ที่รอคะแนนแอด
ทำไมน่ะหรอ?? เพราะว่าหนูไม่ได้ตัวจริงจากสอบครั้งนั้นน่ะสิ รอบแรกประกาศรายชื่อไว้ซะเยอะ พอมารอบสองก็ประกาศตัวจริงตัวสำรอง แล้วหนูก้อได้ตัวสำรอง พอวันเซ็นสัญญาตัวจริงไปครบ ตัวสำรองอย่างไอ้เราก็แห้วรับประทาน แต่ก้อไม่ซีเรียสมาก เพราะเริ่มทำใจตั้งแต่วันประกาศว่าได้สำรอง

แต่ที่อยากเล่าให้พี่ฟังก็คือ..
มีเพื่อนคนนึง เค้าได้ตัวจริง และตอนนี้ก็เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ดูภายนอกเค้าก้อปกติดี แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเพื่อนคนนั้นเค้ากลัวเลือด กลัวเข็มเอามากๆ ชนิดที่ว่าเหนแล้วเป็นลม แค่อยากถามว่า.. แล้วคนอย่างนี้จาเรียนหมอได้ยังไง?? โอเค..ถ้าเรียนหมอแบบปกติ แต่นี่มัน CPIRD (โครงการชนบท) จบมาก้อต้องมาช่วยคนในชนบท ปัญหาคือ เค้าจะเรียนจบไม๊??

เฮ่อ..ช่างมานเถอะ ยิ่งบ่นก็ยิ่งดูเหมือนว่าหนูเสียดาย ก็จิงค่ะ ยอมรับว่าเสียดาย แต่ก้อไม่ถึงกับฟูมฟาย

โอ้..ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆกัน แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือ \\\"ความฝัน\\\" อยู่ที่ใครจะรับมันให้อยู่มือ confused smile

#37 By THE NERD on 2008-03-13 16:42

ไม่น่าเชื่ออีมิ่งแม่งดังสาดดดดดดด

#38 By หมู (61.7.175.232) on 2008-03-15 16:21

เราก็มีเพื่อนเรียนหมออยู่มธ.เห็นบ่นราว ๆ นี้พอกัน

#39 By Lydia Deetz on 2008-03-15 17:07

พี่อยู่รามาอ๊ะป่าวค่ะ

55+

#40 By ชาเขียวaddict on 2008-04-02 14:26

โดนทุกอัน!!!!
อืม..
ตอนเด็กๆก็เคยคิดอยากเป็นหมอนะคะ (ไม่รู้ว่าเป็นความใฝ่ฝันของเด็กทุกคนหรือเปล่า)

มีคนรู้จักทางเน็ตคนหนึ่งเป็นหมอ เขาเคยบอกว่าเป็นหมอจะหยุดนิ่งไม่ได้ เพราะเชื้อโรคไม่ได้หยุดตาม โรคใหม่ๆมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องหาความรู้ตลอดเวลาอะไรทำนองนี้ ฟังแล้วเหนื่อยแทน

#42 By madboo on 2008-04-20 17:54

ถ้าตอบว่าอยากเรียนเพราะอยากกรีดจะมีใครว่าป่ะเนี่ย sad smile

ไอ้คนว่าอาจจะไม่มีแต่คงจะไม่ได้เรียนนี่สิ sad smile

#43 By B3~loved on 2008-05-02 12:53

ตอนเด็กจัดๆ รู้แค่เราไม่อยากเป็นครู

โตรู้ประสา ก็อยากเป็นวิศวกร
(ปิโตเลียมด้วยนะ แบบที่ต้องออกไปฐานการผลิตในทะเลง่ะ)

พอเริ่มจริงจัง
เราก็อยากเป็นหมอ เพราะดูซีรี่ย์ ER ยุคก่อนโน้น
อยากเป็นหมอ เพราะไม่มีเวลาว่างดี เห็นมันยุ่งกันทั้งวัน
เราว่าชอบที่ยุ่งๆ แบบนั้น (แต่เราไม่ได้เป็นหมอหรอกนะ)

แล้วหมอก็ช่วยคนได้จริงๆนะ
ตามสายตาแบบชาวบ้านนะ
หมอแทบจะเป็นพระเจ้ามาโปรดสัตว์โลกทีเดียว

แต่ไม่อยากบอกว่า เพราะผลิตเน้นจำนวนนี่แหละ
หมอเลยทำตัวเอง เพราะผลิตแบบเน้นจำนวนที่ผลิตยังไงก็ไม่พอ หมอที่ออกมาก็เลยขาดอะไรบางอย่างไป
แถมเดี๋ยวนี้ชาวบ้านก็รู้ประสามากขึ้น เรื่องราวเลยใหญ่โต
แต่หมอดีๆ ก็ยังมีอยู่

แต่แวปแรก ก่อนจะเป็นเรื่องเป็นราว

ตอนผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียง
เห็นหมอเดินวอร์ดเข้ามา
มันเหมือนเห็นพระเจ้าจริงๆนะ

แต่ตอนต่อมาหลังจากนั้น
ก็แล้วแต่เรื่องระหว่างหมอกะผู้ป่วยแล้วล่ะ
ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง

แต่อย่างที่เขียนมา
หากเหตผลเป็นเรื่องเงินละก็
เราว่าเบนไปเป็นหมอฟันดีกว่า เงินดีกว่าเยอะ
แถมมีเวลาใช้ด้วย
หรือเรียนอะไรก็ได้ ที่ทำให้เราเป็นนายตัวเอง
เงินดีแน่นอน ไม่ต้องรอรับเงินเดือนจากนายจ้างทุกเดือน
จะขอขึ้นเงินเดือนแต่ละทีก็ยากแสนสาหัส

แต่ตอนที่เราอยากเป็นหมอนะ
เราอยากเป็นหมอขั้นเทพ
ไม่ใช่แค่หมอธรรมดา
แต่เราพลาดที่รู้ช้าไปหน่อย
คะแนนเลยไม่ดีพอที่ก้าวไปเป็นหมอ
ได้แต่อย่างอื่น
ก็กะว่าจะทำให้เป็น ขั้นเทพ เหมือนกัน
แต่พอเรียนๆไป สำนึกนั้นมันหล่นหายอ่ะ
เลยเป็นแค่คนที่เรียนในรั้วมหาลัย แบบปุถุชน
ไม่ใช่เทพ หุหุ

//รู้อะไรให้รู้เพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล//

#44 By WednesdayChild on 2008-05-17 12:16

ยังไงหมอก็ยังเป็นที่ 1 ในใจค่ะ^^

อยากทำอาชีพอะไรที่มันได้ช่วยคนจริงๆนะ

(ไปเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีกว่าเรา ฮ่าๆๆ)

#45 By poogan_zaadd on 2008-05-19 15:02

ตั้งแต่เด็กโดนพ่อฝังหัวว่าให้เรียนหมอ

โตมาหน่อยอาจารย์ก็พากันยุ่งยงส่งเสริม

โตขึ้นมาอีกนิดเพื่อนๆรอบตัวก็พากันไซโค

สุดท้ายก็ตั้งมั่นว่าจะเรียนหมอจริงๆค่ะ

แต่ไม่ใช่เพราะใครที่ไหนมากรอกหู ก็แค่ดูวิชาเรียนแล้วอยากเรียน ไปดูงานที่โรงพยาบาลแล้วชอบ คุยกับรุ่นพี่หลายคนแล้วก็อยากเรียน อยากจบมาเป็นหมอโรคสมอง

ปัจจุบันก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้ดีเพื่อทำตามความฝันค่ะ

และก็ทะเลาะกับที่บ้านไปพร้อมๆกัน เพราะท่าทางเขาจะไม่อยากให้เรียนหมอรักษาคนแล้วค่ะ อย่างน้อยที่สุดอยากให้เรียนหมอวิจัย จู่ๆก็นึกจะเปลี่ยนใจขึ้นมาซะงั้น

มีเพื่อนหลายคนเหมือนกันที่พอไปดูงานที่โรงพยาบาลแล้วก็เปลี่ยนใจ ทั้งๆที่ตอนแรกก็ตั้งมั่นจะเรียน ผิดกับเราที่เฉยๆ แต่พอไปดูแล้วกลับอยากเรียน

ปัญหาพวกนั้นมันดูหนักหนาก็จริงค่ะ...แต่ถ้ามีความสุขและอยู่กับมันได้ก็คงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ big smile

#46 By renika on 2008-05-26 20:56

ฮา

นู๋เกิดมาเพื่อเปนหมอ ! แบบนี้ได้ไหมคะ cry

#47 By ☂rain ~Usagi★ on 2008-06-14 01:59

เหมือนถ่อ_(。◕‿◕。 )/ View my profile

Recommend

Favourites