ปอบในห้องฉุกเฉิน

posted on 06 Feb 2008 00:05 by mingninja  in Fiction-Illusion

 

อ่าน Fiction ก่อนที่ผมเคยแต่งได้ที่นี่ครับ

[คุยเรื่องสัพเพเหระกับ Roommate เก่า - ที่ตอนนี้ไปเป็นแพทย์ใช้ทุน Intern อยู่แถวๆภาคเหนือ เลยได้ Fic แนวพิลึก 50% Base on True Story นี้มาครับ]

 

 

นาฬิกาส่งเสียง ติ๊กต๊อก ตามจังหวะการเดินอยู่บนผนังกระเบื้องสีขาว หญิงสาวในชุดขาวเรียบง่ายฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะข้างๆฉัน วันนี้จิ๊บคงจะเหนื่อยมากเพราะดูแลคนไข้ทั้งวัน ฉันหยิบชาร์ตคนไข้มานั่งตรวจแล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย ทำไมฉันต้องมาอยู่โรงพยาบาลบ้านนอกกลางป่ากลางเขาแบบนี้นะ อุตส่าห์ได้ที่เรียนในกรุงเทพ ยังต้องกลับมาใช้ทุนที่บ้านเกิดของตัวเอง ทั้งโรงพยาบาลมีหมอกับนางพยาบาลอีกคน คนขับรถอีกหนึ่ง คนไข้มาให้รับมือวันละเกือบร้อย ยายปอนี่ท่าจะเป็นคนโชคร้ายจริงๆ...

เสียงประตูฟาดผนังทำเอาฉันและจิ๊บสะดุ้งตื่น...ทิ้งรอบคราบน้ำลายไว้บนโต๊ะ

"หมอปอ ตื่นเร็ว คนไข้ฉุกเฉิน"

ค่ะ...ค่ะ...ฉันตื่นอยู่แล้วค่ะ

ฉันคว้าเสื้อกาวน์ได้ก็รีบคว้ามาใส่ทับเสื้อกันหนาวแบบส่งๆ กระดุมยังไม่กลัดด้วยซ้ำ รีบจ้ำไปตามระเบียงทางเดินโดยมีจิ๊บเดินหาวตามมาติดๆ

"คนไข้ชักใหญ่เลยหมอ น้ำลายฟูมปาก ตาเบิกกว้าง ชีพจรแกเต้นเร็ว ตุบ ตุบ เลยหมอ..."

เดี๋ยวนี้คนขับรถเริ่มทำตัวเป็นบุรุษพยาบาลแล้วค่ะ รายงานสถานการณ์หมอเสมือนพยาบาลมืออาชีพ...ผิดกันตรงคำพูดแค่นั้นเอง

ถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ฉันหยุด และสูดหายใจลึกๆ

ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก สีหน้าของญาติพี่น้องผู้ป่วยต่างมองมาด้วยแววตาศรัทธา ต่างจากฉันที่หน้าซีดลงทันทีที่เห็นคนไข้

-----------------------
-----------------------



ยี่สิบปีที่แล้ว เด็กหญิงปอเป็นเด็กหญิงที่ซุกซน วันๆเอาแต่วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ โดยไม่เคยฟังคำเตือนใดๆจากผู้ใหญ่

ในวันที่แม่ของปอเตือนว่า อย่าผ่านไปแถวปลายไร่เป็นอันขาด มันอันตราย

ปอแทบจะเป็นแกนนำกลุ่มเพื่อนๆ วิ่งตรงดิ่งไปยังปลายไร่ทันทีที่ลับตาแม่

"ยายมุ้ย" คือชื่อของหญิงชราที่เพิ่งย้ายมาอาศัยอยู่ที่ปลายไร่ หลายคนร่ำลือกันว่า ยายมุ้ยเป็นปอบ ออกมาหากินเป็ดไก่ของชาวบ้าน จนถูกขับไล่ออกมาจากหมู่บ้านข้างเคียง

อาทิตย์ยามอัสดงส่องแสงสีแดงสาดไปทั่วไร่ ราวกับเหล่าพืชพันธุ์ถูกชะโลมด้วยเลือด ให้ภาพทิวทัศน์อันแปลกประหลาด

ปอและเพื่อนๆซุ่มดูบ้านไม้ที่ปิดมืดสนิท จนดวงตะวันเริ่มคล้อย ใต้ถุนบ้าน ไม่มีเล้าเป็ดไก่แต่อย่างใด กลุ่มเด็กๆเริ่มเบื่อที่จะรอคอย

ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ ไอ้ตั๋งหูดี ได้ยินเสียง "อ๊อกๆ" เหมือนเสียงคนหายใจไม่ออกดังมาจากทางหลังบ้าน ปอเป็นหน่วยกล้าตายเสมอ เธอนำเพื่อนๆอีก 4 คนย่องไปแอบมองผ่านกำแพงไม้ ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบลืมหายใจ

 

http://i252.photobucket.com/albums/hh6/mingninja/8th/MastersofHorrorTheBlackC155853_f.jpg

แมวดำตัวเขื่องสะบัดหางไปมา ขากระตุกราวกับจะเป็นวาระสุดท้าย หญิงชราผมขาวนั่งหันหลังให้พวกเธอ จับคอแมวไว้มั่นคง เลือดของแมวโชคร้ายค่อยๆหยดลงมาตามปลายหาง

เสียงหวีดร้องของเด็กหญิงสำอางค์ ผู้ที่เด็กที่สุดในกลุ่มเรียกสติเด็กๆให้กลับคืนมา ยายมุ้ยหันขวับมามอง ตาแดงก่ำเหมือนเลือดที่ปากของเธอ

เด็กทั้งห้าวิ่งตัดข้ามไร่ กลับถึงบ้าน ปอถูกแม่เฆี่ยนอย่างหนักเป็นครั้งแรกในชีวิต เด็กหญิงสำอางค์ไข้ขึ้น และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา

ต่อมาไม่ถึงเดือน ไอ้ตั๋งตามพ่อเข้าไปในป่า และหลงกับพ่อ ไม่กลับมาอีกเลย

แม่ของปอตัดสินใจส่งปอไปอยู่กับน้าชายที่กรุงเทพ ได้ข่าวว่าลูกหลานยายมุ้ยพากันย้ายตามมาดูแลแกที่บ้านนั้น เป็นเรื่องเป็นราวกับชาวบ้านไปซักพัก หลังจากนั้นข่าวนี้ก็เงียบหายไป

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ปอได้รับข่าวเกี่ยวกับบ้านเกิดของเธอ และเกี่ยวกับคนไข้ชราที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้า

--------------------------
--------------------------

 

ฉันตั้งสติได้

หญิงชรากำลังดิ้นรนต่อสู้ด้วยพละกำลังอันมหาศาลเกินคาดคิด ญาติพี่น้องห้าคนต้องช่วยกันตรึงแกไว้กับเตียง จิ๊บรีบตรงเข้าไปฉีดยาเข้าเส้นเลือดทันที ดูเหมือนว่าวิญญาณร้ายจะแพ้ฤทธิ์ยา ยายมุ้ยสงบลงอย่างเห็นได้ชัด แกส่งสายตาอาฆาตฉันกับพยาบาลสาว ก่อนนิ่งไปบนเตียงผ่าตัด

"ยายจะตายไหมหมอ"

ชายหนุ่มข้างๆถามขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่น ฉันตอบด้วยภาษาเดียวกันแต่สำเนียงแปร่งๆ

"ก็ไม่แน่หรอก ยายแกอายุมากแล้ว ถ้าให้หมอเดา ก็คิดว่าคงเป็นมาลาเรียขึ้นสมอง ไม่งั้นก็พวกโรคในช่องท้อง แต่ขอหมอตรวจก่อนนะ จะได้รีบผ่าตัดช่วยเหลือยายแกต่อไป ตอนนี้ขอให้ทุกคนออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ"

---------------------------
---------------------------

 

(จบแบบที่ 1 : แบบบ้านๆ)

ห้องผ่าตัดเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่เสียงพัดลมหรือจั๊กจั่นเรไรข้างนอก มีเพียงหมอและพยาบาลกับร่างหญิงชราบนเตียงเท่านั้น

"เอ้า จิ๊บ รออะไรอยู่ล่ะ เริ่มเลยสิ"

พยาบาลสาวยิ้มแห้งๆให้ฉัน

"แหม แต่รายนี้อายุมากแล้วนะหมอ"

"เอาเถอะ ฉันรู้ว่าเธอหิว นอนหลับซะน้ำลายยืดเชียว จัดการก่อนได้เลย ระวังอย่ากินให้มากเกินไปล่ะ เดี๋ยวพอเย็บผิวหนังกลับเข้าที่แล้วมันจะไม่เหมือนเดิม"

จิ๊บคว้ามีดและกรรไกร เริ่มต้นเลาะผิวหนังของเหยื่อวันนี้ทันที แลบลิ้นยาวเป็นศอกเชียว...แหม แล้วทำเป็นปฏิเสธ

"อ้อ อย่าลืมเหลือหัวใจไว้ให้ฉันด้วยล่ะ" ฉันแยกเขี้ยวเตือน ก่อนหยิบชาร์ตคนไข้มานั่งตรวจรออาหารมื้อดึกต่อไป

--------------------------
--------------------------



(จบแบบที่ 2 : แบบในเมือง)

ห้องผ่าตัดเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่เสียงพัดลมหรือแมลงข้างนอก มีเพียงหมอและพยาบาลกับร่างหญิงชราบนเตียงเท่านั้น ดวงตาของหญิงชรากลอกไปมา แต่แกคงไม่มีแรงขยับจากฤทธิ์ยาที่ฉีด


"เอ้า จิ๊บ รออะไรอยู่ล่ะ เริ่มเลยสิ"

พยาบาลสาวยิ้มแห้งๆให้ฉัน

"แหม แต่รายนี้อายุมากแล้วนะหมอ"

"เอาเถอะ เดี๋ยวนี้ขอให้อวัยวะสมบูรณ์ 60% ขึ้นไปเค้าก็รับซื้อแล้วล่ะเธอ แต่ราคาอาจจะถูกลงมาหน่อย เสียดายอยู่บ้านนอกแบบนี้ เสียค่าขนส่งแพงแถมยังได้ของน้อยอีกตะหาก"

"บ่นมากๆระวังแก่เร็วนะคะหมอ"

"เอาเถอะย่ะ" ฉันตัดบท ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

"ฮัลโหล เฮียก้องเหรอคะ ค่ะ ค่ะ งวดนี้คงได้เฉพาะไตกับกระดูกอ่อนนะคะ ไตสองข้างเลยค่ะ แหม ใช่ค่ะ คนแก่ก็แบบนี้ล่ะค่ะ ต่อให้อีกสามวันออกไปตายข้างนอกก็ไม่มีใครรู้ ค่ะ โอนเข้าบัญชีเดิมนะคะ ขอบคุณค่ะ"


หวังว่าคงไม่มี"ปอบ"ติดไปกับไตนะ

http://66.113.194.85/bpics16/bpp.jpg
www.thainetcity.com

เปลี่ยน Theme ใหม่ใส "สะอาด" ตามคำแนะนำหลายคนครับ...
ถ้าใครไม่ชอบเลือดสาด กด Ctrl+ F5 ได้ทันที (5/2/2551)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Recommend