ยังจำได้ไหมครับ ว่าผมกำลังพิมพ์รายงานเรื่องผลโครงการออกชุมชนส่ง อาจารย์อยู่ (ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะ 2-3 วันนี้เขียนแต่เรื่องอื่นๆ และอื่นๆ และอื่นๆอีก...) ซึ่งวันนี้ก็เป็นเส้นตายเรียบร้อยแล้ว จริงๆงานเสร็จนานแล้วครับ แต่วิเคราะห์ แก้ไข ตรวจทาน ทำซ้ำ บลาๆๆๆๆ มากมาย ชนิดที่ว่า นี่เป็นรายงานวิชาการขั้นสุดยอด...สงสัยว่าคนตรวจจะเป็นเจ๊ลิลลี่กระมัง...

เส้นตายคือ 16.00 น. วันนี้ ส่งช้าหักคะแนน ชั่วโมงละ 10%...

โอเ้ย้~ เพื่อความสด อุ่น ประดุจว่าไอตะกั่วของหมึกพิมพ์จะทำให้ผู้ตรวจกะปรี้กะเปร่า เราจึงนัดพิมพ์งาน วันนี้ ตอน 8 โมง... ด้วยเครื่องพิมพ์ที่ผมขนมาจากบ้านสดๆร้อนๆ ชนิดที่ว่า ยังไม่ได้ติดตั้งลงคอมตัวเองเลยทีเดียว...

http://www.thefunkstore.com/TheGypsyMart/StartUp/ArkSamHPPrinter4999.jpg

ข้อสงสัย : ทำไมโฆษณา Printer ทุกรุ่นต้องทำเหมือนกับมันกำลัง Print รูปภาพวะ? ทั้งๆที่บางรุ่นมองผาดๆก็รู้แล้วว่าอีโฆษณานี้นี่มัน โฟโต้ชอปชัดๆ

ก่อนอื่นก็...พิมพ์ฉบับตรวจทาน ให้ทุกคนได้อ่านรายงาน วิจารณ์ แก้ไขซะให้ยุ่ยไปเลย พวกที่เหลือก็ติดบอร์ดไป...

หน้าปกซีดี + เนื้อหารายงาน + โปสเตอร์บอร์ด + ภาพติดบอร์ด ล้วนสีดำปื้ด + สีอื่นฉูดฉาดพอเป็นกระสัย เครื่องตูทั้งนั้น...

ผล : พอจะพิมพ์ฉบับจริง เท่านั้นแหละ หมึกหมด - -''

http://www.danlockton.co.uk/research/images/inkout.png

ภาพประกอบไม่ได้มาจากเครื่องปรินท์ผมนะครับ เครื่องผมมัน HP

ผมเลยต้องรับอาสา เอาหมึกจากพวกน้องๆ นั่ง 2 แถวไปกลับฟิวเจอร์-ธรรมศาสตร์ (หากคุณอยู่ มธ.รังสิต รถ 2 แถวไปฟิวฯเร็วกว่ารถเมล์นะ จะบอกให้)

หาร้านเติมหมึกเถื่อนเพื่อประหยัดเงินกลุ่ม (ที่ถูกผลาญไปกับโครงการซะหมดแล้ว) ซักพักก็สะดุดตากับป้ายมโหฬารเกินหน้าเกินตาชาวบ้านร้านข้างเคียง

"รับเติมหมึก หมึกแท้ หมึกปลอม ราคาถูก รับรองเหมือนของจริง" <<< เอ๊ะ สมัยนี้เค้าโฆษณาของปลอมกันแล้วใช่ไหมนี่ - -''

เจ้าของร้านเป็นลุง+ป้า ใส่เชิ้ตแขนยาว เลอะหมึกท่วมกาย ชนิดที่ว่าไม่กลัวตายด้วยมะเร็งร้ายกันเลยทีเดียว

"เติมหมึกหน่อยครับ"

เท่านั้นละครับ ลุงแกก็เริ่มเลคเชอร์ทันที ร่ายยาวตั้งแต่ หูยยยย~มาร้านนี้น่ะถูกแล้วนะ เติมช้า แต่ชัวร์ ใช้ดี ใช้ทน ใช้นาน ฯลฯ... ผมเดาว่า อาชีพเก่าลุงคือเซลล์แมน

และนี่คือ Lecture จากคนเติมหมึก (เถื่อน) จับใจความมาแต่สาระ เผื่อใครอยากเติมหมึกเองที่บ้านนะครับ...

1.สิ่งที่ต้องมี : หมึก + หลอดฉีดยาเบอร์ใหญ่สุดๆ + เข็มฉีด (หลอดเฉยๆแบบที่ใช้สวนทวารทำ Detox ใช้ไม่ได้นะครับ) + กระปุกหมึกที่จะเติม ถอดทำความสะอาดให้ดีด้วยทิชชู่)

2.เมื่อพร้อม สูบหมึกเข้าไปในหลอดให้เต็มล้นปรี่ ล้นปรี่...

3.หารูบนกระปุกให้เจอ ปักเข็มฉึกลงไป ปล่อยให้มันซึมซับหมึกลงไปเอง ลุงเน้นย้ำว่า ถ้าไปบีบบังคับ ข่มขืน อัดถั่วดำ อัดสี ลงไป นอกจากหมึกจะทะลักรั่วแล้ว ยังก่อเกิดฟองอันไม่พึงประสงค์มากมาย พิมพ์เป็นลายเส้นริ้วรอยเหมือนตีนกาบนใบหน้า... ขั้นตอนนี้ใช้เวลาจนผมรู้สึกว่าตีนกาเริ่มขึ้นเช่นกัน

4.รอจนมันล้น หยาดเยิ้ม หยดย้อย อร่อยเหาะ (เย้ย~) ค่อยหยุด ปล่อยให้เลือดสีโคลนเจิ่งนอง อาจเอาทิชชู่ซับทิ้งเป็นระยะ แต่คราวนี้ห้ามเอาทิชชู่ซับที่ตลับโดยตรงเด็ดขาด แล้วปิดรูรั่วทั่งหมดด้วยเทปกาว

5.ปาดตลับหมึกบนทิชชู่ 2 ครั้ง ให้เกิดเป็นแถบริ้ว สวยงาม น่ารัก แล้วก็ เรียบร้อย โยนเข้าเครื่อง

ทีนี้ตอนพิมพ์งาน ลุงบอกว่าให้เว้น 10 แผ่น เว้น 2 นาที พอขึ้น Low ink ก็เว้นอีก อย่างนี้... อายุหมึก(ปลอม) ก็จะนานขึ้น... (เคยลองถามพ่อ พ่อผมบอกให้บีบน้ำมะนาวใส่ + เอาไปตากแดด... เฮ้ เฮ้...ตลับหมึก Printer ไม่ใช่ตลับหมึก Typewriter นะพ่อ เข้าใจผิดรึเปล่า...)

ผลการใช้งาน : ดีมาก... จนกระทั่ง 5 หน้าสุดท้าย เครื่องผมก็เจ๊งในทันที (อ้าว T-T) สาเหตุจาก แมวที่รุ่นน้องเอามา กระโดดชนเครื่องร่วงจากโต๊ะ หมึกแหกคาเครื่องดำปิ๊ดปี๋... (กูเกลียดเมิ๊งงงง~)

เลยต้องเอางานไปพิมพ์ที่ร้านเนตแทน เสียน้อยเสียยาก...ส่งคาบเส้น เป๊ะ (17.50 ได้)

สรุป : เทคนิคของลุงยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใช้คงทนจริงไหม (ผมเดาว่าน่าจะจริง) แต่คงต้องทำแท้ง (Tank หมึกติดข้างๆเครื่อง) ชั่วคราวไปก่อนละครับ...ถ้าเครื่องหลายพันยังไม่พังล่ะก็นะ - -'' (หมึกปลอม VS หมึกแท้ ขณะนี้หมึกปลอมยังถูกกว่า 4 เท่าครับ)

ของแถม : ภาพปริศนา ขากลับจาก ฟิวเจอร์...

http://i252.photobucket.com/albums/hh6/mingninja/8th/001.jpg

1.สงสัยมั้ยครับว่าผมไปลอยตัวถ่ายภาพกลางดงถนนทางด่วนได้ยังไง ขี่ 18 ล้ออยู่เรอะ...
2.(ลูกศรชี้) ผีทางด่วน??? (อยากรู้เฉลย กรุณาหลังไมค์)

Recommend